โลตัส หั่นราคาครั้งใหญ่ ดึง ‘แก้มบุ๋ม’ กู้วิกฤตค่าครองชีพปีใหม่

โลตัส หั่นราคาครั้งใหญ่ ดึง ‘แก้มบุ๋ม’ กู้วิกฤตค่าครองชีพปีใหม่

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจในช่วงต้นปี 2569 ที่ผู้บริโภคชาวไทยต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะภาระค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังผ่านพ้นเทศกาลเฉลิมฉลอง “โลตัส” (Lotus’s) ในฐานะผู้นำห่วงโซ่ธุรกิจค้าปลีกอุปโภคบริโภคชั้นนำของเมืองไทย ได้ประกาศยุทธศาสตร์รุกตลาดครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวแคมเปญระดับบิ๊กอีเวนต์ “โรลแบ็ค ลดหนัก ประหยัดจริง” ซึ่งถือเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของสัญลักษณ์แห่งความคุ้มค่าที่ครองใจคนไทยมานานกว่า 3 ทศวรรษ

โดยครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการลดราคาทั่วไป แต่เป็นการวางหมากเกมเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในระดับฐานราก พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลไกการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้งตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี


พลิกฟื้นกำลังซื้อด้วยแคมเปญในตำนาน “โรลแบ็ค 2026”

ยุทธศาสตร์การตลาดของโลตัสในปี 2569 นี้ ถูกขับเคลื่อนภายใต้การนำของคุณวรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานทรานฟอร์เมชั่น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้มองเห็นอินไซต์ที่สำคัญของผู้บริโภคในช่วงหลังปีใหม่ ที่มักจะประสบปัญหา “กระเป๋าแฟบ” จากการจับจ่ายในช่วงเทศกาล แคมเปญโรลแบ็คจึงถูกนำกลับมาสวมบทบาทเป็นพระเอกอีกครั้ง โดยคัดสรรสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมากกว่า 900 รายการ ทั้งในกลุ่มอาหารสด สินค้าอุปโภคบริโภค และแบรนด์ชั้นนำระดับโลก มาปรับลดราคาอย่างมีนัยสำคัญเพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดค้าปลีกที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้าง “ความประหยัดที่จับต้องได้” และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเงินในกระเป๋าของลูกค้าทุกระดับ

ความพิเศษของ “โรลแบ็ค 2026” ในปีนี้ คือการนำเสนอสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟที่มีจำหน่ายเฉพาะที่โลตัสเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็น “Value Leader” หรือผู้นำด้านความคุ้มค่าอย่างแท้จริง โดยกลยุทธ์สำคัญคือการหมุนเวียนสินค้าไฮไลท์ใหม่ในทุกสัปดาห์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเข้าร้าน (Store Traffic) อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ วิธีการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้บริโภคได้สินค้าในราคาที่ต่ำกว่าตลาด แต่ยังเป็นการบริหารจัดการซัพพลายเชนร่วมกับคู่ค้า เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าคุณภาพเยี่ยมจะถึงมือผู้บริโภคในราคาที่ยุติธรรมที่สุดในช่วงเวลาที่ทุกคนต้องการความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายมากที่สุด

ในเชิงเศรษฐศาสตร์ การขยับตัวของโลตัสในครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยว่า การแข่งขันในปีนี้จะไม่ได้สู้กันด้วยเพียงแค่จำนวนสาขา แต่จะสู้กันด้วย “ความลึก” ของการลดราคาและความเข้าใจในพฤติกรรมการใช้เงินของลูกค้า การเลือกสินค้ากว่า 900 รายการมาทำโรลแบ็คนั้น ผ่านการวิเคราะห์ดาต้าจาก Lotus’s Smart App เพื่อดูว่าสินค้าชนิดใดที่จำเป็นต่อครัวเรือนมากที่สุดในช่วงต้นปี ดังนั้น แคมเปญนี้จึงไม่ใช่แค่กิจกรรมส่งเสริมการขายชั่วคราว แต่เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจในการเคียงข้างคนไทยที่ทางโลตัสยึดถือมาตลอดระยะเวลา 31 ปีของการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้คนไทยสามารถเริ่มต้นปีใหม่ได้อย่างไร้กังวลและมีความสุขมากขึ้น


