กสทช. ปิดจ็อบสวย กวาดรายได้ คลื่นวิทยุ เข้ารัฐกว่า 65 ล้านบาท

กสทช. ปิดจ็อบสวย กวาดรายได้ คลื่นวิทยุ เข้ารัฐกว่า 65 ล้านบาท

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อดิจิทัล ที่หลายฝ่ายมองว่าสื่อดั้งเดิมอาจกำลังถดถอย แต่ผลการประมูลคลื่นความถี่วิทยุล่าสุดจากสำนักงาน กสทช. กลับส่งสัญญาณที่น่าสนใจในเชิงเศรษฐศาสตร์มหภาคและจุลภาค เมื่อเม็ดเงินลงทุนใน “วิทยุท้องถิ่น” ยังคงสะพัด สะท้อนให้เห็นว่ากิจการกระจายเสียงยังคงเป็นเครื่องมือทางการตลาดและธุรกิจที่ทรงพลัง โดยเฉพาะในหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญของไทย

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดย ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขที่น่าพึงพอใจหลังเสร็จสิ้นการเคาะราคาครั้งสุดท้าย โดยในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 กสทช. ได้รับทราบผลการประมูลคลื่นความถี่ในระบบเอฟเอ็ม สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจการทางธุรกิจ ระดับท้องถิ่น ประจำปี 2568

ตัวเลขสรุปจบที่มูลค่ารวมทั้งสิ้น 65,030,000 บาท (หกสิบห้าล้านสามหมื่นบาทถ้วน) ซึ่งเป็นราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวเลขนี้มาจากการประมูลคลื่นความถี่จำนวนมหาศาลถึง 1,993 คลื่นความถี่ จากที่มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลและมีสิทธิเคาะราคากว่า 2,237 นิติบุคคล แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการรายย่อยและนิติบุคคลท้องถิ่นยังคงมีความกระหายในการเป็นเจ้าของช่องทางสื่อสารของตนเอง

เจาะลึก 5 อันดับ “คลื่นทองคำ” เชียงใหม่ผงาดแชมป์

ไฮไลต์สำคัญที่นักเศรษฐศาสตร์และนักการตลาดต้องจับตามอง คือการจัดอันดับมูลค่าคลื่นความถี่สูงสุด 5 อันดับแรก ซึ่งผลที่ออกมาสะท้อนภาพเศรษฐกิจรายจังหวัดได้อย่างชัดเจน:

  1. แชมป์เปี้ยนเหนือสุดสยาม: คลื่นความถี่ 94.50 MHz ในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สร้างปรากฏการณ์ด้วยราคาประมูลสูงสุดที่ 1,400,000 บาท 5 การที่เชียงใหม่ครองแชมป์ด้วยมูลค่าหลักล้าน ทิ้งห่างอันดับสองเกือบเท่าตัว สะท้อนถึงความเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาคเหนือ ที่สื่อวิทยุยังคงมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวสูงมาก

  2. เมืองเศรษฐกิจตะวันออก: ตามมาด้วยคลื่น 96.25 MHz พื้นที่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ด้วยราคา 775,000 บาท  พื้นที่นี้ครอบคลุมโซนพัทยา ซึ่งเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวและ EEC

  3. นิคมอุตสาหกรรมทรงพลัง: อันดับสามคือคลื่น 95.25 MHz พื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ปิดที่ราคา 720,000 บาท  สะท้อนฐานกำลังซื้อของแรงงานและภาคอุตสาหกรรมประมงที่ยังฟังวิทยุอย่างหนาแน่น

  4. เมืองหลวงยังติดโผ: คลื่น 107.50 MHz ใน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เข้าป้ายอันดับสี่ที่ราคา 691,000 บาท 

  5. อีสานไม่น้อยหน้า: คลื่น 88.00 MHz พื้นที่ อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ติดอันดับห้าด้วยราคา 559,000 บาท 


ตารางสรุปราคาประมูลสูงสุด 5 อันดับแรก:

ลำดับ คลื่นความถี่ (MHz) พื้นที่ จังหวัด ราคาประมูล (บาท)
1 94.50 อ.เมือง เชียงใหม่ 1,400,000
2 96.25 อ.บางละมุง ชลบุรี 775,000
3 95.25 อ.เมือง สมุทรสาคร 720,000
4 107.50 เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 691,000
5 88.00 อ.เวียงเก่า ขอนแก่น 559,000

กลยุทธ์การประมูล: ดึงดูดรายย่อยด้วยราคาเริ่มต้นที่จับต้องได้

พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ได้เปิดเผยเบื้องหลังความสำเร็จของการประมูลครั้งนี้ว่า ทางสำนักงาน กสทช. ได้กำหนดกลยุทธ์ราคาเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงได้ง่ายที่สุด

  • ราคาเริ่มต้นเป็นมิตร: กำหนดราคาเริ่มต้นเท่ากันทุกคลื่นทั่วประเทศเพียง 25,000 บาท  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่จูงใจให้เกิดผู้เล่นหน้าใหม่จำนวนมาก

  • กติกาการเคาะราคา: ผู้เข้าร่วมต้องเสนอราคาเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 ครั้ง ครั้งละ 1,000 บาท  ทำให้การแข่งขันเป็นไปอย่างละเอียดอ่อนและเปิดกว้าง

  • ระบบออนไลน์ 100%: การประมูลจัดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Online) ระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน 2568 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประมูลจากทุกจังหวัดสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ 

ไทม์ไลน์เดือด: มหกรรมการเคาะราคา 3 วันเต็ม

การประมูลถูกแบ่งออกเป็นโซนภูมิภาคอย่างชัดเจน เพื่อการบริหารจัดการระบบที่มีประสิทธิภาพ โดยแบ่งเป็น 10 รอบ ตั้งแต่เวลา 09.30 – 12.00 น. ของแต่ละวัน:

  • วันที่ 12 พ.ย. 68: เปิดฉากด้วยพื้นที่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ ซึ่งเป็นวันที่ดุเดือดที่สุดวันหนึ่งเนื่องจากรวมพื้นที่เศรษฐกิจหลักอย่างชลบุรีและสมุทรสาคร

  • วันที่ 13 พ.ย. 68: เป็นคิวของ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฐานเสียงประชากรขนาดใหญ่ของประเทศ

  • วันที่ 14 พ.ย. 68: ปิดท้ายด้วย ภาคเหนือ ซึ่งเป็นวันตัดสินแชมป์ราคาสูงสุดจากเชียงใหม่นั่นเอง

ผลการประมูลครั้งนี้ที่มีผู้ชนะถึง 1,895 คลื่นความถี่ และเหลือคลื่นที่ไม่มีผู้ประมูลเพียง 98 คลื่น ชี้ให้เห็นว่า “วิทยุท้องถิ่น” ยังไม่ใช่ธุรกิจตะวันตกดิน แต่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่มือของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีความเข้าใจในพฤติกรรมคนในพื้นที่อย่างแท้จริง เม็ดเงิน 65 ล้านบาทนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการจ้างงาน การผลิตคอนเทนต์ และการโฆษณาในระดับท้องถิ่นที่จะตามมาในปี 2568

#กสทช #ประมูลคลื่นวิทยุ2568 #วิทยุท้องถิ่น #เศรษฐกิจภูธร #เชียงใหม่ #การตลาดภูธร #NBTC #TheReporterAsia

Related Posts