กระทรวงดีอี เปิดโต๊ะหารือคณะผู้แทนรัฐบาลเขตกว่างซีจ้วง ผนึกกำลังด้านดิจิทัล ชูโรงนำเทคโนโลยี AI สกัดภัยหลอกลวงออนไลน์ พร้อมยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ล่าสุดเตรียมพิจารณาตั้งคณะทำงานร่วมไทย-จีนด้านAI หวังผลักดันความร่วมมือเป็นรูปธรรม พร้อมเล็งดึงการลงทุนภาคเอกชนจีนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านดิจิทัลระหว่างประเทศ เมื่อ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) ได้ให้การต้อนรับ นายหวัง เหวยผิง (H.E. Mr. Wang Weiping) รองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง พร้อมคณะผู้แทนจากรัฐบาลเขตกว่างซีจ้วง ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย
การหารือครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงผู้บริหารระดับสูง แต่ยังเสริมทัพด้วยทีมงานเทคนิคและยุทธศาสตร์คนสำคัญของไทย อาทิ นางสาวสุชาดา ซางแทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีฯ และโฆษกกระทรวงดีอี, นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ, ศาสตราจารย์ ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และ ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาอาวุโสสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันวาระดิจิทัลอย่างรอบด้าน
ชูธง “เศรษฐกิจดิจิทัล” คู่ “ความปลอดภัยไซเบอร์”
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจนในการส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลระหว่างไทยและรัฐบาลเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง โดยมีประเด็นหลักที่เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนี้
- การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Management): แลกเปลี่ยนแนวทางและเทคโนโลยีในการบริหารจัดการข้อมูล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
- การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City): ร่วมมือในการวางรากฐานและพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
- การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์: ผลักดันการใช้งานAI ระหว่างไทย–จีน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive Technology) ที่มีผลต่อทุกภาคส่วน
- การดึงดูดการลงทุน (Investment Promotion): ประเด็นสำคัญเชิงเศรษฐกิจ คือ การส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนจากเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ให้เข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายย้ำจุดยืนตรงกันว่า การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวล้ำ จะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจดิจิทัล

“AI” อาวุธใหม่ ปราบสแกมเมอร์ สร้างความเชื่อมั่น
ประเด็นเร่งด่วนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารืออย่างจริงจัง คือ ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และขบวนการสแกมเมอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างรุนแรง
ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นพ้องในการนำเทคโนโลยีAI มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ โดยเฉพาะการป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ (Anti-Online Scam) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยกลับคืนสู่ประชาชน
นอกจากนี้ ความร่วมมือยังขยายผลไปถึงการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านดิจิทัล โดยนายไชยชนกตั้งข้อสังเกตว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนมีศักยภาพและความพร้อมสูงในด้านนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองประเทศจะขยายความร่วมมืออย่างยั่งยืน
ก้าวต่อไป: ตั้งคณะทำงานร่วม “ไทย-จีน” ด้าน AI
เพื่อให้การหารือในครั้งนี้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม นายไชยชนก กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้เตรียมพิจารณา การจัดตั้งคณะทำงานด้านการพัฒนาและประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่างไทย–จีน
ภารกิจหลักของคณะทำงานชุดนี้ คือการยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลในมิติอื่นๆ
“หวังให้มีการผลักดันความร่วมมือนี้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะคำนึงถึงความมั่นคงทางไซเบอร์และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของทั้งสองประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นายไชยชนก กล่าวทิ้งท้าย
#TheReporterAsia #ข่าวเศรษฐกิจ #ดีอี #กระทรวงดิจิทัล #AI #จีน #กว่างซี #ปราบสแกมเมอร์ #ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ #เศรษฐกิจดิจิทัล #ไชยชนกชิดชอบ #ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน #Cybersecurity #AntiOnlineScam

