ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักของงาน MarketHub Asia 2026 ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ยักษ์ใหญ่ด้าน TravelTech ระดับโลกอย่าง HBX Group ได้ออกมาประกาศวิสัยทัศน์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งเกี่ยวกับการก้าวเข้าสู่ยุค “Unlocked” ซึ่งเป็นการปลดล็อกศักยภาพของเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงโลกแห่งอนาคตเข้ากับธุรกิจในปัจจุบัน โดยมีขุนพลสำคัญอย่าง Mark Antipof ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเติบโต และ Miguel Angel Hernández ผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรระดับโลก เป็นผู้กุมบังเหียนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การท่องเที่ยวทั่วโลกไปตลอดกาล
ยุทธศาสตร์ AI Agentic: เมื่อเทคโนโลยีไม่ใช่แค่ผู้ช่วยแต่คือผู้กำหนดประสบการณ์
กุญแจสำคัญที่ Mark Antipof เน้นย้ำคือการนำ Agentic AI มาใช้เพื่อพลิกโฉมโมเดลธุรกิจจากการเป็นเพียงแพลตฟอร์มจองห้องพัก สู่การเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่ชาญฉลาดและทำงานเชิงรุก เทคโนโลยีนี้จะเข้ามาจัดการงานหลังบ้านที่ซับซ้อนและสร้างมุมมองแบบ 360 องศาให้กับกำหนดการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยเป้าหมายไม่ใช่การเข้ามาแทนที่ตัวแทนท่องเที่ยว แต่เป็นการสนับสนุนให้การบริหารจัดการการเดินทางมีความลื่นไหลและคาดการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นและสร้างความสะดวกสบายในระดับที่เทคโนโลยีแบบเดิมไม่สามารถทำได้
ความมหัศจรรย์ของ Agentic AI ในมุมมองของ HBX Group คือความสามารถในการ “ทำนาย” และ “ป้องกัน” ปัญหา ยกตัวอย่างเช่น หากระบบตรวจพบว่าสภาพอากาศในจุดหมายปลายทางกำลังจะมีฝนตกหนัก AI จะสามารถส่งอีเมลถึงร้านอาหารที่ลูกค้าจองโต๊ะริมทะเลไว้ เพื่อขอเปลี่ยนเป็นโต๊ะด้านในโดยอัตโนมัติก่อนที่ลูกค้าจะไปถึง กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นโดยที่นักท่องเที่ยวไม่ต้องขยับตัวจัดการเอง ซึ่งนี่คือการเปลี่ยนนิยามของการบริการจากการรอรับคำสั่ง สู่การดูแลล่วงหน้า ที่แท้จริง
นอกจากนี้ การใช้ AI ยังมุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์การเดินทางแบบไร้รอยต่อ ที่สมบูรณ์แบบ โดย HBX Group กำลังพัฒนา “Cockpit” สำหรับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อให้ AI เข้ามาช่วยจัดการงานธุรการที่ยุ่งยากในระบบหลังบ้าน สิ่งนี้จะช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการบุ๊กกิ้งที่มาจากหลายระบบ และทำให้พันธมิตรสามารถนำเสนอแพ็กเกจการท่องเที่ยวที่รวมทั้งโรงแรม การรับส่ง สนามบิน และบัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ ไว้ในที่เดียวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่โหยหาความง่ายและสะดวกสบาย
“บทบาทของผมในด้านการเติบโต คือการสร้างเส้นทางที่พาเราไปสู่ภาพลักษณ์ของธุรกิจในอนาคต โดยการเชื่อมโยงธุรกิจในวันนี้เข้ากับธุรกิจในวันพรุ่งนี้ให้เป็นจริง” — Mark Antipof, Chief Growth Officer at HBX Group
กลยุทธ์ “Red Cliff”: รวมพลัง 50 ขุนพล ท้าชนสองยักษ์ใหญ่ครองตลาด
Mark Antipof ได้ใช้การเปรียบเทียบทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอย่างเรื่อง “สามก๊ก” และเหล่านักรบซามูไร เพื่อสะท้อนถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถูกครอบงำโดย “สองยักษ์ใหญ่” อย่าง Expedia และ Booking เขามองว่าการที่ผู้เล่นรายเล็กหรือรายกลางจะต่อกรกับยักษ์ที่มีสเกลระดับโลกเช่นนี้ได้ ไม่ใช่การสู้เพียงลำพัง แต่คือการสร้าง “พันธมิตร” และความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างกัน หากผู้เล่น 50 รายที่เล็กลงมาสามารถรวมพลังกันได้ ก็จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าและทรงพลังกว่ายักษ์ใหญ่รายใดรายหนึ่ง หรือแม้แต่การรวมกันของทั้งสองรายด้วยซ้ำ
