สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA เผยความคืบหน้าและยุทธศาสตร์การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจบริการ แพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Platform Service – DPS) ประจำปีงบประมาณ 2569 ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA ระบุว่าปัจจุบันมีแพลตฟอร์มที่เข้ามาแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจผ่านระบบแล้วสูงถึง 2,056 แพลตฟอร์ม ณ วันที่ 13 มกราคม 2569 ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต
การกำกับดูแลในมิติแรกมุ่งเน้นไปที่ตลาดสินค้าออนไลน์ (Online Marketplace) โดยมีการประกาศรายชื่อ 21 แพลตฟอร์มที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18(2) ซึ่งต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการขายและการโฆษณาสินค้าอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 แพลตฟอร์มดิจิทัล เหล่านี้มีหน้าที่ต้องตรวจสอบมาตรฐานสินค้าให้เป็นไปตามกฎหมายของ สมอ. และ อย. อย่างเข้มงวด รวมถึงการจัดให้มีระบบ “แจ้งเตือนและนำออก (Notice and Take Down)” เพื่อระงับการแสดงรายการสินค้าหรือปิดกั้นผู้ขายที่ไม่ได้มาตรฐานทันทีที่ได้รับการแจ้ง
นอกจากนี้ ETDA ยังอยู่ระหว่างการขยายขอบเขตการกำกับดูแลไปยังกลุ่มโซเชียลคอมเมิร์ซ (Social Commerce) ที่มีฟังก์ชันซื้อขายสินค้าเพื่อรองรับพฤติกรรมการช้อปปิ้งที่เปลี่ยนไป โดยผู้อำนวยการ ETDA ยืนยันว่าในช่วงมกราคมเป็นต้นไปจะเป็นช่วงการ “ทำให้เกิดผลจริง” ผ่านการมอนิเตอร์ข้อมูลจากกรณีที่ได้รับการร้องเรียน พร้อมทั้งเตรียมออกคู่มือสำหรับเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ และจัดซ้อมความเข้าใจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันสินค้าผิดกฎหมายหลุดรอดเข้าสู่ระบบ
ปฏิรูปบริการ Ride Sharing และการแก้ปัญหาโครงสร้างเพื่อไรเดอร์ไทย
ในส่วนของบริการรถรับจ้างสาธารณะผ่านแพลตฟอร์ม หรือ Ride Sharing นั้น ETDA ได้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคที่ขัดขวางการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องกฎหมายของผู้ขับขี่ ปัจจุบันมีผู้ขับขี่ลงทะเบียนผ่านระบบ Driver Verify แล้วกว่า 27,952 ราย เพื่อนำใบรับรองไปขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก อีกทั้งยังมีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุเครื่องยนต์เกิน 125 ซีซี ซึ่งปัจจุบันร่างกฎกระทรวงได้ผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นและเตรียมเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว
ประเด็นเรื่องต้นทุนการประกอบอาชีพเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ ETDA เข้าไปช่วยบรรเทาภาระ โดยเฉพาะเรื่องค่าธรรมเนียมจากบริษัทลีสซิ่งและการจัดทำประกันภัย ETDA ได้ประสานความร่วมมือกับสมาคมลีสซิ่งจนสามารถลดค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนสัญญาลงจากเดิม 1% เหลือเพียง 0.25% เพื่ออำนวยความสะดวกให้ไรเดอร์ พร้อมทั้งหารือกับ คปภ. เพื่อพัฒนาประกันภัยรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกับรถให้บริการผ่านแพลตฟอร์มโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประกันชั้น 1 ที่มีราคาสูงสำหรับผู้ขับขี่
เพื่อให้ระบบการเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น ETDA ได้ตัดสินใจขยายเวลาการบังคับใช้ประกาศสำหรับ Ride Sharing ออกไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ในระหว่างนี้จะมีการตั้งคณะทำงานร่วมที่มีผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศเข้ามาร่วมตรวจสอบปัญหาเรื่องการเช่าซื้อและการเข้าถึงแหล่งทุน ทั้งนี้เพื่อให้ระบบกำกับดูแลสามารถใช้งานได้จริงในทางปฏิบัติ และช่วยให้ไรเดอร์สามารถประกอบอาชีพภายใต้ความคุ้มครองของกฎหมายได้อย่างแท้จริง
ยกระดับการคุมเข้ม Space Sharing และมาตรการกำกับดูแลตนเองเชิงรุก
สำหรับธุรกิจการเช่าที่พักระยะสั้นผ่านแพลตฟอร์มหรือ Space Sharing เช่น การปล่อยเช่าคอนโดรายวัน ETDA กำลังเร่งศึกษาแนวทางกำกับดูแลให้สอดคล้องกับกฎหมายโรงแรม โดยมีการหารือร่วมกับกรมการปกครองเพื่อออกแบบมาตรการที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการบังคับใช้จริง เป้าหมายคือการกำหนดหน้าที่ให้แพลตฟอร์มมีส่วนร่วมในการคัดกรองที่พักให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันผลกระทบด้านความปลอดภัยและผลกระทบต่อชุมชนในระยะยาว
ในมิติของการกำกับดูแลตนเอง (Self-Regulation) ETDA ได้เปิดพื้นที่ให้แพลตฟอร์มดิจิทัลกว่า 200 รายร่วมกันกำหนด “มาตรฐานขั้นต่ำ” ในการดูแลสินค้าความเสี่ยงสูง สินค้ากลุ่มเสี่ยงที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ได้แก่ ปืน, Sim Box และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมักแอบแฝงขายบนช่องทางออนไลน์ กลไกนี้จะช่วยให้แพลตฟอร์มสามารถจัดการปัญหาได้รวดเร็วกว่าการรอคำสั่งจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว โดยเน้นไปที่ระบบการคัดกรองและการจัดการผู้กระทำผิดซ้ำ
