สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า (depa) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของชาติผ่านงาน Digital Content Contest & Awards ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค
งานนี้ถือเป็นบทสรุปที่ยิ่งใหญ่ของโครงการ depa Thai Digital Content Go Global ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมระบบนิเวศของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยให้แข็งแกร่งและสามารถก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรหลักอย่างสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) สมาคมดิจิทอลคอนเทนท์ไทย (DCAT) และสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) เพื่อรวมพลังขับเคลื่อนผลงานฝีมือคนไทยใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ เกม แอนิเมชัน และคาแรกเตอร์ ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ได้ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานพร้อมเผยตัวเลขทางเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง โดยระบุว่าในปี 2567 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยมีมูลค่ารวมสูงถึง 50,609 ล้านบาท และมีการขยายตัวเฉลี่ยถึง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่ในช่วงเริ่มต้นอีกต่อไป แต่กำลังอยู่ในช่วงของการต่อยอดสู่ตลาดจริงและการเชื่อมโยงสู่เวทีโลกอย่างเข้มข้น ซึ่งโครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างรากฐานที่ยั่งยืน ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงผู้พัฒนามืออาชีพ เพื่อเปลี่ยนพลังความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักภายใต้ธีม Multiverse ที่รวบรวมสุดยอดผลงานจากนักพัฒนาทั่วประเทศมาไว้ในที่เดียว เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดพื้นที่ให้นักพัฒนาไทยได้พบปะกับนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ เป้าหมายสำคัญของการจัดงานครั้งนี้คือการผลักดันให้เกิดการพัฒนาผลงานออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ไม่น้อยกว่า 200 ผลงาน ซึ่งดีป้าเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนอย่างเป็นระบบจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืน และเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่คอนเทนต์ไทยจะไปสร้างปรากฏการณ์ในระดับสากล
ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลปั้นมูลค่าแสนล้านด้วยพลัง Soft Power ไทย
การเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยในปัจจุบันถือเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดย ดร.วาริน เน้นย้ำว่ามูลค่าอุตสาหกรรมที่ขยับขึ้นมาแตะระดับ 5 หมื่นล้านบาทนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เป้าหมายต่อไปที่ท้าทายคือการผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตไปสู่ระดับ 100,000 ล้านบาทในอนาคตอันใกล้ ซึ่งต้องอาศัยการยกระดับคุณภาพมาตรฐานและความสามารถในการแข่งขันที่ทัดเทียมกับระดับสากล ยุทธศาสตร์หลักคือการเปลี่ยนจากการเป็นผู้รับจ้างผลิตมาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องในระยะยาวจากทั่วทุกมุมโลก
ดีป้าได้วางโครงสร้างการสนับสนุนที่ครอบคลุมทุกมิติผ่านโครงการ depa Thai Digital Content Go Global ซึ่งเริ่มดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้าง Ecosystem ที่แข็งแรงและยั่งยืน กระบวนการนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานระยะยาวที่เชื่อมโยงทั้งภาคการศึกษา ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ การที่มูลค่าอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของบุคลากรไทยที่มีทั้งความสามารถด้านเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศได้ในอนาคต
นอกจากนี้ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือและโอกาสทางธุรกิจถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง งานในวันนี้จึงเป็นพื้นที่สำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาได้นำเสนอผลงานและเชื่อมโยงกับนักลงทุน ผู้จัดจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการทำให้คอนเทนต์ไทยไปต่อได้จริงในตลาดโลก ดร.วาริน ระบุว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นภายในงานอาจเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในอนาคต ซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยอย่างมหาศาลและมั่นคง
บ่มเพาะต้นกล้าดิจิทัลจากโรงเรียนสู่เวทีโลกสร้างพื้นฐานทักษะแห่งอนาคต
รากฐานที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์คือบุคลากร ดีป้าจึงได้ดำเนินกิจกรรม Digital Content Infrastructure & Digital Content in Schools เพื่อบ่มเพาะศักยภาพด้านดิจิทัลคอนเทนต์ให้กับเยาวชนไทยใน 25 สถานศึกษาทั่วประเทศ โครงการนี้คัดเลือกโรงเรียนระดับหัวกะทิเพื่อเข้ารับการสนับสนุนทั้งในด้านซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาผลงานด้านเกม แอนิเมชัน และคาแรกเตอร์อย่างครบวงจร เพื่อให้มั่นใจว่าน้อง ๆ จะมีเครื่องมือและทักษะที่พร้อมสำหรับการต่อยอดสู่ผลงานระดับมืออาชีพในอนาคต
กระบวนการพัฒนาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การมอบอุปกรณ์ แต่ยังรวมถึงการจัดทำหลักสูตรออนไลน์และการทำเวิร์กชอปที่ให้นักเรียนได้ลงมือทำโปรเจกต์จริง สิ่งนี้ช่วยยกระดับทักษะทั้งทางด้านเทคนิคและการคิดเชิงธุรกิจให้กับเยาวชน ทำให้เกิดผลงานดิจิทัลคอนเทนต์คุณภาพกว่า 250 ผลงานที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และอัตลักษณ์จากทุกภูมิภาคของไทย ผลงานเหล่านี้ได้ถูกนำมาจัดแสดงภายในงานเพื่อแสดงให้เห็นว่าเยาวชนไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะก้าวสู่การเป็นนักพัฒนาระดับโลกหากได้รับการสนับสนุนที่ถูกจุด
โครงการนี้มุ่งหวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้น้อง ๆ เยาวชนเห็นว่าดิจิทัลคอนเทนต์เป็นสายอาชีพที่สามารถสร้างอนาคตได้จริง การบ่มเพาะตั้งแต่วัยเรียนจะช่วยสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเศรษฐกิจดิจิทัล ความสำเร็จที่เห็นได้จากผลงานของเยาวชนในวันนี้คือข้อพิสูจน์ว่าเด็กไทยมี “ของ” และพร้อมที่จะจบออกมาเป็นนักพัฒนามืออาชีพที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้ในเวทีสากล
Accelerator Program ทางลัดสู่ความเป็นมืออาชีพและการพิชิตใจนักลงทุน
สำหรับนักพัฒนารุ่นใหม่และผู้ประกอบการ ดีป้าได้จัดกิจกรรม Digital Content Accelerator Program ซึ่งเป็นโปรแกรมเร่งการเติบโตที่เข้มข้นที่สุดโปรแกรมหนึ่งในอุตสาหกรรม โดยคัดเลือกทีมที่มีศักยภาพจำนวน 60 ทีม แบ่งเป็นระดับ Professional 30 ทีม และระดับ Amateur 30 ทีม ครอบคลุมทั้งสาขาเกม แอนิเมชัน และคาแรกเตอร์ ผู้เข้าร่วมจะได้รับการพัฒนาศักยภาพผ่านหลักสูตรเฉพาะทางที่เข้มข้นมากกว่า 30 ชั่วโมง โดยเน้นทั้งการพัฒนาผลงาน ด้านกฎหมายลิขสิทธิ์ ธุรกิจการตลาด และเทคนิคการนำเสนอผลงาน
ไฮไลท์สำคัญคือการที่นักพัฒนาได้รับคำปรึกษาจากเหล่า Mentor ผู้เชี่ยวชาญระดับสากล เพื่อนำมาปรับใช้และยกระดับผลงานของตนเองให้สมบูรณ์แบบที่สุดก่อนการลงสนามจริง ภายในงานมีการจัดเวที Final Pitching ที่ให้นักพัฒนาได้นำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิถึง 15 ท่าน รวมถึงนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประกวดเพื่อชิงรางวัล แต่เป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์และการเจรจาธุรกิจแบบ Business Matching เพื่อสร้างโอกาสในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ
ดร.วาริน เปิดเผยว่าโครงการ Accelerator ในปีที่ผ่านมาได้สร้างปรากฏการณ์มาแล้วมากมาย โดยมีผู้ที่ผ่านการบ่มเพาะหลายรายสามารถออกผลงานจริงและประสบความสำเร็จในระดับโลก ความสำเร็จเหล่านี้เกิดจากการอัดฉีดประสบการณ์และความรู้อย่างเข้มข้นให้นักพัฒนาไทยได้รู้เท่าทันกลไกตลาดโลก วันนี้เราจึงได้เห็นลีลาการ Pitching ที่น่าสนใจและผลงานที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักพัฒนาไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะแข่งขันในเวทีการค้าระดับนานาชาติและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลเข้าสู่ประเทศ
Transformation คาแรกเตอร์ไทยสู่ธุรกิจ SME เพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยความคิดสร้างสรรค์
มิติใหม่ของการสร้างมูลค่าเพิ่มถูกถ่ายทอดผ่านกิจกรรม Digital Content Transformation ที่เน้นการนำคาแรกเตอร์ไทย (Thai Character IP) มาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ SME โครงการนี้ส่งเสริมให้เกิดการจับคู่ธุรกิจและการคอลแลปส์ (Collaboration) ระหว่างนักออกแบบคาแรกเตอร์และผู้ประกอบการ เพื่อสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นและมีมูลค่าสูงขึ้นในตลาดจริง โดยมีโครงการต้นแบบที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 15 ผลงาน ซึ่งได้นำมาจัดแสดงโชว์ศักยภาพภายในงานนี้ด้วย
การผสานพลังระหว่าง Soft Power และธุรกิจ SME ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับศักยภาพทางการแข่งขัน ผลงานที่เกิดจากการร่วมมือกันเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าไทย แต่ยังเป็นการสร้างการรับรู้ในตัวคาแรกเตอร์ไทยไปพร้อมกัน ความสำเร็จที่จับต้องได้นี้แสดงให้เห็นว่างานดิจิทัลคอนเทนต์สามารถเข้าไปช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้อย่างแนบเนียน และเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับทั้งนักออกแบบและผู้ประกอบการในท้องตลาด
ภายในงานมีการจัดพื้นที่ Showcase Zone เพื่อให้ผู้ที่สนใจและนักลงทุนได้เห็นตัวอย่างจริงของการนำคาแรกเตอร์ไปปรับใช้กับสินค้า สิ่งนี้เป็นการพิสูจน์ว่าความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยสามารถแปลงเป็นผลกำไรทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ดีป้ามั่นใจว่าโครงการ Transformation นี้จะเป็นต้นแบบสำคัญที่กระตุ้นให้ภาคธุรกิจอื่น ๆ หันมาใช้ดิจิทัลคอนเทนต์ไทยเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนแบรนด์ เพื่อสร้างความโดดเด่นและสร้างโอกาสในการขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ทั้งในและต่างประเทศ
#ThaiDigitalContent #depaThailand #DigitalContentGoGlobal #เศรษฐกิจดิจิทัล #คอนเทนต์ไทยสู่สากล #GameAnimationCharacter #SoftPowerThai #SMETransformation #DigitalContentContestAndAwards

