Nike เปิดตัวนวัตกรรมรองเท้าเทรนนิ่งรุ่นใหม่ Nike Hybrid ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การฝึกซ้อมและการแข่งขันกีฬาไฮบริดโดยเฉพาะ ชูจุดเด่นการผสานความเร็ว ความมั่นคง และการยึดเกาะไว้ในคู่เดียว โดยเปิดตัวพร้อมกัน 2 รุ่น ได้แก่ Nike Hybrid Fly สำหรับสายแข่ง และ Nike Hybrid RN สำหรับการซ้อมในชีวิตประจำวัน
แก้โจทย์ความท้าทายสายไฮบริดด้วยนวัตกรรมเฉพาะทาง
ปัจจุบันการฝึกซ้อมและการแข่งขันกีฬาไฮบริดได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่ารองเท้าในท้องตลาดส่วนใหญ่ยังไม่สามารถมอบสมรรถนะที่รอบด้านได้ในคู่เดียว นักกีฬาจึงต้องเลือกระหว่างรองเท้าวิ่งที่เน้นความเร็ว กับรองเท้าเทรนนิ่งที่เน้นความมั่นคง ทำให้เกิดข้อจำกัดในการดึงศักยภาพสูงสุดออกมา
Nike จึงพัฒนานวัตกรรม Nike Hybrid ขึ้นเพื่อลดข้อจำกัดดังกล่าว โดยนำข้อมูลเชิงลึกของนักกีฬามาออกแบบโครงสร้างใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเฉพาะของแบรนด์ ทั้ง Nike Air, โฟม ZoomX, โฟม ReactX และแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ Flyplate เพื่อรองรับทุกมิติการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ท่าดันและดึงเลื่อน ท่าลันจ์ ท่าพาย หรือท่าสกีเออร์ก
Nike Hybrid Fly ประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อการแข่งขัน
สำหรับรุ่น Nike Hybrid Fly ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในสนามแข่งโดยเฉพาะ โครงสร้างรองเท้าใช้โฟม ZoomX ทำงานร่วมกับแผ่นคาร์บอน Flyplate ตลอดความยาวรองเท้า และ Air Zoom แบบคู่บริเวณปลายเท้า ช่วยรักษาความเร็วในช่วงการวิ่งซึ่งเป็นจุดสร้างความได้เปรียบ พร้อมฐานรองเท้าที่กว้างขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นคงและการยึดเกาะ ช่วยลดการปรับสมดุลร่างกายขณะเปลี่ยนสถานี
ตัวรองเท้ายังมาพร้อมเชือกแบบ race lockdown ให้ความกระชับสูง พื้นรองเท้ามีจุดยึดเกาะ 4 จุดจากยางเหนียวประสิทธิภาพสูง เสริมโครง sidewall wraps ด้านข้างเพื่อความมั่นคง และใช้ผ้าตาข่ายถักทอลวดลาย haptic lines เพื่อเพิ่มความทนทาน โดย Dylan Scott นักกีฬาระดับแชมป์โลกการแข่งขันไฮบริดของ Nike เปิดเผยว่า “ผมต้องการรองเท้าที่ตอบสนองและให้พลังส่งขณะวิ่งแบบรองเท้าวิ่งแผ่นคาร์บอน แต่ก็ต้องมั่นคงและยึดเกาะดีเมื่อทำท่าต่าง ๆ ในแต่ละสถานี ที่ผ่านมาผมหารองเท้าที่ตอบโจทย์ได้เพียงสองในสามด้านเท่านั้น จนกระทั่งได้ลอง Hybrid Fly ซึ่งเป็นรองเท้าที่ผมวางใจให้พาคว้าชัยชนะได้จริง”
Nike Hybrid RN รองรับการฝึกซ้อมไฮบริดในทุกวัน
ด้านรุ่น Nike Hybrid RN ถูกสร้างสรรค์ขึ้นสำหรับการฝึกซ้อมในชีวิตประจำวัน นำเสนอความนุ่มนวลและการตอบสนองที่ฉับไวด้วยเทคโนโลยีโฟม ReactX ร่วมกับ Air Zoom บริเวณปลายเท้า ให้ความมั่นคงสูงในท่ายกน้ำหนัก พื้นรองเท้าที่กว้างและโครงด้านบนรูปตัว X ช่วยเพิ่มความกระชับระหว่างเปลี่ยนท่วงท่า ส่วนพื้นรองเท้าชั้นนอกใช้ยางสองชนิดเพื่อการยึดเกาะที่หลากหลาย และใช้ผ้าตาข่ายด้านบนเพื่อความสบายตลอดการซ้อม
Lauren Weeks นักกีฬาระดับแชมป์โลกการแข่งขันไฮบริดของ Nike อีกท่านได้ระบุถึงความสำคัญของการฝึกซ้อมว่า “กีฬาแบบไฮบริดต้องอาศัยประสิทธิภาพของรองเท้ามากกว่ารองเท้าวิ่งทั่วไป เพราะต้องสลับระหว่างการวิ่งและการฝึกความแข็งแกร่งตลอดเวลา การมีรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งสองกิจกรรมโดยเฉพาะ จึงช่วยลดความกังวลและทำให้โฟกัสกับการแข่งหรือการฝึกซ้อมได้อย่างเต็มที่”
กำหนดการวางจำหน่าย
รองเท้า Nike Hybrid RN มีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2026 ก่อนจะเปิดวางจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 8 ตุลาคม 2026 ผ่านทางเว็บไซต์ nike.com และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของ Nike ขณะที่รุ่นสำหรับแข่งขันอย่าง Nike Hybrid Fly มีกำหนดวางจำหน่ายทั่วโลกในเดือนเมษายน 2027
#Nike #NikeHybrid #NikeHybridFly #NikeHybridRN #NikeTraining #HybridTraining