ETDA เชื่อมั่นว่าการสร้าง Community เพื่อ “ขยายกลไกร่วมกำกับ” จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ระบบนิเวศดิจิทัลไทยน่าเชื่อถือ โดยจะเริ่มเชิญแพลตฟอร์มมาตกลงร่วมกันภายในต้นเดือนหน้าเพื่อสร้างโมเดลการมอนิเตอร์ข้อมูลที่ได้ผล ซึ่งจะมีการประสานงานผ่านช่องทางรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ เช่น 1212 OCC และสภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อตรวจสอบว่ามาตรการกำกับดูแลตนเองที่ออกมานั้นสามารถปฏิบัติได้จริงและลดความเสียหายได้เพียงใด
ผ่าโครงสร้างค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและความเป็นธรรมทางการแข่งขัน
ประเด็นค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม e-Commerce เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการไทยให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากมีการปรับขึ้นบ่อยครั้งจนกระทบต่อต้นทุน ETDA จึงได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในการคิดค่าธรรมเนียมโดยยึดหลักความโปร่งใส (Transparency) และความสมเหตุสมผล (Fairness) ผลการศึกษาเบื้องต้นแบ่งค่าธรรมเนียมเป็นกลุ่มที่ต้องจ่าย (Mandatory) เช่น ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน และกลุ่มที่เลือกจ่ายได้ (Optional) เช่น แคมเปญการตลาด เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อผู้ขาย
นอกจากความโปร่งใสแล้ว ETDA ยังมองถึงบริการขั้นต่ำ (Minimum Service) ที่ผู้ขายควรจะได้รับเมื่อจ่ายค่าธรรมเนียมไปแล้ว การศึกษาครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ กรมการค้าภายใน และ กขค. เพื่อหาข้อสรุปว่าควรมีการกำหนดเพดานราคาในสินค้าบางประเภทหรือไม่ ซึ่งผลการศึกษาทั้งหมดจะถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการร่วมภายใต้กฎหมาย DPS ภายในเดือนมกราคมนี้ เพื่อกำหนดเป็นแนวปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมต่อไป
ส่วนในด้านอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่มีข้อสะท้อนเรื่องการเลือกปฏิบัติของแพลตฟอร์มนั้น คณะกรรมการกำกับฯ (คธอ.) มีความเห็นพ้องให้สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแล เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางการค้าโดยตรง ซึ่งทาง กขค. กำลังเตรียมออกประกาศที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ในขณะที่ ETDA จะยังคงทำหน้าที่ติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิทธิของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดเพื่อเป็นการคุ้มครองสองชั้น
สงครามออนไลน์ฟรอด: มาตรการดัดหลังโฆษณาหลอกลวงบนโซเชียล
ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการโฆษณาหลอกลวงเป็นภัยคุกคามสำคัญที่ ETDA เร่งจัดการผ่าน (ร่าง) ประกาศ คธอ. ภายใต้ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรการสำคัญคือการกำหนดให้ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียต้องมีระบบการระบุและพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้และผู้ลงโฆษณาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ลงโฆษณาจะต้องผ่านการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้นตามระดับความเสี่ยง (Risk-Based Approach) เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพใช้พื้นที่โฆษณามาหลอกลวงโอนเงินหรือลงทุน
กระบวนการพิสูจน์ตัวตนจะถูกออกแบบให้เหมาะสม ไม่สร้างภาระจนเกินไปแต่ต้องมีประสิทธิภาพ เช่น การถ่ายภาพเซลฟี่คู่กับบัตรประจำตัวประชาชน หรือการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครองในกรณีที่จำเป็น หากโฆษณาใดถูกตรวจพบว่าเป็นการหลอกลวง แพลตฟอร์มจะต้องมีระบบการนำออก (Take Down) โดยเร็วที่สุดตามที่หน่วยงานรัฐแจ้ง ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะช่วยสร้างเกราะป้องกันให้กับผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียชาวไทยจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ
ขณะนี้ร่างประกาศดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นรอบแรกแล้ว และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนการปรับปรุงเพื่อเปิดรับฟังความเห็นรอบที่สอง ดร.ชัยชนะ คาดหวังว่ามาตรการป้องกันอาชญากรรมทางออนไลน์นี้จะสามารถประกาศใช้ได้อย่างเป็นทางการภายในเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้โลกออนไลน์ของไทยปลอดภัยขึ้น และสร้างความมั่นใจให้กับทุกการทำธุรกรรมว่า “บริการดิจิทัลที่เชื่อมั่นได้ เริ่มต้นที่…ทุกคนร่วมสร้าง” อย่างแท้จริง
#ETDA #DigitalPlatform #DPSTrust #เศรษฐกิจดิจิทัล #คุ้มครองผู้บริโภค #OnlineSafety #อีคอมเมิร์ซ #สินค้าได้มาตรฐาน #ต้านโกงออนไลน์ #BEINGBEYONDTRUST

