HOKA รุกปูพรม 9 สาขา ผุดแฟล็กชิปสยามเซ็นเตอร์ ลุยตลาดไลฟ์สไตล์

HOKA รุกปูพรม 9 สาขา ผุดแฟล็กชิปสยามเซ็นเตอร์ ลุยตลาดไลฟ์สไตล์

ตลาดสปอร์ตรีเทล (Sport Retail) ไทยระอุส่งท้ายปี เมื่อ “HOKA” (โฮก้า) แบรนด์รองเท้าวิ่งสายเพอร์ฟอร์แมนซ์ระดับโลก จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่ “Rev Edition” (เรฟ อิดิชั่น) และกลุ่มเซ็นทรัล ประกาศศักดาขยายอาณาจักรครบ 9 สาขาทั่วไทย ชูไฮไลต์ “Siam Center” เป็น Hybrid Flagship Store ที่ใหญ่ที่สุด พร้อมดันไทยเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์แห่งการวิ่ง ตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ที่กล้า “บินเหนือพื้นดิน”

การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ HOKA ในประเทศไทย ภายใต้การบริหารของ บริษัท เรฟ อิดิชั่น จำกัด ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มช่องทางการขาย แต่คือการยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค (Customer Experience) ครั้งใหญ่ เพื่อตอบรับเทรนด์ “Performance Meets Lifestyle” ที่กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของวงการแฟชั่นและกีฬาโลก

เปิดยุทธศาสตร์ 9 สาขา: จาก CentralWorld สู่ Hybrid Flagship Store

จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด HOKA ได้ปักหมุดขยายสาขาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องจนครอบคลุมทำเลศักยภาพถึง 9 แห่ง โดยแต่ละสาขามีจุดเด่นและกลยุทธ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน:

  • CentralWorld: จุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ เพราะนี่คือ HOKA Experience Store สาขาแรกของโลก และเป็นสาขาแรกในไทย

  • EmQuartier (Concept Store แห่งแรกใน SEA): สาขานี้ถูกวางตำแหน่งเป็น “Concept Store” แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เน้นดีไซน์ที่ใช้วัสดุธรรมชาติและเส้นสายพริ้วไหว ทำหน้าที่เป็น Lifestyle Hub เชื่อมโยงวัฒนธรรมการวิ่งเข้ากับวิถีคนเมือง (Urban Lifestyle)

  • Siam Center (Hybrid Flagship Store): ไฮไลต์ล่าสุดที่ถือเป็น สาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยพื้นที่กว่า 312 ตารางเมตร ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “Hybrid Flagship Store” แห่งแรกในไทย เพื่อถ่ายทอด DNA ของแบรนด์อย่างครบถ้วนที่สุด

  • ครอบคลุมทุกมุมเมือง: นอกจากนี้ยังมีสาขาที่ Mega Bangna , Emporium , Central Village , Siam Premium Outlets , Central Chidlom และล่าสุด Central Ladprao

ปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงท้ายปี 2025 คือการเร่งเครื่องขยายสาขาอย่างดุดันของ HOKA ในประเทศไทย จากจุดเริ่มต้นสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ แบรนด์ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเปิดตัวสาขาใหม่ถึง 3 แห่งภายในเวลาเพียง 1 เดือน ได้แก่ สาขาเอ็มควอเทียร์ (27 พฤศจิกายน), สาขาสยามเซ็นเตอร์ (11 ธันวาคม) และสาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว (13 ธันวาคม)

การรุกหนักครั้งนี้จะส่งผลให้ HOKA มีสาขารวมทั้งสิ้น 9 สาขาทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาขาสยามเซ็นเตอร์ ที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็น “Hybrid Flagship Store” แห่งแรกและมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกว่า 312 ตารางเมตร

“การที่เราเปิด 3 สาขาได้ภายใน 1 เดือน ไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งของ Rev Edition เพียงอย่างเดียว แต่ได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มเซ็นทรัล (Central Group) ด้วย ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นที่รีเทลยักษ์ใหญ่มีต่อแบรนด์ของเรา” – คุณพรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด หรือ REV Edition ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ HOKA

