TheReporterAsia เจาะลึกรายงานภาวะการทำงานของประชากร ไตรมาสที่ 3 ปี 2568 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยภาพ เศรษฐกิจไทย ที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้ง “การจ้างงาน” ทั้งระบบหดตัวลง 1.9 แสนคนเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่ทรุดหนัก แต่ในขณะเดียวกัน “อัตราการว่างงาน” กลับลดลงเหลือเพียง 0.8% หรือคิดเป็นคนว่างงานเพียง 3.08 แสนคน ต่ำกว่าไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ ภาคบริการและการค้ายังคงเป็นพระเอกประคองเศรษฐกิจ ขณะที่คนทำงานภาคเอกชนทำงานหนักขึ้น นี่คือสัญญาณบวกหรือลบ?
สถานการณ์แรงงาน Q3/68: ภาพรวมที่ซ่อนนัยสำคัญ
ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ประเทศไทยมีประชากรผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไปจำนวน 59.49 ล้านคน ในจำนวนนี้ เป็นผู้อยู่ในกำลังแรงงาน (ผู้ที่พร้อมทำงาน) 40.20 ล้านคน และผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 19.29 ล้านคน (เช่น นักเรียน , คนทำงานบ้าน , ผู้สูงอายุ/ผู้ป่วย )
ตัวเลขสำคัญที่ต้องจับตาคือ จำนวนผู้มีงานทำ ซึ่งอยู่ที่ 39.85 ล้านคน
แม้ตัวเลขนี้จะดูสูง แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (Year-on-Year) กลับพบว่า การจ้างงานลดลง 0.19 ล้านคน หรือหดตัว 0.47% จากไตรมาส 3 ปี 2567 ที่เคยมีการจ้างงาน 40.04 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม หากมองในระยะสั้นเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Quarter-on-Quarter) สถานการณ์กลับดูดีขึ้น โดยการจ้างงานเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2568 ที่มีผู้มีงานทำ 39.51 ล้านคน แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวตามฤดูกาล
ในส่วนของ อัตราการมีงานทำ ในไตรมาส 3 ปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 67.0 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า
รอยร้าวในภาคเกษตร VS ความหวังที่ภาคบริการ
คำตอบว่าทำไมการจ้างงานโดยรวมถึงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนเมื่อเจาะลึกรายภาคส่วน ปรากฏว่าภาคเกษตรกรรมกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่
ภาคเกษตรกรรม: การหดตัวที่น่ากังวล
รายงานระบุว่า การจ้างงานที่ลดลงทั้งหมดมาจากการจ้างงานใน ภาคเกษตรกรรม
- ไตรมาส 3/2567: มีผู้มีงานทำ 12.21 ล้านคน
- ไตรมาส 3/2568: มีผู้มีงานทำ 11.86 ล้านคน
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า การจ้างงานในภาคเกษตรหายไปถึง 2.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน การหดตัวอย่างรุนแรงนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยแล้ง, ราคาสินค้าเกษตร, การเปลี่ยนแปลงสู่เทคโนโลยี หรือการย้ายถิ่นฐานของแรงงาน
นอกภาคเกษตร: ภาคบริการและการผลิตยังเติบโต
ในขณะที่ภาคเกษตรกำลังถดถอย ภาคส่วนอื่นกลับทำหน้าที่เป็นเสาหลักค้ำจุนเศรษฐกิจ
- ภาคการบริการและการค้า (The Hero):
- ไตรมาส 3/2567: 19.23 ล้านคน
- ไตรมาส 3/2568: 19.36 ล้านคน
- เติบโต 0.7% โดยสาขาที่ขยายตัวชัดเจนคือ “กิจกรรมบริการด้านอื่นๆ” ภาคส่วนนี้ยังคงเป็นแหล่งจ้างงานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
- ภาคการผลิต (Stable Growth):
- ไตรมาส 3/2567: 8.60 ล้านคน
- ไตรมาส 3/2568: 8.63 ล้านคน
- เติบโต 0.3% แม้จะเติบโตเล็กน้อย แต่ก็แสดงถึงความมั่นคงในภาคการผลิต
การวิเคราะห์นี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ภาพรวมการจ้างงาน Y-o-Y จะติดลบ แต่เป็นผลกระทบที่เกิดเฉพาะจุด (ภาคเกษตร) ในขณะที่ภาคเศรษฐกิจสมัยใหม่ (บริการ, การค้า, การผลิต) ยังคงขยายตัวได้
ไขปม “จ้างงานลด แต่ว่างงานต่ำ”
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือความย้อนแย้งที่เกิดขึ้น แม้การจ้างงานจะลดลง 1.9 แสนตำแหน่ง (Y-o-Y) แต่ทำไมอัตราการว่างงานถึงต่ำเพียง 0.8%?
