Nuvola ผู้นำโซลูชันจากสิงคโปร์ เปิดตัว “Dynamic Digital Twin” บุกตลาดไทย ชูจุดต่างไม่ใช่แค่ “มอนิเตอร์” แต่ “ควบคุม” และ “จำลองอนาคต” ได้จริง ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ 105 เมืองอัจฉริยะ เผยเคสจริงช่วยองค์กรยักษ์ใหญ่ประหยัดพลังงานมหาศาล และสร้างความปลอดภัยขั้นสูงสุด
ท่ามกลางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติครั้งสำคัญของประเทศไทย สู่เป้าหมายการจัดตั้งเมืองอัจฉริยะ (Smart City) 105 แห่งภายในปี 2027 ซึ่งปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 37 แห่งใน 16 จังหวัด ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนภาคเอกชนมหาศาลกว่า 30.9 พันล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศ ความท้าทายสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้าง แต่คือการ “บริหารจัดการ” เมืองและโครงสร้างพื้นฐานอันซับซ้อนเหล่านี้อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ในสมรภูมินี้ Nuvola (นูโวล่า) บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากสิงคโปร์ กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยการนำเสนอโซลูชันที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น ที่ไม่ใช่แค่การเฝ้าดูข้อมูล แต่คือการสร้าง “ฝาแฝดดิจิทัลที่มีชีวิต” หรือ Dynamic Digital Twin ที่สามารถโต้ตอบ สั่งการ และจำลองสถานการณ์อนาคตได้จริง เพื่อปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของการพัฒนาเมืองยุคใหม่ ในงาน Thailand Smart City Expo 2025
วิสัยทัศน์ Nuvola ต่อตลาดสมาร์ทซิตี้ไทย
นายฟิลิกซ์ ตัน (Felix Tan) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท Nuvola Media เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาการอยู่อาศัยในเมือง (Urban Living) ว่า ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับ Nuvola เนื่องจากเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่มีแผนกลยุทธ์ด้านสมาร์ทซิตี้ที่ชัดเจนและมุ่งมั่น Nuvola จึงเล็งเห็นโอกาสมหาศาลในการนำ 3 โซลูชันหลัก ได้แก่ Digital Twin, Simulation Engine (เอนจิ้นจำลองสถานการณ์) และ Video Analytics (การวิเคราะห์วิดีโอ) เข้ามาสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว
“ประเทศไทยมีกลยุทธ์สมาร์ทซิตี้ที่ชัดเจนมาก ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงปี 2027 รัฐบาลไทยและ DEPA (ดีป้า) ต้องการสร้างสมาร์ทซิตี้มากกว่า 100 แห่ง นี่คือเหตุผลที่เราเชื่อว่ามีโอกาสมากมายที่เราจะแบ่งปันโซลูชันของเรากับภาครัฐและนักลงทุนเอกชน เพื่อช่วยพวกเขาบรรลุเป้าหมายของรัฐบาล” นายฟิลิกซ์ กล่าว
‘Dynamic Digital Twin’ คืออะไร?