การเลือกทำเล สยามเซ็นเตอร์ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นกลยุทธ์ที่ผ่านการคิดมาอย่างแยบยล คุณพรศักดิ์ ย้ำว่าสยามเซ็นเตอร์คือศูนย์รวมแฟชั่นและเทรนด์ของเมืองไทยมายาวนานกว่า 50 ปี การที่ HOKA ได้รับเลือกให้ตั้ง Flagship Store พร้อม Display หน้าลานพาร์ค ถือเป็นการ “Endorse” หรือการการันตีความสำเร็จว่าแบรนด์ได้ก้าวขึ้นสู่ระดับ Top Tier ของตลาดแล้ว

ตลาดสปอร์ตรีเทล

ดัน “กรุงเทพฯ” ขึ้นแท่น Strategic Hub แห่งอาเซียน

ในมุมมองของ คุณโจเอล ลิม Head of Brand HOKA South East Asia ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่ตลาดหนึ่งในภูมิภาค แต่คือ “ศูนย์กลางแห่งอิทธิพล” (Center of Influence) เหตุผลเบื้องหลังการยกสถานะนี้ให้กับไทยมาจากปัจจัยเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง:

  • ผู้บริโภคชาวไทยคือ Trendsetter: คนไทยไม่เพียงแค่เปิดรับวัฒนธรรมใหม่ แต่เป็นผู้กำหนดเทรนด์ (Setting Trends) ที่ส่งผลต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม

  • การแข่งขันที่ดุเดือดสร้างความแข็งแกร่ง: ตลาดสปอร์ตในไทยมีการแข่งขันสูงมาก คู่แข่งแบรนด์ดังต่างมาเปิด Flagship Store และนำเสนอคอนเซปต์ใหม่ๆ ที่นี่ ซึ่งบีบให้ HOKA ต้องยกระดับเกมการแข่งขันของตัวเอง (Raise the game) เพื่อความเป็นเลิศ

  • การท่องเที่ยวหนุนนำ: กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งคนในพื้นที่และชาวต่างชาติ

กลยุทธ์นี้ชี้ให้เห็นว่า การลงทุนในไทยย่อมส่งผลกระเพื่อม (Ripple Effect) ไปทั่วทั้งภูมิภาค การสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดในกรุงเทพฯ จึงเปรียบเสมือนการชนะใจผู้บริโภคในอาเซียนไปกว่าครึ่ง

Rev Edition ผนึก CRC: ขุมพลังเบื้องหลังความสำเร็จ

ความสำเร็จในการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ HOKA ในไทย ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากรากฐานที่แข็งแกร่งของ บริษัท เรฟ อิดิชั่น จำกัด (REV Edition) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว

  • วิสัยทัศน์ผู้ก่อตั้ง: บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2543 โดย คุณพรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา และ คุณพรินทร ติยะวุฒิโรจน์ พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เฉพาะทางด้านรองเท้าวิ่งระดับโลก

  • Synergy กับกลุ่มเซ็นทรัล: ก้าวสำคัญทางธุรกิจเกิดขึ้นเมื่อ Central Retail Corporation (CRC) ผ่านทาง CRC Supersports ได้เข้ามาลงทุนและถือหุ้นใหญ่ใน Rev Edition ซึ่งถือเป็นการผนึกกำลังเพื่อรุกตลาด Performance Sports อย่างเต็มตัว ทำให้ HOKA มีทรัพยากรและช่องทางจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ

DNA แห่งการ “บิน”: จาก Maximalist สู่ Mass Adoption

เรื่องราวของ HOKA คือกรณีศึกษาทางธุรกิจที่น่าสนใจของการ “กล้าแตกต่าง”

  • กำเนิดจากเทรล (2009): ก่อตั้งโดย Nicolas Mermoud และ Jean-Luc Diard นักวิ่งเทรลชาวฝรั่งเศส ที่ต้องการรองเท้าที่รับแรงกระแทกสูงสุดแต่ยังวิ่งได้เร็ว ชื่อ HOKA One One มาจากภาษาเมารี แปลว่า “บินเหนือพื้นดิน”

