ก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ปี 2026 อย่างเต็มภาคภูมิกับความคึกคักของตลาดค้าปลีกไทยที่กำลังเตรียมรับการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้ ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ภายใต้การนำของ คุณจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ได้ออกมาประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในการเปิดตัวแคมเปญ “The Great Chinese New Year 2026” เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็น Food Discovery Destination อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค โดยในปีนี้ถือเป็นปีที่มีความพิเศษอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นปีม้าไฟ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์และแสงสว่างที่จะนำพาเศรษฐกิจก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ที่เคยเผชิญมาในช่วงปีก่อนหน้า
คุณจักรกฤษณ์ได้ฉายภาพรวมของสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผ่านมาว่า ตลาดค้าปลีกไทยต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน หรือที่เรียกว่า Perfect Storm ทั้งจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งในประเทศเพื่อนบ้าน และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ปี 2026 ท็อปส์ มองเห็นสัญญาณบวกที่เป็น Perfect Hope โดยคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมค้าปลีกจะมีการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 3.7% ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาแต่มีแนวโน้มความเชื่อมั่นที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้น 5-10% จากปีก่อนที่มีมูลค่าสูงถึง 51,000 ล้านบาท เนื่องจากผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับประเพณีและความเชื่อเพื่อเสริมโชคลาภในปีใหม่
ในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ในปีนี้ ยุทธศาสตร์การตลาดจึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะการมุ่งเน้นไปที่กลุ่ม Gen X และ Gen Y ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อหลักที่มีสัดส่วนรวมกันถึง 78% ของตลาด ท็อปส์ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของยอดขายในช่วงเทศกาลนี้ไว้ที่ 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ผ่านการใช้กลยุทธ์ที่ลุ่มลึกและการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าแบบรายบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการจับจ่ายจะสร้างความประทับใจและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างครบถ้วนในจุดหมายเดียว
เจาะลึก 5 เทรนด์ผู้บริโภคปี 2026 และพฤติกรรมการช้อปปิ้งยุคใหม่
จากการสำรวจอินไซท์ผู้บริโภคของท็อปส์พบว่า เทรนด์การเฉลิมฉลองตรุษจีนในปี 2026 มีความน่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคน Gen X และ Gen Y ที่มีสัดส่วนการใช้จ่ายสูงสุดถึง 78% ซึ่งส่วนใหญ่พำนักอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พฤติกรรมที่โดดเด่นคือผู้บริโภคกว่า 44% ยังคงให้ความสำคัญกับการไหว้เจ้าแบบเคร่งครัดตามประเพณี ตั้งแต่ขั้นตอนการทำความสะอาดบ้าน การเลือกเสื้อผ้าใหม่ ไปจนถึงการคัดสรรของไหว้ที่มีคุณภาพดีที่สุดเพื่อความเป็นสิริมงคล สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อและวัฒนธรรมยังคงเป็นรากแก้วที่แข็งแกร่งในสังคมไทยเชื้อสายจีน
เทรนด์ที่สองที่เห็นได้ชัดคือ “คุณภาพสำคัญกว่าราคา” โดยพบว่าผู้บริโภคกว่า 84% ยืนยันที่จะซื้อผลไม้มงคลเพื่อการไหว้แม้ว่าจะมีราคาปรับตัวสูงขึ้น และกว่า 55% ยินดีที่จะซื้อสินค้าแม้ไม่มีโปรโมชั่น หากสินค้านั้นมีความสดใหม่และคุณภาพได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันก็เกิดเทรนด์ “Smart Planner” หรือนักวางแผนที่ชาญฉลาด โดยมีลูกค้าถึง 40% ที่เริ่มวางแผนซื้อสินค้าล่วงหน้าเพื่อควบคุมงบประมาณและรับมือกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งท็อปส์พบว่าลูกค้ากลุ่มนี้มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อการไหว้หนึ่งครั้งอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท โดยเน้นไปที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก
นอกจากนี้ยังมีเทรนด์การบริโภคอย่างมีสติหรือ Conscious Consumption ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจเรื่อง Food Waste มากขึ้น โดยลูกค้ากว่า 63% เลือกซื้อสินค้าในปริมาณที่พอเหมาะกับการบริโภคในครอบครัวเพื่อลดขยะอาหาร และสุดท้ายคือเทรนด์ความสะดวกสบายที่ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งท็อปส์ได้ตอบโจทย์นี้ด้วยการเป็นศูนย์รวมสินค้าแบบครบวงจร โดยสถิติระบุว่า “วันจ่าย” คือวันที่มียอดขายพุ่งสูงที่สุด โดยเติบโตกว่าวันปกติถึง 188% และขนาดของตะกร้าสินค้าหรือ Basket Size เพิ่มขึ้นถึง 60% เนื่องจากลูกค้าต้องการความสดใหม่ของสินค้าโดยเฉพาะกลุ่มของสดที่กว่า 96% ยังเลือกที่จะมาซื้อด้วยตนเองที่หน้าร้าน