ความแตกต่างที่ Nuvola นำเสนอ คือนิยามของ Digital Twin ที่ไม่ใช่แค่แบบจำลอง 3 มิติ หรือรูปภาพที่นิ่งเฉย “Digital Twin ของเราเป็นแบบ Dynamic และ Interactive” นายฟิลิกซ์เน้นย้ำ “ผมเห็น Digital Twin บางเจ้าในตลาด พวกเขาก็มีแค่รูปภาพ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ของเรานั้นเปลี่ยนแปลงไปเมื่อข้อมูลเปลี่ยนแปลง”
นี่คือหัวใจสำคัญที่เรียกว่า “Dynamic” หมายความว่า Digital Twin ของ Nuvola คือแบบจำลองดิจิทัล (Digital Replica) ของอาคาร กระบวนการ หรือสภาพแวดล้อมจริง ที่เชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์และแหล่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ เมื่อโลกรอบตัวเปลี่ยน “ฝาแฝด” ของมันก็เปลี่ยนตามทันที
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการสาธิตการทำงานจริงกับอาคาร Keppel ซึ่งเป็นลูกค้าหลักรายหนึ่ง Digital Twin แสดงผลการปล่อยก๊าซคาร์บอนและข้อมูลความยั่งยืน (Sustainability) แบบสดๆ แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือการจัดการพลังงานภายในอาคาร เมื่อระบบแสดง Heat Map (แผนที่ความร้อน) ที่ตรวจจับได้ว่า “ตรงนี้คนเยอะ” หรือ “ตรงนี้ไม่มีคน” ระบบ AI ก็จะสั่งการ “ปรับเพิ่มหรือลดเครื่องปรับอากาศ” ในโซนนั้นๆ โดยอัตโนมัติทันที ไม่ใช่แค่ส่งสัญญาณเตือนให้คนไปปรับ
“นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่า Dynamic Digital Twin” นายฟิลิกซ์อธิบายระหว่างการสาธิต “เราสามารถมอนิเตอร์อุณหภูมิ แล้วระบบจะเปลี่ยนการตั้งค่าอัตโนมัติจากตรงนั้นเลย”
ประสิทธิภาพนี้ส่งผลให้การบริหารจัดการอาคารขนาดใหญ่ที่มี 20-24 ชั้น อาจต้องการบุคลากรในการเฝ้าติดตามระบบเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น เพราะทุกอย่างเป็นอัตโนมัติ
จุดต่างที่เหนือกว่า: “จำลองอนาคต” และ “สั่งการ” ได้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น Digital Twin ของ Nuvola ยังผสานความสามารถของ Simulation Engine หรือเอนจิ้นจำลองสถานการณ์ เพื่อตอบคำถามว่า “จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า…” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังอย่างยิ่งสำหรับนักวางแผนเมืองและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
“ทุกวันนี้ถ้าคุณไม่จำลองสถานการณ์ คุณก็ทำได้แค่เดา ใช่ไหมครับ?” นายฟิลิกซ์ตั้งคำถาม “การจำลองสถานการณ์นี้ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจ วางแผน และออกแบบขั้นตอนบางอย่างจากผลการจำลองนั้น”
เขาได้ยกตัวอย่างการจำลองสถานการณ์แผ่นดินไหวและการอพยพในสถานี MRT หรืออาคารขนาดใหญ่ ระบบไม่เพียงแสดงผลเป็นตัวเลข แต่ใช้ Digital Twin สร้างภาพกราฟิกให้เห็นว่าผู้คนจะวิ่งไปทางไหน จุดใดเกิด “คอขวด” หรือความแออัด (Density)
“เมื่อพวกเขาจำลองแล้วได้ผลลัพธ์มา เช่น อาจจะต้องใช้เวลาอพยพ 20 นาที พวกเขาก็จะมาตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรให้ลดเหลือ 10 นาที พวกเขาก็จะจำลองและทำการเปลี่ยนแปลง (ในแบบจำลอง) จนกว่าจะได้เวลา 10 นาที แล้วพวกเขาก็ค่อยไปปรับปรุงอาคารจริง” นี่คือการใช้ Predictive Analytics เพื่อประหยัดงบประมาณมหาศาลและสร้างความปลอดภัยสูงสุดก่อนที่จะลงมือสร้างจริง