  • สวนกระแส Minimalist: ในยุคที่ตลาดบ้าคลั่งรองเท้าพื้นบาง HOKA เปิดตัวรุ่น Mafate ในปี 2010 ด้วยพื้นหนาแบบ Maximalist และทรง Rocker Geometry ซึ่งช่วยลดอาการบาดเจ็บและตอบโจทย์นักวิ่งอัลตร้า จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

  • จุดเปลี่ยนสู่ระดับโลก (2013): Deckers Brands ยักษ์ใหญ่จากอเมริกาเข้าซื้อกิจการ ทำให้ HOKA มีเงินทุนพัฒนานวัตกรรม จนเกิดรุ่น Clifton ในปี 2014 ที่เบาและนุ่มจนถูกยกให้เป็น “รองเท้าที่เปลี่ยนโลกการวิ่ง”

HOKA

Performance meets Lifestyle: เมื่อ “กีฬา” กลายเป็น “แฟชั่น”

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของการถอดรหัสความสำเร็จของ HOKA คือการเปลี่ยนผ่านจากแบรนด์รองเท้าวิ่งสาย Performance จ๋าๆ เข้าสู่โลกของ Lifestyle Fashion ได้อย่างแนบเนียน

คุณโจเอล อธิบายว่า เส้นแบ่งระหว่าง “การทำงาน” “การออกกำลังกาย” และ “ชีวิตส่วนตัว” ของคนเมืองในปัจจุบันนั้นเลือนลางจนแทบจะกลายเป็นเรื่องเดียวกัน (Blurring Lines) พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่ “Work-Life Integration” คนปั่นจักรยานไปทำงาน วิ่งเสร็จแล้วเข้าออฟฟิศ หรือใส่รองเท้าวิ่งคู่เก่งเดินห้างในวันหยุด

  • Authenticity is Key: HOKA ไม่ได้พยายาม “ดัดจริต” เป็นแบรนด์แฟชั่น แต่ใช้จุดแข็งเรื่องความสบาย (Comfort) และเทคโนโลยี Performance ที่เป็น DNA หลัก มาตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน

  • Maximalist Trend: ดีไซน์พื้นหนา (Maximalist) ที่เคยถูกมองว่าแปลกเมื่อปี 2009 ปัจจุบันกลายเป็นมาตรฐานที่ทุกแบรนด์ทำตาม และกลายเป็นแฟชั่นไอคอนที่วัยรุ่นสวมใส่

  • เจาะกลุ่ม Urban Consumers: รุ่นอย่าง Transport ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการรองเท้าคู่เดียวจบ (One shoe fits all) ใส่ทำงานได้ ใส่เดินเที่ยวได้ และยังคงฟังก์ชันกันน้ำหรือพื้น Vibram ที่ทนทาน

“เราไม่ได้พยายามจะเป็นแฟชั่น แต่เราเป็นแบรนด์ Performance ที่มีสไตล์ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้” – คุณพรศักดิ์ เสริมประเด็นความสำเร็จของสินค้า

ทิศทางสู่อนาคต: Fly Human Fly

ปัจจุบัน HOKA ก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเป็นแค่รองเท้าวิ่งเทรล สู่ตลาด Lifestyle และ Fashion อย่างเต็มตัว สินค้าครอบคลุมทั้งการวิ่งถนน เดินป่า ฟิตเนส และการใช้ชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิด “Fly Human Fly” ที่เชื่อในพลังของมนุษย์และการพาผู้คนไปให้ไกลกว่าเดิม

ด้วยนวัตกรรมโฟมที่เป็นเอกลักษณ์ และการออกแบบที่เน้นความสบายสูงสุด ทำให้ HOKA กลายเป็นแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์สาย Performance และครองใจทั้งนักกีฬาระดับโลกและคนดัง