กลยุทธ์ A-C-E พลิกโฉมประสบการณ์การช้อปปิ้งระดับพรีเมี่ยม
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตที่ตั้งไว้ ท็อปส์ได้วางกลยุทธ์หลัก 3 ประการ หรือ A-C-E เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดค้าปลีก เริ่มจาก “A – Assortment” คือการคัดสรรสินค้าที่ครบครันและตอบโจทย์ทุกความต้องการ โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจาก “อาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา” มาเป็นกูรูในการเลือกสินค้ามงคลที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องตามหลักประเพณี ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับของไหว้ที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ทั้งชุดซาแซ โหงวแซ ผลไม้นำเข้า และสินค้าตกแต่งบ้านที่รวบรวมไว้ให้จบในที่เดียว
กลยุทธ์ที่สองคือ “C – Connect & Customer Empowerment” ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญของการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาผสานกับฐานข้อมูล The 1 Data Ecosystem ระบบปัญญาประดิษฐ์จะทำการวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อในอดีตเพื่อนำเสนอโปรโมชั่นและสินค้าที่ตรงใจลูกค้าแบบรายบุคคล หรือ Hyper-Personalization ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำสินค้าพรีเมี่ยมที่เกรดดีขึ้นให้กับลูกค้าประจำ หรือการดึงดูดลูกค้าใหม่ที่มีแนวโน้มจะซื้อของไหว้ผ่านการวิเคราะห์ Purchasing Pattern นอกจากนี้ยังมีการแจกคูปองอั่งเปาและสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรบัตรเครดิตที่ออนท็อปส่วนลดรวมสูงสุดถึง 40% เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภค
ประการสุดท้ายคือ “E – Experience” การสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เหนือระดับผ่านแนวคิด Mu-tainment ที่ผสานความเชื่อเข้ากับความบันเทิง ท็อปส์ไม่เพียงแต่ขายสินค้า แต่ยังให้ความรู้เรื่องวิธีการไหว้ที่ถูกต้องตามปีนักษัตรและการจัดวางโต๊ะไหว้เพื่อเสริมโชคลาภ พร้อมทั้งการตกแต่งร้านในบรรยากาศที่เหมือนยกไชน่าทาวน์มาไว้ที่ท็อปส์ทุกสาขา ควบคู่ไปกับการให้บริการแบบ Seamless O2O ที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์หรือ TikTok Shop ได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมบริการพรีออเดอร์ล่วงหน้าที่ช่วยให้การจัดการงบประมาณเป็นเรื่องง่ายและไม่วุ่นวาย

สินค้าไฮไลท์ระดับเวิลด์คลาสที่ตอบโจทย์ความมั่งคั่งและสุขภาพ
ในแคมเปญ “The Great Chinese New Year 2026” ท็อปส์ได้ยกระดับของไหว้สู่มาตรฐานใหม่ด้วยสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยมที่หาซื้อไม่ได้จากที่อื่น ไฮไลท์สำคัญคือ “ส้มมงคล Navel Premium” ที่การันตีความหวานระดับ 17.5 บริกซ์ ซึ่งถือเป็นค่าความหวานที่สูงกว่าส้มทั่วไปในท้องตลาด เพื่อสื่อถึงชีวิตที่หอมหวานและราบรื่นตลอดปีม้าไฟ รวมถึงเมลอนสลักลายมงคลที่พัฒนาร่วมกับเกษตรกรชุมชน ซึ่งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากควบคู่ไปกับการส่งมอบความโชคดีให้กับผู้รับ นอกจากนี้ยังมีแอปเปิลลายมงคลและเชอร์รี่สีแดงสดที่คัดเกรดพิเศษเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มพรีเมี่ยม
สำหรับการเสริมโชคด้านความมั่งคั่งและสุขภาพ ท็อปส์ได้นำเสนอ “Lobster” นำเข้าที่เป็นสินค้าไฮไลท์ในราคาพิเศษแบบ 1 แถม 1 สำหรับผู้ที่วางแผนซื้อล่วงหน้า และ “ไข่ปลาคาเวียร์” จากอิตาลีที่จำหน่ายในราคาไม่ถึง 1,000 บาท เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าหรูหราได้ในงบประมาณที่เอื้อมถึง สินค้าเหล่านี้ไม่เพียงแต่ใช้ในการไหว้บรรพบุรุษเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการยกระดับคุณภาพชีวิตและการใส่ใจในสุขภาพผ่านอาหารที่ดีมีประโยชน์ เช่น ชุดซีฟู้ดและปลา ซึ่งสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และการมีอายุที่ยืนยาว
นอกจากสินค้าประเภทอาหารแล้ว ท็อปส์ยังนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่าง “ซองอั่งเปาอัดเสียงได้” เพื่อสร้างสีสันและความประทับใจในการมอบของขวัญ รวมถึงชุดทำความสะอาดบ้านดีไซน์สวยงามราคาประหยัด เพื่อตอบโจทย์ความเชื่อเรื่องการล้างสิ่งไม่ดีออกไปก่อนเริ่มปีใหม่ ความหลากหลายของสินค้าที่มีตั้งแต่ไซส์เล็กไปจนถึงชุดใหญ่ ทำให้ท็อปส์สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ที่ต้องการความครบถ้วนตามประเพณี หรือคนรุ่นใหม่ที่เน้นความสะดวกและสินค้าที่มีดีไซน์ ท็อปส์จึงพร้อมเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเทศกาลตรุษจีนในปี 2026 นี้อย่างแท้จริง
#TopsChineseNewYear2026 #ตรุษจีนปีม้าไฟ #TopsThailand #FoodDiscoveryDestination #เศรษฐกิจค้าปลีก2026 #การตลาดAI #CentralFoodRetail #อาจารย์ช้าง #ของไหว้มงคล #TheGreatChineseNewYear