ในระดับเมือง ความสามารถนี้ยิ่งทวีความสำคัญ นายฟิลิกซ์ชี้ว่า Digital Twin สามารถใช้จำลองสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ “พวกเขาสามารถจำลองว่า ถ้าวันนี้ฝนตก และน้ำทะเลหนุนสูง และปั๊มน้ำทำงานแค่ 50% จะเกิดอะไรขึ้น? แล้วพวกเขาก็จะเห็นว่า ถนนเส้นไหนท่วมบ้าง พอท่วม มันก็จะทำให้รถติด พวกเขาจะวางแผนรับมืออย่างไร? ด้วย Digital Twin และข้อมูล พวกเขาสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าจะทำอะไร เพราะถ้าไม่มีสิ่งนี้ คุณก็แค่เดาครับ”

Use Case: จากโรงงานอัจฉริยะ สู่การควบคุมแบบเรียลไทม์
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง คือความสามารถในการ “ควบคุม” (Control) ไม่ใช่แค่ “มอนิเตอร์” (Monitor)
ในการสาธิตระบบ Smart Factory ของลูกค้ารายใหญ่ในญี่ปุ่น ซึ่งมีโซน “เตาอบชุบความร้อน” (Heat Treatment Plant) ที่ร้อนจัดและอันตรายเกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าไปตรวจสอบบ่อยครั้ง Nuvola ได้สร้าง Digital Twin ของโรงงานทั้งหมด ทำให้ผู้ควบคุมสามารถนั่งอยู่ในห้องควบคุมและตรวจสอบข้อมูลของเตาหลอมได้แบบเรียลไทม์ และที่สำคัญ “ผมสามารถสวิตช์ปิดไฟ (เตา) จากตรงนี้ได้เลย ไม่ต้องเดินเข้าไปกดปุ่ม”
“นี่คือข้อแตกต่างจากแบรนด์อื่น ซึ่งแบรนด์อื่นทำไม่ได้ มีแค่เราที่ทำได้”
ความสามารถในการโต้ตอบนี้ยังรวมถึงการซ้อนภาพจาก CCTV จริงแบบเรียลไทม์ ลงบนแบบจำลอง Digital Twin ในสายการผลิต (Assembly Line) ทำให้ผู้จัดการเห็นภาพจริงเทียบกับโมเดลดิจิทัลในหน้าจอเดียว พิสูจน์ความแม่นยำระดับวินาทีต่อวินาที
กรณีศึกษา: เพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุน
โซลูชันของ Nuvola ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรมเพื่อเป้าหมาย “Smarter, Faster, Safer” ที่ชัดเจน:
- Data Center: ที่การควบคุมพลังงานและความร้อนคือหัวใจสำคัญ Digital Twin ไม่เพียงแสดงค่าไฟและต้นทุนพลังงานที่ลดลง แต่ยังแสดงผลแบบ X-Ray ให้เห็นท่อ สปริงเกลอร์ และระบบไฟฟ้าที่ซ่อนอยู่ เมื่อระบบทำ Heat Map และพบว่า “โอ้ ตรงนี้มีปัญหา ร้อนเกินไป” ระบบจะชี้เป้าไปที่ Server PC ตัวที่อาจมีปัญหา ทำให้ทีมซ่อมบำรุงเข้าไปแก้ไขได้ทันที “ไม่ต้องเดินเข้าไปดู ใช้แค่ PC เช็กได้เลย”
- อู่รถบัส (Bus Depot): ระบบใช้ CCTV และ AI ตรวจสอบว่า “มีคนรอรถบัสกี่คน” หากพบว่ามีผู้โดยสารรอหนาแน่น ระบบจะส่งสัญญาณให้ “ส่งรถบัสมาเพิ่ม” เพื่อลดเวลารอคอย
- กรณีศึกษา CapitaLand: นายฟิลิกซ์ ยังได้แบ่งปันกรณีศึกษาที่เป็นรูปธรรมจาก CapitaLand ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ “ทุกวันนี้ ด้วยการใช้ Digital Twin ของเรา ทุกปีเขาประหยัดค่าเครื่องปรับอากาศได้ 10% ครับ และประหยัดค่าไฟแสงสว่างได้ 19%” เขาอธิบายว่าระบบทำงานโดยติดตั้งเซ็นเซอร์วัดคุณภาพอากาศ (IAQ) เพื่อตรวจจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และเมื่อเซ็นเซอร์ภายนอกตรวจจับได้ว่า “ฝนตก” อากาศเย็นลง Cooling Tower (หอหล่อเย็น) ก็จะลดกำลังการทำงานลงโดยอัตโนมัติ
