ADFEST 2026 ประกาศผู้ชนะวันแรก โชว์พลัง Human+ เหนือจินตนาการ

ADFEST 2026 ประกาศผู้ชนะวันแรก โชว์พลัง Human+ เหนือจินตนาการ

การรอคอยของเหล่าคนโฆษณาและนักการตลาดทั่วเอเชียสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อเทศกาลโฆษณาระดับโลกอย่าง ADFEST 2026 ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมพีช (PEACH) โรงแรมรอยัล คลิฟ โฮเต็ล กรุ๊ป พัทยา ประเทศไทย โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีการประกาศผลรางวัล Lotus Awards ในช่วงแรกอย่างยิ่งใหญ่ ครอบคลุมทั้งหมด 12 หมวดหมู่สำคัญ ซึ่งปีนี้มาในธีม “Human+” ที่มุ่งเน้นการผสานเทคโนโลยีเข้ากับจิตวิญญาณของมนุษย์เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกใบเดิมให้ดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา

บรรยากาศในวันแรกของงานเต็มไปด้วยความคึกคักและความคิดสร้างสรรค์ที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว แม้ว่าจำนวนผลงานที่ส่งเข้าประกวดในปีนี้จะมีจำนวน 1,405 ผลงาน ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้าที่มีจำนวน 1,641 ผลงาน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือมีการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน 5 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ Digital Craft, Direct, INNOVA, Lotus Roots และ Outdoor Lotus ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับงานดิจิทัลที่ประณีตและการสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรงมากขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่ซับซ้อน

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 56 ท่านจาก 17 เมืองทั่วโลก ภายใต้การนำของประธานคณะกรรมการใหญ่ คุณ Yasuharu Sasaki (Global Chief Creative Officer จาก dentsu โตเกียว) ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อคัดเลือกผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุด โดยมุ่งเน้นไปที่งานที่ไม่ใช่แค่ใช้เทคโนโลยีเพื่อความล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นงานที่สามารถสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์และแก้ปัญหาให้กับมนุษย์ได้อย่างแท้จริง ซึ่งผลรางวัลในวันแรกนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความคิดสร้างสรรค์ของเอเชียกำลังก้าวไปสู่จุดสูงสุดใหม่ที่ทั่วโลกต้องจับตามอง


Digital & Social: เมื่อเทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็น “หัวใจ” ของการสื่อสาร

ในหมวดหมู่ Digital & Social และ Digital Craft ปีนี้มีความโดดเด่นอย่างมากภายใต้การดูแลของคุณ Theresa Ong ประธานคณะกรรมการตัดสิน ซึ่งเธอได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่างานที่ชนะเลิศในปีนี้ไม่ใช่เพียงแค่การใช้เทคโนโลยีที่หวือหวา แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีเป็น “เครื่องดนตรี” เพื่อขยายเสียงแห่งความเห็นอกเห็นใจ จินตนาการ และการเชื่อมต่อให้ดังยิ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านผลรางวัล Grande ในหมวด Digital and Social ที่ตกเป็นของ Ogilvy Singapore จากผลงาน “Vaseline Verified” ของแบรนด์ Vaseline ซึ่งถือเป็นต้นแบบของการปรับตัวของแบรนด์เข้ากับวัฒนธรรมออนไลน์ได้อย่างแนบเนียน

คุณ Theresa Ong, Head of Creative Shop, SEA & India จาก Meta สิงคโปร์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตัดสิน ได้กล่าวถึงความสำเร็จนี้ไว้อย่างน่าประทับใจว่า:

“ในฐานะประธานกรรมการตัดสินหมวด Digital และ Social คณะกรรมการของเราถูกนำทางด้วยมุมมองที่ทรงพลังเพียงอย่างเดียวนั่นคือ ‘Human+’ เรากำลังตามหางานที่เทคโนโลยีไม่ใช่ตัวไอเดียเอง แต่เป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อขยายความเห็นอกเห็นใจ จินตนาการ และการเชื่อมต่อ”