ในไตรมาส 3 ปี 2568 มี ผู้ว่างงานทั้งสิ้น 3.08 แสนคน (0.31 ล้านคน) คิดเป็น อัตราการว่างงานร้อยละ 0.8
ตัวเลขนี้ไม่เพียงแต่ต่ำมากในมาตรฐานสากล แต่ยัง ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (ไตรมาส 2/2568) ที่มีผู้ว่างงาน 3.66 แสนคน (อัตรา 0.9%) และลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน (ไตรมาส 3/2567) ที่มีผู้ว่างงานถึง 4.14 แสนคน (อัตรา 1.0%)
คำอธิบายอยู่ที่ไหน?
คำตอบอยู่ที่การเคลื่อนไหวของประชากรออกจากกำลังแรงงาน (Exiting the Labor Force)
เมื่อเปรียบเทียบข้อมูล Y-o-Y (Q3/67 vs Q3/68) พบว่า:
- การจ้างงานลดลง 0.19 ล้านคน (จาก 40.04m เหลือ 39.85m)
- การว่างงานลดลง 0.106 ล้านคน (จาก 0.414m เหลือ 0.308m)
ซึ่งหมายความว่า จำนวนคนที่ “ออกจากระบบ” (ทั้งที่เคยมีงานทำและเคยว่างงาน) มีมากกว่าจำนวนคนที่ “ตกงาน” แรงงานที่หายไปจากภาคเกษตร ไม่ได้แปรสภาพไปเป็น “ผู้ว่างงาน” ทั้งหมด แต่ส่วนหนึ่งได้ย้ายสถานะไปเป็น “ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน” ซึ่งมีจำนวนถึง 19.29 ล้านคน โดยอาจกลับไปเรียน , ทำงานบ้าน หรือเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ/เกษียณอายุ
ดังนั้น อัตราการว่างงานที่ต่ำ 0.8% จึงเป็นข่าวดีที่สะท้อนว่าคนหางานมีโอกาสได้งานสูง แต่ในขณะเดียวกันก็ซ่อนนัยของการหดตัวของกำลังแรงงานโดยรวม โดยเฉพาะในภาคส่วนดั้งเดิม
เจาะโปรไฟล์ “คนว่างงาน 3 แสนคน” คือใครบ้าง?
เมื่อเจาะลึกลงไปในกลุ่มผู้ว่างงาน 3.08 แสนคน พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:
1. “บัณฑิตจบใหม่” คือกลุ่มว่างงานหลัก
ผู้ว่างงานส่วนใหญ่ ไม่เคยทำงานมาก่อน มีจำนวนถึง 1.87 แสนคน หรือคิดเป็น 60% ของผู้ว่างงานทั้งหมด
- ในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่คือ วัยเยาวชน (อายุ 15-24 ปี) จำนวน 1.45 แสนคน (77.7%)
- วัยผู้ใหญ่ (อายุ 25 ปีขึ้นไป) มี 0.42 แสนคน
นี่คือภาพสะท้อนปัญหา “การไม่จับคู่กัน” (Mismatch) ระหว่างทักษะของบัณฑิตจบใหม่กับความต้องการของตลาดแรงงาน
2. “ผู้มีประสบการณ์” ที่ตกงาน
ในส่วนของผู้ว่างงานที่ เคยทำงานมาก่อน มีจำนวน 1.21 แสนคน หรือประมาณ 40% ของผู้ว่างงานทั้งหมด โดยส่วนใหญ่มาจาก:
- ภาคการบริการและการค้า: 0.85 แสนคน (70.2%)
- ภาคการผลิต: 0.30 แสนคน (25.2%)
- ภาคเกษตรกรรม: 0.06 แสนคน (4.7%)
ประเด็นที่น่าสังเกตคือ แม้ภาคบริการและการค้าจะเติบโต แต่ก็เป็นภาคส่วนที่มีการ “เลิกจ้าง” สูงที่สุดเช่นกัน สะท้อนถึงการแข่งขันสูงและการปรับตัวอย่างรวดเร็ว (High Turnover) ในภาคส่วนนี้
คนไทยทำงานหนักขึ้น? ส่องชั่วโมงการทำงาน
อีกหนึ่งดัชนีชี้วัดสุขภาพของตลาดแรงงานคือชั่วโมงการทำงาน
ในไตรมาส 3 ปี 2568 ภาพรวม ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ย (ของผู้มีงานทำทั้งหมด) อยู่ที่ 43.1 ชั่วโมง/สัปดาห์ (เส้นสีน้ำเงิน)
แต่ตัวเลขที่น่าสนใจคือชั่วโมงการทำงานของ “ลูกจ้างเอกชน” (เส้นสีส้ม) ซึ่งอยู่ที่ 47.5 ชั่วโมง/สัปดาห์ ตัวเลขนี้:
- เพิ่มขึ้น จากไตรมาสก่อนหน้า (Q2/2568) ที่ 46.9 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ใกล้เคียง กับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (Q3/2567) ที่ 47.4 ชั่วโมง/สัปดาห์
การที่ลูกจ้างเอกชนมีชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยสูงถึง 47.5 ชั่วโมง (สูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมถึง 4.4 ชั่วโมง) อาจตีความได้ว่า ธุรกิจในภาคเอกชนกำลังพยายามรีดประสิทธิภาพสูงสุดจากพนักงานที่มีอยู่ หรือ “Sweating Assets” แทนการจ้างงานเพิ่มในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขการเติบโตของภาคการผลิตที่ค่อนข้างทรงตัว
ข่าวดี: แนวโน้มระยะเวลาว่างงาน “ลดลง”
แม้จะมีคนว่างงานอยู่ 3 แสนคน แต่รายงานบ่งชี้ให้เห็นแนวโน้มที่ดีมาก นั่นคือ ระยะเวลาในการว่างงานของผู้ว่างงานทุกระยะมีแนวโน้มลดลง
ในไตรมาส 3 ปี 2568 (ข้อมูลไม่รวมผู้ไม่ทราบ ):
- ว่างงานระยะกลาง (1 เดือน – 1 ปี): 1.83 แสนคน (กลุ่มใหญ่ที่สุด)
- ว่างงานระยะสั้น (น้อยกว่า 1 เดือน): 0.64 แสนคน
- ว่างงานระยะยาว (มากกว่า 1 ปี): 0.58 แสนคน
การที่จำนวนผู้ว่างงานระยะยาว (Long-term Unemployment) ลดลงเหลือเพียง 0.58 แสนคน ถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบหลายปี สะท้อนว่าตลาดแรงงานไทยยังมีความคล่องตัว (Fluidity) คนที่ตกงานสามารถกลับเข้าสู่ระบบหรือปรับตัวได้ค่อนข้างเร็ว
บทสรุปและทิศทาง: เมื่อเศรษฐกิจไทยต้อง “เปลี่ยนผ่าน”
รายงานภาวะการทำงานไตรมาส 3 ปี 2568 คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของเศรษฐกิจไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน เรากำลังเห็น “การหดตัว” ของภาคส่วนดั้งเดิม (เกษตรกรรม) ที่รุนแรงและชัดเจน แต่ในขณะเดียวกัน ก็เห็น “การเติบโต” ของภาคส่วนสมัยใหม่ (บริการและการค้า) ที่ยังคงทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์หลัก
อัตราการว่างงานที่ต่ำ 0.8% เป็นข่าวดีที่สะท้อนเสถียรภาพ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความท้าทายเรื่องกำลังแรงงานที่หดตัว (Shrinking Labor Force)
โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยนับจากนี้ คือการบริหารจัดการการเปลี่ยนผ่านนี้ให้ราบรื่นที่สุด:
- จะทำอย่างไรกับแรงงาน 11.86 ล้านคน ที่ยังอยู่ในภาคเกษตรให้มีรายได้และความมั่นคง?
- จะทำอย่างไรให้บัณฑิตจบใหม่ 1.45 แสนคน ที่กำลังว่างงาน มีทักษะที่ตรงกับความต้องการของภาคบริการและการผลิตที่กำลังเติบโต?
เศรษฐกิจไทยกำลังเดินหน้า แต่ก็กำลังทิ้งบางส่วนไว้ข้างหลัง ภาวะ “จ้างงานลด แต่ว่างงานต่ำ” คือความจริงที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับและเร่งปรับตัว
#เศรษฐกิจไทย #ตลาดแรงงาน #ว่างงาน #จ้างงาน #เกษตรกร #ภาคบริการ #Q3ปี68 #สถิติแห่งชาติ #TheReporterAsia #อัตราการว่างงาน #แรงงานไทย