HBX Group วางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้เล่นอันดับ 3 ของโลกในตลาด Bedbank และเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยสร้างความสมดุลในตลาด โดย Mark ย้ำว่าแม้ยักษ์ใหญ่ทั้งสองจะมีการประสานงานกันในบางจุด แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็เป็นคู่แข่งกัน ดังนั้นช่องว่างที่เหลืออยู่จึงเป็นโอกาสของกลุ่มพันธมิตรที่จะสร้างมาตรฐานเทคโนโลยีและการทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ส่งผลเสียต่อผู้บริโภคจากการผูกขาด การรวมกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องอำนาจต่อรอง แต่ยังเป็นการสร้างความปลอดภัยในด้านจำนวน ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวขนาดกลางและขนาดย่อมทั่วโลก
ประเด็นเรื่องการกำกับดูแลจากภาครัฐก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ Mark ให้ความเห็นไว้อย่างแหลมคม เขามองว่าในปัจจุบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความแตกแยกสูง ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลเข้าควบคุมได้ยาก แต่เมื่อ AI เข้ามาช่วยทำให้เกิดความเป็นเอกภาพ มากขึ้น รัฐบาลจะสามารถตรวจสอบความโปร่งใสและพฤติกรรมการใช้ความเป็นเจ้าตลาดอย่างไม่เป็นธรรมได้ดีขึ้น HBX Group จึงพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการปรับตัวเข้าสู่ระเบียบใหม่ที่จะเกิดขึ้น เพื่อสร้างสนามการแข่งขันที่ยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทย: ขุมทรัพย์แห่งการเติบโตระดับเลขสองหลัก
ในมุมมองของ Miguel Angel Hernández ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย คือจุดยุทธศาสตร์ที่ HBX Group ให้ความสำคัญสูงสุด จากข้อมูลการค้นหากว่า 8 พันล้านครั้งต่อวันในระบบ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ บริษัทจึงมุ่งเน้นการลงทุนเพื่อเพิ่มจำนวนสินค้าท่องเที่ยวและกิจกรรมที่หลากหลายในตลาดไทย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาจากทั่วโลกด้วยแนวโน้มการเติบโตในระดับเลขสองหลัก

ความท้าทายสำคัญคือการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีเพื่อรับมือกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ Miguel ระบุว่า HBX Groupกำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรกว่า 70,000 รายทั่วโลกเพื่อปรับปรุงเนื้อหาและเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ ผ่านการนำเสนอจุดขายที่แตกต่างและมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเทคโนโลยีจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นเครื่องมือขยายเสียงให้ “ความลับที่สวยงามที่สุด” ของแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
สำหรับคำถามที่ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาทำลายเสน่ห์ของการท่องเที่ยวหรือไม่ Mark Antipof ได้ให้คำตอบอย่างมั่นใจว่าเทคโนโลยีจะไม่สามารถเปลี่ยนสภาพทางกายภาพของจุดหมายปลายทางได้ ในทางกลับกัน มันจะช่วยสร้างศักยภาพด้านแบรนด์ที่แตกต่างออกไป โดยการใช้โซเชียลมีเดียและเหล่าอินฟลูเอนเซอร์เป็นตัวขับเคลื่อนให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจสถานที่ท่องเที่ยวที่ซ่อนอยู่ สำหรับประเทศที่ได้รับพรสวรรค์จากธรรมชาติอย่างไทย เทคโนโลยีจะทำหน้าที่เป็นแรงส่ง มากกว่าจะเป็นอุปสรรคในการดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ
“เราเห็นแนวโน้มการเติบโตระดับเลขสองหลักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทยคือจุดโฟกัสสำคัญที่เรากำลังทุ่มงบประมาณเพื่อขยายผลิตภัณฑ์และคอนเทนต์ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น” — Miguel Angel Hernández, Global Partnerships Director at HBX Group
พฤติกรรมนักท่องเที่ยว 2026: เมื่อ ‘คุณค่า’ และ ‘ประสบการณ์’ ชนะ ‘ราคา’