สำหรับผลงาน “Vaseline Verified” นั้น คุณ Theresa อธิบายเสริมว่านี่คือตัวอย่างสูงสุดของการที่แบรนด์เลิกมองว่าโซเชียลมีเดียเป็นเพียงช่องทางกระจายข่าว แต่เริ่มมองว่าชุมชนคือพันธมิตรสร้างสรรค์ แทนที่จะเพิกเฉยต่อเคล็ดลับการใช้ Vaseline ที่กลายเป็นไวรัลบน TikTok แบรนด์กลับก้าวเข้าไปด้วยอำนาจและความเข้าใจ โดยใช้ฟีเจอร์ ‘stitch’ เพื่อตรวจสอบและรับรองเคล็ดลับเหล่านั้น ทำให้แคมเปญนี้ไม่รู้สึกเหมือนการโฆษณา แต่เป็นส่วนหนึ่งที่มีประโยชน์ของหน้าฟีด ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนจากการสื่อสารทางเดียวไปสู่บทสนทนาที่แท้จริงและมีความหมายต่อผู้บริโภค


Digital Craft: สถาปัตยกรรมล่องหนที่สร้างประสบการณ์ลื่นไหลไร้รอยต่อ

ทางด้านหมวด Digital Craft แม้จะไม่มีผลงานใดได้รับรางวัล Grande ในปีนี้ แต่ก็มีผลงานที่คว้ารางวัลระดับ Gold ไปได้ 2 ผลงาน ได้แก่ “Play the Dew” โดย BBDO Guerrero จากมะนิลา และ “Haven” โดย Leo Australia จากซิดนีย์ ซึ่งทั้งสองงานแสดงให้เห็นถึงการนิยามความหมายของ ‘Craft’ ใหม่ที่ไม่ใช่แค่เรื่องพิกเซลที่สวยงาม แต่เป็นเรื่องของ ‘สถาปัตยกรรมที่ล่องหน’ หรือการนำข้อมูลที่ซับซ้อนและ AI มาถักทอเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ลื่นไหลและมีความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

โดยเฉพาะผลงาน “Haven” ของ Suncorp Insurance ที่ได้รับคำชมอย่างมากในการใช้ข้อมูลมหาศาลจาก API สด งานวิจัยสภาพภูมิอากาศ และข้อมูลอสังหาริมทรัพย์กว่า 11 ล้านหลังครัวเรือน มาสร้างเป็นระบบประเมินความเสี่ยงส่วนบุคคลให้แก่เจ้าของบ้านแต่ละราย ซึ่งคุณ Theresa ระบุว่านี่คือ “Masterclass” ของการใช้เทคโนโลยีระดับสูงเพื่อมอบความอุ่นใจให้กับมนุษย์ เปลี่ยนข้อมูลที่มองไม่เห็นให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้และนำไปปฏิบัติจริงเพื่อปกป้องครอบครัว ซึ่งถือเป็นการใช้ Digital Craft เพื่อสร้าง “ที่พักพิงที่ปลอดภัย” ให้กับมนุษย์อย่างแท้จริง

ในส่วนของ Mountain Dew กับผลงาน “Play the Dew” ก็ทำออกมาได้อย่างชาญฉลาดโดยการเปลี่ยนเสียงของชื่อแบรนด์ให้กลายเป็นโลกแห่งเสียงในเกมผ่านฟิลเตอร์ TikTok ที่สั่งการด้วยเสียง ซึ่งเป็นการสร้างวิธีใหม่ในการเล่นและมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง สรุปได้ว่าทั้งสามผลงานที่โดดเด่นในหมวดดิจิทัล ทั้ง Vaseline ที่เน้นการช่วยเหลือ, Mountain Dew ที่เน้นความสนุก และ Suncorp ที่เน้นการปกป้อง ต่างร่วมกันตอกย้ำปรัชญา ‘Human+’ ว่าเทคโนโลยีไม่ได้มาเพื่อแทนที่มนุษย์ แต่มาเพื่อขยายสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของมนุษย์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Adfest 2026


