ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อในประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ณ สำนักงาน กสทช. ได้มีการพิจารณาวาระสำคัญที่น่าสนใจหลายประเด็น โดยนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาวาระรวมทั้งสิ้น 23 วาระ จากทั้งหมด 65 วาระ ซึ่งครอบคลุมทั้งการอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์รายใหม่ และการวางรากฐานยุทธศาสตร์ชาติผ่านร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ฉบับที่ 3
ประเด็นที่เป็นไฮไลท์สำคัญของการประชุมในครั้งนี้ คือการอนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์สำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่แบบบอกรับสมาชิกให้กับบริษัทเอกชนหลายราย เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในอุตสาหกรรมคอนเทนต์และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ขณะเดียวกัน กสทช. ยังได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมระยะยาวเพื่อรองรับการสิ้นสุดของใบอนุญาตดิจิทัลทีวีภาคพื้นดินในปี 2572 ผ่านการอภิปรายและรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนแม่บทฯ และ Roadmap การแพร่ภาพกระจายเสียงของประเทศในช่วงปี 2569-2573 ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อไทยในอนาคตอันใกล้
การเคลื่อนไหวของ กสทช. ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างการกำกับดูแลและการส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะในส่วนของโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (Pay TV) ที่ยังคงมีการขยายตัวและปรับตัวเข้าสู่แพลตฟอร์มใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากการประชุมแสดงให้เห็นว่า กสทช. มุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์ความเหมาะสมอย่างรอบด้านก่อนที่จะมีการอนุญาตให้ผู้ประกอบการแต่ละรายเริ่มดำเนินการ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับบริการที่มีคุณภาพและเป็นธรรม ภายใต้กรอบกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
กสทช. ไฟเขียวช่องกีฬาและช้อปปิ้ง เสริมทัพบริการ Pay TV รายใหม่
ในการประชุมวาระที่ 5.14 ที่ประชุม กสทช. ได้มีมติเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ความเหมาะสมและอนุญาตให้บริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด (SBN) ประกอบกิจการเพื่อให้บริการโทรทัศน์ สำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ แบบบอกรับสมาชิก สำหรับช่องรายการ “Premier Sports” การอนุญาตในครั้งนี้เป็นการขอรับใบอนุญาตเป็นครั้งแรก โดย กสทช. กำหนดให้อายุใบอนุญาตมีระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการมีมติ ซึ่งถือเป็นการรุกคืบของกลุ่มผู้ให้บริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ต้องการขยายฐานลูกค้าผ่านคอนเทนต์กีฬาคุณภาพสูง เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดบริการมัลติมีเดียที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรง
นอกจากคอนเทนต์ด้านกีฬาแล้ว กสทช. ยังได้พิจารณาวาระที่ 5.15 โดยมีมติอนุญาตให้บริษัท เลอ ปาทรง จำกัด ประกอบกิจการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกในลักษณะเดียวกันสำหรับช่องรายการ “oto shopping 2” และ “oto shopping 3” การอนุญาตช่องรายการช้อปปิ้งใหม่ถึง 2 ช่องพร้อมกันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจ Home Shopping ที่ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการเข้าถึงสินค้าของผู้บริโภคผ่านหน้าจอทีวี โดยใบอนุญาตของบริษัท เลอ ปาทรง จำกัด มีกำหนดอายุ 1 ปีเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการพิสูจน์ศักยภาพในการดำเนินธุรกิจในช่วงปีแรก
สำหรับการต่ออายุใบอนุญาตเดิม กสทช. ได้พิจารณาวาระที่ 5.16 และมีมติเห็นชอบให้บริษัท ซัน เทเลวิชั่น กรุ๊ป จำกัด ดำเนินการประกอบกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกต่อไปอีกจำนวน 3 ช่องรายการ ได้แก่ “MOVIES WORLD 1”, “MOVIES WORLD 2” และ “MOVIES WORLD 3” โดยในกรณีนี้ กสทช. ได้กำหนดอายุใบอนุญาตไว้ที่ 5 ปี นับแต่วันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นสุดลง เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการรายเดิมที่มีผลงานการดำเนินงานต่อเนื่อง การอนุมัติกลุ่มช่องภาพยนตร์ในครั้งนี้ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนในอุตสาหกรรมความบันเทิงว่า กสทช. พร้อมสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องหากผู้ประกอบการปฏิบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด
กางแผนแม่บทฉบับที่ 3 และ Roadmap สื่อไทย เตรียมรับมือดิจิทัลทีวีหมดอายุปี 2572
นอกจากเรื่องการให้อนุญาตช่องรายการแล้ว ประเด็นที่ถือเป็นกระดูกสันหลังของการประชุมครั้งนี้คือ วาระที่ 5.2 เกี่ยวกับสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2569-2573) และวาระที่ 4.17 ร่างแผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทยในระยะเวลาเดียวกัน แผนดังกล่าวเปรียบเสมือนเข็มทิศที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมสื่อสารมวลชนไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและพฤติกรรมการรับชมสื่อที่ซับซ้อนขึ้น
สาระสำคัญของร่างแผนแม่บทและ Roadmap ฉบับนี้ คือการเตรียมการรองรับสถานการณ์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2572 นั่นคือการหมดอายุของใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (Digital Terrestrial TV) ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ กสทช. และผู้ประกอบการทั่วประเทศต้องร่วมกันหาทางออกว่าทิศทางของทีวีดิจิทัลจะเป็นอย่างไรต่อไป จะมีการประมูลใหม่ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ หรือการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน การพิจารณาในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการรับทราบข้อมูล แต่เป็นการวางยุทธศาสตร์เพื่อไม่ให้อุตสาหกรรมเกิดภาวะชะงักงันเมื่อถึงเวลาสิ้นสุดสัญญาอนุญาต
ที่ประชุม กสทช. ได้มีมติรับทราบสรุปผลจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. นำข้อเสนอแนะและประเด็นต่างๆ จากที่ประชุมไปดำเนินการจัดกลุ่มเนื้อหาให้มีความชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น ขั้นตอนต่อไปคือการนำเสนอร่างที่ปรับปรุงแล้วให้ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าแผนแม่บทและ Roadmap นี้จะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงทางวัฒนธรรม ก่อนที่จะมีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสื่อไทยต่อไป
วิเคราะห์ผลกระทบเศรษฐกิจสื่อและการปรับตัวของ กสทช. ในยุคดิจิทัล
การพิจารณาวาระต่างๆ ของ กสทช. ในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกในการพยายามปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้ทันต่อโลก โดยเฉพาะการที่วาระส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตบริการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า กสทช. ยอมรับในบทบาทของ OTT (Over-the-Top) และบริการผ่านโครงข่ายบรอดแบนด์ที่กำลังเข้ามามีบทบาทแทนที่การรับชมผ่านสายอากาศแบบเดิม การให้อายุใบอนุญาต 1 ปีสำหรับผู้รายใหม่ถือเป็นกลไกการ “Sandboxing” หรือการทดลองตลาดที่ช่วยให้ภาครัฐสามารถควบคุมคุณภาพบริการได้ในระยะสั้น ก่อนจะพิจารณาให้ใบอนุญาตระยะยาวต่อไป
ในเชิงเศรษฐกิจ การอนุมัติช่องรายการใหม่ๆ อย่าง Premier Sports หรือกลุ่มช่องภาพยนตร์ของ Sun Television Group จะช่วยกระตุ้นการจ้างงานในอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อหา (Content Production) และการบริหารจัดการสถานี นอกจากนี้ ช่องรายการประเภทโฮมช้อปปิ้งยังมีส่วนสำคัญในการเป็นช่องทางระบายสินค้าให้กับ SMEs ไทยในยุคที่กำลังซื้อภายในประเทศต้องการการกระตุ้น การที่ กสทช. เร่งพิจารณาวาระเหล่านี้ให้ผ่านการอนุมัติ จึงเป็นการช่วยลดอุปสรรคทางด้านการบริหารจัดการ (Administrative Burden) และทำให้ภาคเอกชนสามารถเริ่มดำเนินธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้นภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม
ท้ายที่สุด ความชัดเจนเกี่ยวกับแผนแม่บทฉบับที่ 3 และ Roadmap ปี 2572 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนและเจ้าของสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลในปัจจุบันสามารถวางแผนการเงินและรูปแบบธุรกิจในอนาคตได้ หาก กสทช. สามารถสรุปหลักเกณฑ์การจัดกลุ่มเนื้อหาและทิศทางหลังปี 2572 ได้เร็วเท่าไหร่ ความเสี่ยงในอุตสาหกรรมสื่อก็จะลดลงเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพของตลาดทุนและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศที่พึ่งพาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของการเติบโต
#กสทช #ทีวีดิจิทัล #แผนแม่บทกสทช #ใบอนุญาตโทรทัศน์ #เศรษฐกิจดิจิทัล #Broadcasting #ThailandMedia #Roadmap2572