กลยุทธ์การเชื่อมต่อ: แก้ปัญหา “กระจัดกระจาย” โดยไม่ต้องรื้อระบบเก่า
สำหรับตลาดประเทศไทย Nuvola มองเห็นความท้าทายที่โซลูชันของตนจะเข้ามาตอบโจทย์ได้พอดี นั่นคือปัญหา “ความกระจัดกระจาย” (Fragmented) ของเทคโนโลยี
“ตอนที่ผมได้พบกับคนจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในไทยเมื่อปีที่แล้ว เขาบอกว่า เขามีเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อติดตามป้ายทะเบียนรถ และมีเทคโนโลยีจัดการน้ำในแม่น้ำ ทั้งสองอย่างก็ฉลาดนะครับ แต่มันต่างคนต่างทำ” นายฟิลิกซ์กล่าว “ด้วยโซลูชันของเรา เราสามารถดึงข้อมูลจากพวกเขาทั้งหมดมารวมกัน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจภาพรวมร่วมกัน ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเอง”
คำถามสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยมักกังวลคือ การต้องลงทุนรื้อระบบเก่าทั้งหมดหรือไม่ Nuvola ตอบชัดเจนว่า “ไม่จำเป็น”
“โซลูชันของเราสามารถใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่เดิม (Existing Equipment) และอุปกรณ์ใหม่ (New Equipment) ได้ครับ” เขายกตัวอย่างมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่มีทั้งตึกเก่าและตึกใหม่ ซึ่งปกติระบบของทั้งสองตึกจะ “คุยกันไม่รู้เรื่อง” แต่ “Digital Twin ของเราสามารถคุยได้ทั้งกับของเก่าและของใหม่ และเราสามารถควบคุมทั้งเก่าและใหม่ไปพร้อมกันได้ครับ”
ยกระดับความปลอดภัยด้วย Video Analytics และ AI
เสาหลักสุดท้ายของ Nuvola คือ Video Analytics ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยและการดำเนินงานไปอีกขั้น เช่น ระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้ AI วิเคราะห์ภาพจาก Body Cam ของ รปภ. เพื่อแจ้งเตือนบุคคลต้องสงสัย หรือระบบความปลอดภัยในรถไฟของสิงคโปร์ ที่ AI จะตรวจจับคนขับ “ถ้าคนขับหาว 3 ครั้งใน 1 นาที ต้องเปลี่ยนคนขับเลย เพื่อความปลอดภัย”
ทั้งหมดนี้จะถูกรายงานผลบน Digital Twin เพื่อให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมว่าเกิดอะไรขึ้นที่ไหน และจัดการได้อย่างไร
“ทุกอย่างที่เราทำคือช่วยให้ลูกค้าทำงานฉลาดขึ้น (Work Smarter) ทำงานเร็วขึ้น ประหยัดพลังงาน ประหยัดคน ทุกอย่างเลยครับ” นายฟิลิกซ์ สรุป
การบุกตลาดไทยของ Nuvola ครั้งนี้ จึงเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญบนวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของรัฐบาลไทย โดยนำเสนอเครื่องมือที่ไม่ได้ให้แค่ “ข้อมูล” แต่ให้ “สติปัญญา” และ “อำนาจในการควบคุม” เพื่อเปลี่ยนพิมพ์เขียว 105 เมืองอัจฉริยะ ให้กลายเป็นความจริงที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูงสุด
#Nuvola #DigitalTwin #SmartCity #เมืองอัจฉริยะ #FelixTan #DynamicDigitalTwin #SimulationEngine #VideoAnalytics #DEPA #อสังหาริมทรัพย์ #ประหยัดพลังงาน #Sustainability #Thailand40 #AOT #SmartFactory #ข่าวเศรษฐกิจ #เทคโนโลยี