Design และ Print & Outdoor: ความเรียบง่ายที่ทรงพลังและการใส่ใจในทุกรายละเอียด

ข้ามมาที่ฝั่งของการออกแบบและสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งมีคุณ Geet Rathi ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการสร้างสรรค์จาก Openfield มัมไบ เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน เธอเปิดเผยว่าสิ่งที่โดดเด่นในปีนี้คือ “ความเคารพในสื่อ” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุ ตัวอักษร หรือพื้นผิว ผลงานที่แข็งแกร่งที่สุดคือผลงานที่สื่อสารได้ในทันทีแต่ยังมีความลึกซึ้งอยู่ภายใน ซึ่งรางวัล Grande ในหมวด Print & Outdoor Craft ตกเป็นของ Dentsu Inc. โตเกียว จากผลงาน “No Labels” สำหรับ Nikka Whisky ที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลามในเรื่องความพิถีพิถันและการรักษาวินัยในการออกแบบ

คุณ Geet Rathi, Founder & Creative Director จาก Openfield มัมไบ ได้ให้ความเห็นถึงผู้ชนะรางวัลใหญ่ในครั้งนี้ว่า:

“ผู้ชนะรางวัล Grande ในหมวด Print & Outdoor Craft ได้รับเลือกเพราะความพยายามที่พิถีพิถันและมีวินัย ทุกรายละเอียดรู้สึกว่าได้รับการจัดการอย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่วัสดุไปจนถึงตัวอักษร มันยกระดับไอเดียผ่านการลงมือทำ ผู้ชนะโดดเด่นด้วยความเรียบง่ายและแรงกระทบ มันสื่อสารได้ทันทีแต่อยู่ในใจคุณนาน การสร้างสมดุลแบบนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

สำหรับหมวด Design แม้จะไม่มีรางวัล Grande แต่ Dentsu Inc. ก็ยังกวาดรางวัล Gold ไปได้ถึง 2 รางวัลจากผลงาน “No Labels” เช่นเดิม และอีกหนึ่งรางวัล Gold ตกเป็นของ Shiseido Creative โตเกียว จากผลงาน “Best after 2055” สำหรับ Ogi-Miso ซึ่งผลงานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความชัดเจนในความคิดและจุดยืนที่แข็งแกร่ง โดยไม่มีการทำอะไรที่เกินตัวแต่เน้นความแม่นยำในการสื่อสาร ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย งานออกแบบที่มี “ความยับยั้งชั่งใจ” และตั้งใจในทุกองค์ประกอบกลับเป็นสิ่งที่ทรงพลังที่สุด


Brand Experience, Commerce & Direct: การเปลี่ยนลูกค้าให้เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์

ในกลุ่มหมวดหมู่ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจและการมีส่วนร่วมอย่าง Brand Experience, Commerce และ Direct มีคุณ Jim Ingram จาก Thinkerbell ออสเตรเลีย เป็นผู้กุมบังเหียนในการตัดสิน โดยเขาให้ความสำคัญกับงานที่มี “หัวใจของแบรนด์” เป็นแกนกลาง และสามารถดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมจนนำไปสู่ยอดขายจริง ซึ่งผลงานที่คว้า Gold ในหมวด Brand Experience คือ “Haven” จาก Suncorp Insurance ซึ่งสร้างประสบการณ์ที่สมจริงและโต้ตอบได้มากกว่าแค่การสื่อสารทางเดียว

Jim Ingram, Co-Founder & Group Chief Creative จาก Thinkerbell ออสเตรเลีย ได้กล่าวถึงความอัจฉริยะของผลงานชิ้นนี้ว่า:

“การสร้างไอเดียสำหรับแบรนด์ประกันภัยที่ทำให้คุณรู้สึกรับผิดชอบต่ออิฐและปูน ในขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้คุณเปลี่ยนพฤติกรรมต่อสิ่งธรรมดาๆ อย่างการทำความสะอาดรางน้ำหรือการอัปเดตเครื่องตรวจจับควันไฟ นั่นคือความอัจฉริยะอย่างที่สุด ถ้าคุณยังไม่ได้ลองใช้แพลตฟอร์มนี้ ผมขอแนะนำให้ดูวิดีโอสาธิตที่งาน ADFEST”