Community Economy: เศรษฐกิจฐานรากจากนักวิ่ง

นอกจากการขายสินค้า สิ่งที่ HOKA และ Rev Edition สร้างขึ้นคือ “Ecosystem” หรือระบบนิเวศของการวิ่งที่ครบวงจร ตั้งแต่นักวิ่งหน้าใหม่ที่เพิ่งเริ่มวิ่ง 1 กิโลเมตร ไปจนถึงระดับ Elite ที่วิ่งอัลตร้ามาราธอน

  • HOKA Run Club: การสร้างคอมมูนิตี้ผ่านกิจกรรมวิ่ง (Socialize Run) กลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่มาแทนที่การสังสรรค์ในผับบาร์ คนรุ่นใหม่นัดกันวิ่งแล้วไปจบที่ร้านกาแฟ ซึ่งช่วยขยายฐานลูกค้าหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดได้อย่างมหาศาล

  • UTMB เชียงใหม่ – Soft Power ระดับโลก: การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน HOKA Chiang Mai Thailand by UTMB ซึ่งถือเป็นรายการ “Major” หนึ่งเดียวในเอเชีย (จาก 3 แห่งทั่วโลก) ถือเป็นความสำเร็จระดับชาติ

    • ดึงดูดนักวิ่งกว่า 10,000 คน (รวมผู้ติดตามเป็นหลักแสน) เข้าสู่พื้นที่

    • สร้างรายได้การท่องเที่ยวและโรงแรม (Hospitality) ในช่วง Low Season ของภาคเหนือ

    • เป็นการยืนยันสัญญาระยะยาวอีก 6 ปี ที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางการวิ่งเทรลของเอเชีย

สิ่งนี้สะท้อนว่า HOKA ไม่ได้มองแค่ยอดขายรองเท้า แต่มองถึงการสร้าง “Culture” ที่ยั่งยืน ซึ่งสุดท้ายจะวนกลับมาสร้าง Brand Loyalty และยอดขายในระยะยาว

นวัตกรรมและความยั่งยืน (Innovation & Sustainability)

แม้จะเน้น Lifestyle มากขึ้น แต่ HOKA ไม่ทิ้งลายความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี คุณพรศักดิ์ เผยว่า HOKA คือหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ของโลกที่ทำรองเท้าคาร์บอน (Carbon Plate) และมีการพัฒนารูปทรงพื้นรองเท้า (Geometry) ตลอดเวลา

ล่าสุดมีการนำเทคโนโลยี RECCO chip ซึ่งปกติใช้ในวงการสกีและสโนว์บอร์ดเพื่อค้นหาผู้ประสบภัยจากหิมะถล่ม มาใส่ในรองเท้าวิ่งเทรล เพื่อความปลอดภัยของนักวิ่งหากเกิดอุบัติเหตุในป่า นี่คือตัวอย่างของการใส่ใจในรายละเอียดที่ “Over-deliver” เกินความคาดหมายของผู้บริโภค

บทสรุปและทิศทางในปี 2026

สำหรับทิศทางในปี 2026 (พ.ศ. 2569) HOKA เตรียมที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยแนวคิด “Authentically Bold” คือการกล้าที่จะแตกต่างอย่างเป็นตัวของตัวเอง โดยยังคงยึดมั่นใน Performance DNA แต่เปิดกว้างสู่โอกาสใหม่ๆ ในตลาด Lifestyle และ Fashion มากขึ้น

แม้เศรษฐกิจภาพรวมอาจจะดูชะลอตัว แต่ตลาดกีฬายังคงเป็น “ดาวรุ่ง” ที่พุ่งสวนกระแส เพราะหลังโควิด-19 ผู้คนตระหนักแล้วว่า “สุขภาพ” คือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด การลงทุนในรองเท้าวิ่งดีๆ สักคู่ จึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นการลงทุนเพื่อชีวิต

#HOKAThailand #HOKATH #FlyHumanFly #RevEdition #SiamCenter #CRCSupersports #ธุรกิจกีฬา #TheReporterAsia

Related Posts