ปฏิวัติวงการอินฟลูเอนเซอร์ด้วยกลยุทธ์ KOP ดึง “แก้มบุ๋ม” ร่วมทีม

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่สร้างความฮือฮาให้กับการเปิดศักราชใหม่คือการปรับเปลี่ยนทิศทางการสื่อสารการตลาด จากเดิมที่ใช้ Influencer Marketing ในรูปแบบ Key Opinion Leader (KOL) ทั่วไป สู่การยกระดับเป็น Key Opinion Partner (KOP) โดยได้ดึงเอา “แก้มบุ๋ม” ปรียาดา สิทธาไชย เข้ามารับบทบาทสำคัญในฐานะพันธมิตรที่ร่วมสร้างสรรค์คุณค่า ซึ่งคุณวรวรรณระบุว่านี่คือการทำ Co-Creation ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เนื่องจากแก้มบุ๋มมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนในเรื่องของความเป็น “ตัวแม่ด้านความคุ้มค่า” และเป็นนักช้อปที่เลือกเฟ้นสิ่งที่ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งตรงกับ DNA ของแคมเปญโรลแบ็คอย่างลงตัว การร่วมงานครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการใช้พรีเซนเตอร์เพื่อโฆษณา แต่เป็นการนำประสบการณ์จริงของผู้บริโภคมาเป็นตัวตั้งในการนำเสนอโปรโมชั่น

ทางด้านแก้มบุ๋ม ปรียาดา ในฐานะ KOP คนสำคัญ ได้เปิดเผยถึงความตั้งใจในการร่วมงานครั้งนี้ว่า เธอได้รับโอกาสในการมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการร่วมคิดและคัดสรรสินค้าที่จะนำมาจัดโปรโมชั่น เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ผู้บริโภคจะได้รับคือสิ่งที่คุ้มค่าและมีความจำเป็นจริงๆ ในชีวิตประจำวัน การสวมบทบาทเป็นสะพานเชื่อมระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคในลักษณะนี้ ช่วยสร้างความเชื่อถือ (Trust) ได้มากกว่าการสื่อสารทางเดียวจากแบรนด์ เพราะผู้บริโภคในยุคปัจจุบันต้องการความจริงใจและความคิดเห็นที่ผ่านการกลั่นกรองจากตัวแทนที่พวกเขารู้สึกใกล้ชิดและไว้วางใจ ซึ่งแก้มบุ๋มสามารถตอบโจทย์นี้ได้อย่างดีเยี่ยมผ่านไลฟ์สไตล์ที่เป็นคนช่างเลือกและรักความประหยัด

การใช้กลยุทธ์ KOP ยังเป็นการปรับตัวตามเทรนด์การตลาดโลกที่มุ่งเน้นความเป็น Humanity และ Authenticity โดยโลตัสเชื่อมั่นว่าการสื่อสารผ่านมุมมองของแก้มบุ๋มจะช่วยให้แคมเปญ “โรลแบ็ค 2026” เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่และคนวัยทำงานที่ฉลาดเลือกได้กว้างขวางขึ้น การอธิบายเรื่องความคุ้มค่าด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย มีความสนุกสนาน และเข้าถึงได้จริง จะช่วยทำลายกำแพงระหว่างองค์กรขนาดใหญ่กับผู้บริโภครายย่อย ทำให้โลตัสกลายเป็น “เพื่อนที่รู้ใจ” ในเรื่องการออมเงินและการบริหารค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ในระยะยาวท่ามกลางยุคที่ผู้บริโภคพร้อมจะเปลี่ยนใจไปหาแบรนด์ที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุดตลอดเวลา


พลังแห่งเครือข่ายความร่วมมือและการขยายผลสู่ทุกช่องทาง

เพื่อให้แคมเปญโรลแบ็คในครั้งนี้มีพลังส่งต่อถึงผู้บริโภคในวงกว้างที่สุด โลตัสไม่ได้หยุดเพียงแค่การทำงานร่วมกับ KOP เพียงรายเดียว แต่ยังได้ทำการขยายเครือข่ายความร่วมมือไปยังเพจโปรโมชั่นชั้นนำและกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์หลากหลายระดับ โดยเฉพาะการจับมือกับเพจชื่อดังอย่าง “Sale Here” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นผู้นำด้านการคัดสรรดีลและโปรโมชั่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดในไทย รวมถึงกลุ่ม KOL, KOC และ Promotion Page จากหลากหลายแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อมาร่วมกันยืนยันและพิสูจน์ความคุ้มค่าของสินค้าโรลแบ็คผ่านรีวิวและการนำเสนอในรูปแบบที่หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ทำให้เกิด Ecosystem ของการบอกต่อเรื่องราวความประหยัดที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพ

การสื่อสารแบบครอบคลุมทุกทิศทาง (Omni-channel Communication) นี้ ช่วยให้ข้อมูลเรื่องราคาสินค้าที่ลดลงเข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุก Touchpoint ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคุณแม่บ้านที่ติดตาม Facebook, กลุ่มวัยรุ่นที่นิยม TikTok หรือกลุ่มวัยทำงานที่ใช้งาน Smart App การที่อินฟลูเอนเซอร์จากหลายสาขามาร่วมยืนยันความถูกและดีในแคมเปญนี้ ถือเป็นการสร้าง “ความจริงทางสังคม” (Social Proof) ที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของโลตัสในฐานะแบรนด์ที่เป็นศูนย์กลางของความคุ้มค่าที่เชื่อมโยงทุกกลุ่มคนเข้าด้วยกันผ่านแคมเปญที่เป็นตำนานอย่างโรลแบ็ค

คุณวรวรรณทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า การทำงานร่วมกันในรูปแบบนี้ทำให้แคมเปญโรลแบ็ค 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการประกาศลดราคาผ่านสื่อกระแสหลักเหมือนในอดีต แต่เป็นการสร้าง “บทสนทนาเรื่องความคุ้มค่า” (Value Conversation) ที่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมและโต้ตอบได้จริง การที่แบรนด์ยินดีเปิดรับพันธมิตรเข้ามามีบทบาทในการร่วมสร้างสรรค์คุณค่า ถือเป็นมิติใหม่ของวงการค้าปลีกไทยที่จะยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายให้ก้าวข้ามเรื่องราคาสู่การเป็นคู่คิดในการใช้ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ประหยัดยิ่งขึ้น และมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจส่วนบุคคลที่แข็งแกร่งขึ้นในช่วงเริ่มต้นปีพุทธศักราชใหม่นี้


สรุปการช้อปคุ้ม: ผู้บริโภคสามารถออกไปสัมผัสประสบการณ์ความคุ้มค่ากับแคมเปญ “โรลแบ็ค ลดหนัก ประหยัดจริง” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โลตัส และโลตัส โก เฟรช ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงสามารถช้อปสะดวกผ่านทางโลตัส ช้อปออนไลน์ และติดตามข่าวสารอัปเดตผ่านทางเว็บไซต์, Lotus’s Smart App และเพจเฟซบุ๊ก Lotus’s – โลตัส อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดดีลเด็ดประจำสัปดาห์

#LotusRollback2026 #โลตัสโรลแบ็ค #แก้มบุ๋ม #ประหยัดจริง #ลดราคาครั้งใหญ่ #เศรษฐกิจไทย2026 #ช้อปคุ้มที่โลตัส #KOP #CP_Axtra #ค้าปลีกไทย

Related Posts