สำหรับหมวด Commerce ผลงาน “Vaseline Verified” จาก Ogilvy Singapore คว้า Gold ไปครองอีกครั้ง ซึ่งคุณ Jim ยอมรับว่าเป็นไอเดียที่ “น่าเสียดายที่ไม่ได้เป็นคนทำเอง” เพราะมันสามารถเปลี่ยนเหล่า Influencer ให้กลายเป็นผู้โฆษณาได้โดยไม่ต้องพยายาม และสร้างแรงส่งทางธุรกิจโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มที่คนในอุตสาหกรรมโฆษณาหลายคนยังหาทางใช้ไม่ได้ ส่วนในหมวด Direct ผู้ชนะรางวัล Gold ยังคงเป็นหน้าเดิมอย่าง “Haven” และ “Vaseline Verified” ซึ่งตอกย้ำว่างานที่ยอดเยี่ยมในยุคนี้ต้องมีความแม่นยำในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและความคิดสร้างสรรค์ที่สูงส่งไปพร้อมกัน


Media และ PR: เมื่อแบรนด์ยอมละทิ้งการควบคุมเพื่อสร้างบทสนทนาที่แท้จริง

คุณ Julie Jihyun Kang ประธานคณะกรรมการตัดสินหมวด Media, PR และ Entertainment ได้สรุปภาพรวมของ ADFEST 2026 ไว้อย่างน่าสนใจว่า แบรนด์ต่างๆ กำลังเลิก “รบกวน” ชีวิตของผู้คน แต่เริ่มเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมแทน โดยเฉพาะการยอม “สละอำนาจการควบคุม” ให้กับครีเอเตอร์และแพลตฟอร์มเพื่อให้ได้มาซึ่งความจริงใจ ซึ่งรางวัล Grande ในหมวด PR ตกเป็นของ BLKJ Havas สิงคโปร์ จากผลงาน “One Noodle” ของ Haraku Ramen ที่ใช้นวัตกรรมผลิตภัณฑ์มาเป็นกลไกหลักในการทำ PR

คุณ Julie Jihyun Kang, CEO จาก Serviceplan Korea และ Founder & CEO จาก Flux AI Asia ได้อธิบายถึงเทรนด์ที่เกิดขึ้นว่า:

“ถ้าฉันต้องสรุป ADFEST 2026 ในประโยคเดียว มันคือสิ่งนี้: แบรนด์ไม่ได้รบกวนชีวิตเราอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของเรา… แบรนด์ต่างๆ กำลังเรียนรู้ที่จะ ‘ปล่อยมือ’ การยอมสละการควบคุมความคิดสร้างสรรค์เพื่อแลกกับความสามารถในการถูกพูดถึง (Talkability) ที่แท้จริงคือความกล้าหาญระดับใหม่”

ในหมวด Media รางวัล Gold ตกเป็นของ DMINUSONE โซล จากผลงาน “The Life-Saving Receipt” ซึ่งเปลี่ยนใบเสร็จขายของชำที่แสนธรรมดาให้กลายเป็นเครื่องมือตรวจสอบสุขภาพสำหรับครอบครัวผู้อพยพในชั่วขณะที่สำคัญที่สุด คือตอนที่พวกเขากำลังเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลเด็ก ผลงานนี้สะท้อนให้เห็นถึง “การคิดเชิงสื่อ” (Media Thinking) ที่เหนือกว่าแค่ “การลงสื่อ” (Media Execution) และพิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อข้อมูลถูกนำมาใช้ด้วยหัวใจ มันสามารถเป็นตาข่ายรองรับทางสังคมที่ช่วยรักษาชีวิตคนได้จริง โดยมีผลลัพธ์ที่น่าทึ่งคือเด็กกว่า 72% ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อนได้รับการฉีดวัคซีนในที่สุด


Entertainment: จากการเล่าเรื่อง (Storytelling) สู่การใช้ชีวิตในเรื่องราว (Story-living)

