ท่ามกลางกระแสการแข่งขันด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือ Soft Power ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในระดับภูมิภาค ล่าสุดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกมาสกัดกั้นข้อมูลบิดเบือนที่อาจส่งผลกระทบต่อรากฐานทางวัฒนธรรมและภาพลักษณ์ของประเทศ โดยนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดีอี ฝ่ายข้าราชการประจำ เปิดเผยว่าจากการมอนิเตอร์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) พบการแพร่กระจายของข่าวปลอมที่ระบุว่า “แม่นาค” เป็นตำนานพื้นบ้านของกัมพูชาในชื่อ “แม่นาคพระตะบอง” ซึ่งสร้างความสับสนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก ประเด็นดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของคติชนวิทยาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมบันเทิงและลิขสิทธิ์ทางวัฒนธรรมที่ไทยสั่งสมมาอย่างยาวนาน
การตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกร่วมกับกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีหลักฐานทางวิชาการใดๆ รองรับข้ออ้างที่ว่า แม่นาค มีต้นกำเนิดจากกัมพูชา ในทางตรงกันข้าม “แม่นาคพระโขนง” มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรและผูกโยงกับพื้นที่พระโขนงในกรุงเทพมหานครของไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในงานวรรณกรรมและงานวิจัยทางคติชนวิทยา การบิดเบือนข้อมูลในลักษณะนี้จึงถูกมองว่าเป็นความพยายามลดทอนความน่าเชื่อถือของทรัพย์สินทางปัญญาทางวัฒนธรรม ซึ่งในอนาคตอาจส่งผลต่อการเจรจาหรือการขึ้นทะเบียนมรดกโลกที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยในเวทีสากล
นอกจากนี้ กระทรวงดีอีภายใต้การนำของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้ยกระดับการเฝ้าระวังข่าวปลอมให้เป็นวาระสำคัญด้านความมั่นคงและสังคม โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้เพื่อให้ประชาชนเท่าทันภัยไซเบอร์ที่มาในรูปแบบของการบิดเบือนทางวัฒนธรรมและข่าวสารเศรษฐกิจ เพราะการหลงเชื่อข้อมูลที่ปราศจากแหล่งอ้างอิงไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด แต่ยังอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลหากมีการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์หลอกลวงหรือการสร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศโดยไม่จำเป็น
เปิดสถิติภัยโซเชียล! ดีอีโชว์ผลงานสกัดข่าวลวงพุ่งทะลุแสนข้อความ
จากการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (AFNC) เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พบว่ามีปริมาณข้อความที่ต้องเข้าสู่กระบวนการมอนิเตอร์สูงถึง 164,517 ข้อความ ในจำนวนนี้มีข้อความที่เข้าข่ายต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) อย่างเร่งด่วนถึง 5,147 ข้อความ โดยช่องทางที่พบเบาะแสมากที่สุดคือผ่านระบบ Social Listening ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยังคงเป็นแหล่งบ่มเพาะและแพร่กระจายข้อมูลบิดเบือนที่สำคัญที่สุดในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลปัจจุบัน
รายละเอียดเชิงลึกพบว่าจากการตรวจสอบทั้งหมด 37 เรื่อง มีเรื่องที่ได้รับผลยืนยันแล้ว 12 เรื่อง ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐ โดยข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุด 8 อันดับแรก มีทั้งข่าวจริงและข่าวปลอมปะปนกันไป สิ่งที่น่ากังวลคือข่าวปลอมมักจะเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินและการทำธุรกรรมกับภาครัฐ เช่น กรณีการแอบอ้างชื่อ ก.ล.ต. เพื่อเปิดเว็บไซต์ปลอม หรือการแอบอ้างกรมการขนส่งทางบกในการรับทำใบขับขี่ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งล้วนแต่จ้องโจมตีเงินในกระเป๋าของประชาชนโดยตรง
โฆษกกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ได้ให้ความสำคัญกับตัวเลขเหล่านี้โดยระบุว่าเป็นการทำงานตามนโยบายเชิงรุกของรัฐมนตรีไชยชนก ชิดชอบ เพื่อป้องกันภัยทางสังคม ระบบการติดตามข้อมูลไม่เพียงแต่ดูผ่านเว็บไซต์หรือไลน์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงทุกแพลตฟอร์มที่ประชาชนใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ถูกสื่อสารออกไปมีความถูกต้องแม่นยำที่สุด การตรวจสอบที่รวดเร็วจะช่วยลดโอกาสที่ประชาชนจะตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่นับวันจะมีความซับซ้อนและแนบเนียนมากขึ้นในทุกมิติ
พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสีเขียว! ครม. ไฟเขียวคาร์บอนเครดิตเทรดตลาดทุนไทย
ในฝั่งของข่าวจริงที่ส่งผลบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจไทย คือมติคณะรัฐมนตรีที่ประกาศให้ “คาร์บอนเครดิต” เป็นสินทรัพย์ที่สามารถซื้อขายผ่านตลาดทุนไทยได้ การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศไปสู่ความยั่งยืน โดยการรับรองคาร์บอนเครดิตให้เป็นสินทรัพย์ในตลาดทุนจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับ ESG และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นจากการทำกิจกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การผลักดันเรื่องคาร์บอนเครดิตนี้สอดคล้องกับเทรนด์เศรษฐกิจโลกที่มุ่งสู่ Net Zero ซึ่งไทยกำลังวางตัวเป็นศูนย์กลางการซื้อขายในภูมิภาค นอกจากนี้ ยังมีข่าวจริงในเชิงบวกจากเพื่อนบ้านอย่างประเทศลาว ที่เตรียมเสนอขึ้นทะเบียน “ลาบ” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ต่อยูเนสโก ซึ่งเป็นตัวอย่างของการใช้ Soft Power ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและอาหารในระดับสากล ข่าวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าในขณะที่เราต้องสู้กับข่าวปลอม โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ก็กำลังเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ภาครัฐกำลังวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่ มิจฉาชีพก็ได้ใช้โอกาสนี้สร้างข่าวปลอมเพื่อหลอกลวงนักลงทุน ดังเช่นกรณีการทำเว็บไซต์เลียนแบบสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนรายย่อยสูญเสียทรัพย์สินได้หากไม่ตรวจสอบให้ดี กระทรวงดีอีจึงเน้นย้ำว่าประชาชนต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ความตื่นตัวทางการเงินกลายเป็นช่องว่างให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์
เกราะป้องกันภัยไซเบอร์! แนะประชาชนเช็กข้อมูลผ่านช่องทางรัฐป้องกันสูญเสีย
ความห่วงใยของกระทรวงดีอีที่มีต่อประชาชนในเรื่องความเท่าทันข่าวปลอมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ระบุว่าหากขาดความรู้เท่าทันและการแชร์ข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบ จะนำไปสู่การหลงเชื่อที่สร้างความเสียหายต่อทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคล การแพร่กระจายของข่าวปลอมในวงกว้างยังส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ดังนั้นประชาชนจึงควรมีนิสัยการตรวจสอบก่อนแชร์ (Fact-check) และเลือกรับข้อมูลจากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย
หากประชาชนพบเห็นเบาะแสของข่าวน่าสงสัย ข้อมูลที่ดูบิดเบือน หรือลิงก์เว็บไซต์ที่อาจเป็นอันตราย สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่องทางตรงในการประสานงานกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม นอกจากนี้ยังมีช่องทางออนไลน์ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ไลน์ไอดี เฟซบุ๊ก หรือแม้แต่ในแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง TikTok และ Instagram เพื่อให้เข้าถึงคนทุกกลุ่มวัย การแจ้งเบาะแสเหล่านี้เปรียบเสมือนการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับสังคมออนไลน์ของไทย
“รัฐมนตรีไชยชนก ชิดชอบ ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคม” — นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
สุดท้ายนี้ การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและประชาชนในการกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของชาติ ข่าวปลอมอย่างเรื่องแม่นาคหรือการหลอกลวงเรื่องใบขับขี่และการลงทุนในตลาดทุนจะลดน้อยลงได้ หากทุกคนหันมาใช้เครื่องมือที่กระทรวงดีอีจัดเตรียมไว้ให้ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้สังคมดิจิทัลของไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนและปลอดภัยจากมิจฉาชีพที่จ้องจะบิดเบือนความจริงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
#ข่าวปลอม #แม่นาค #กระทรวงดีอี #เศรษฐกิจดิจิทัล #คาร์บอนเครดิต #SoftPowerไทย #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #ไซเบอร์เซฟตี้