โลกของการท่องเที่ยวในปี 2026 กำลังเปลี่ยนผ่านจากการตัดสินใจด้วยราคาเพียงอย่างเดียว ไปสู่การให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” และ “ประสบการณ์” เป็นหลัก Miguel สังเกตเห็นว่าโดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z นั้นมีความต้องการที่จะรู้สึก “พิเศษ” และต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่ยูนีคไม่ซ้ำใครเพื่อนำไปแชร์บนโลกออนไลน์ แม้ว่าการแข่งขันด้านราคาจะยังคงเข้มข้น แต่ผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกแตกต่างและมีความหมายต่อชีวิต
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ “หน้าต่างการจอง” ที่สั้นลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่นักท่องเที่ยวอาจจองทริปล่วงหน้า 8 เดือน แต่ปัจจุบันความไม่แน่นอนทางการเมืองและปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ผู้คนรอจนถึงนาทีสุดท้ายก่อนจะตัดสินใจจอง พฤติกรรมแบบ “หุนหันพลันแล่น” นี้กลายเป็นความท้าทายใหม่ของอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี AI จะเข้ามาช่วยในการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อให้ธุรกิจสามารถปรับข้อเสนอให้ทันกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ได้
ส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มลักชัวรี ยังคงเป็นเซกเมนต์ที่เติบโตเร็วที่สุด ซึ่งความหมายของลักชัวรีในที่นี้ไม่ใช่แค่คนรวยระดับมหาเศรษฐี แต่คือกลุ่มคนที่โหยหาประสบการณ์ระดับ 5 ดาวและการพักผ่อนที่มีคุณภาพ HBX Groupมองว่าในอนาคต ประสบการณ์ระดับพรีเมียมอย่างการเข้าใช้เลานจ์สนามบินหรือช่องทาง Fast Track จะเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปโดยไม่ต้องจ่ายเงินมหาศาล การ ” democratize” บริการพิเศษเหล่านี้ผ่านการจัดแพ็กเกจที่ชาญฉลาดจะเป็นเทรนด์สำคัญที่จะครองใจนักเดินทางในยุคต่อไป
พันธกิจ B2B และความยั่งยืน: หัวใจของการเป็น “ผู้สร้างโอกาส”
ความชัดเจนในโมเดลธุรกิจของ HBX Groupคือการเป็น “B2B Enabler” ที่แท้จริง Mark Antipof ยืนยันหนักแน่นว่าบริษัทจะไม่แข่งขันกับพันธมิตรของตัวเอง และไม่มีธุรกิจขายตรงถึงผู้บริโภค บทบาทของพวกเขาคือการอยู่เบื้องหลังเพื่อสนับสนุนองค์กรอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน ธนาคาร หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ให้สามารถก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศการท่องเที่ยวได้โดยใช้เทคโนโลยีของ HBX เป็นรากฐาน ความไว้วางใจจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุด หากปราศจากความเชื่อใจ เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพียงใดก็จะไม่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้
ในด้านความยั่งยืน HBX Groupวางตำแหน่งเป็น “แรงผลักดันด้านบวก” ของอุตสาหกรรม บริษัทตระหนักดีว่าการท่องเที่ยวถูกตั้งคำถามเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและภาวะ Over-tourism จึงได้จัดทำรายงาน ESG ที่ระบุเป้าหมายชัดเจน รวมถึงการสร้าง “Sustainability Hub” เพื่อช่วยให้พันธมิตรรายย่อยสามารถเข้าถึงแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ นอกจากนี้ยังมีระบบ “Labels” ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือมีความรับผิดชอบต่อสังคมได้ง่ายขึ้นผ่านแพลตฟอร์ม
การก้าวไปสู่ปี 2026 ภายใต้ธีม “Unlocked” จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความก้าวหน้าทางเทคนิค แต่คือการปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ ให้กับชุมชนท้องถิ่นและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน Mark และ Miguel ทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำพาพันธมิตรข้ามผ่านความผันผวนของโลก ด้วยการใช้ AI และนวัตกรรมเป็นสะพานเชื่อมสู่ความสำเร็จร่วมกัน เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่สมบูรณ์แบบและมีความหมายสำหรับทุกคนในอนาคตอันใกล้นี้
#HBXGroup #MarketHubAsia2026 #TravelTech #AgenticAI #ThailandTourism #B2BTravel #FutureOfTravel #SustainabilityInTravel #TheReporterAsia