สำหรับหมวด Entertainment คณะกรรมการตั้งคำถามสำคัญว่า “คนจะยอมดูสิ่งนี้ไหมถ้าแบรนด์ไม่ได้จ่ายเงินจ้าง?” ซึ่งผลงานที่คว้า Gold ไปได้คือ “Shot on iPhone – Last Scene” จาก TBWA\Media Arts Lab โตเกียว, “Project: Memory Card” สำหรับ PlayStation และ “The Great In-Game Wedding” สำหรับ Battlegrounds Mobile India โดยงานเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสปอนเซอร์ แต่เป็นผู้ร่วมสร้างวัฒนธรรมอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการก้าวข้ามจากการเล่าเรื่องแบบเดิมไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่แฟนๆ อยากจะเข้าไปใช้ชีวิตอยู่จริงๆ

โดยเฉพาะผลงาน “The Great In-Game Wedding” ที่ได้รับคำชมอย่างสูงในการนำ “รหัสทางวัฒนธรรม” ที่ทรงพลังที่สุดของอินเดียอย่างการแต่งงาน มาใช้ในเกมเพื่อทำลายอคติที่มีต่อการเล่นเกม ผลงานนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเกมไม่ใช่แค่เรื่องของความรุนแรง แต่เป็นแพลตฟอร์มที่ความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่แท้จริงสามารถเกิดขึ้นได้ คุณ Julie ระบุว่านี่คือความมหัศจรรย์ของความคิดสร้างสรรค์แบบเอเชียที่ผสานรากเหง้าดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่จนเกิดเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครในโลกก็ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้


New Director และ Film Craft: เสียงสะท้อนแห่งเอเชียที่โลกต้องฟัง

ในหมวดหมู่สุดท้ายของวันแรกอย่าง New Director และ Film Craft มีคุณ Michael Ahmadzadeh เป็นประธานการตัดสิน เขาได้ข้อสรุปที่สำคัญว่า ปัจจุบันเอเชียไม่ได้เดินตามรอยยุโรปหรืออเมริกาอีกต่อไป แต่กำลังสร้างเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยในหมวด New Director รางวัล Grande และ Gold ตกเป็นของผลงานจากมาเลเซียสำหรับงาน The Kancil Awards and Creative Festival โดยรางวัล Grande ได้แก่ผลงาน “Kapal Kertas” จาก Denhouse Sdn Bhd ซึ่งเล่าเรื่องราวที่กล้าหาญเกี่ยวกับความท้าทายของเด็กหญิงที่ถูกบังคับให้แต่งงานในชุมชนชนบทผ่านงานภาพที่สวยงามและมีความหมายซ่อนเร้น

คุณ Michael Ahmadzadeh, Partner & Executive Producer จาก electriclimeº, APAC & MENA ในฐานะประธานคณะกรรมการตัดสิน ได้กล่าวถึงทิศทางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์โฆษณาว่า:

“ประการที่สอง เอเชียไม่ได้เดินตามยุโรปและสหรัฐอเมริกาอีกต่อไปแล้ว เรากำลังกำหนดเสียงของเราเอง ซึ่งก่อร่างขึ้นจากงานที่เราเห็นอยู่ในตอนนี้ ระดับของงานในปีนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีและจุดประกายการโต้วาทีที่น่าสนใจมากมาย”

สำหรับหมวด Film Craft รางวัล Grande ตกเป็นของ Studio Eeksaurus Productions มัมไบ จากผลงาน “Desi Oon” ซึ่งเล่าเรื่องราวสากลที่งดงามเกี่ยวกับผลกระทบของขนสัตว์ที่มีต่อชุมชนและชีวิตประจำวัน คณะกรรมการต่างทึ่งกับระดับของงานฝีมือในระดับมนุษย์ที่ต้องใช้ทักษะ เวลา และความทุ่มเทอย่างมหาศาล นอกจากนี้ยังมีข่าวดีสำหรับประเทศไทย เมื่อคุณอริยพร บุญดีปทุม (Ariyaporn Boondeepathum) ผู้กำกับจาก And Friends Studio กรุงเทพฯ ได้รับรางวัล Commendation จากโปรแกรม ‘Fabulous Five’ ในภาพยนตร์สั้นเรื่อง “Human Mode” ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของคนรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมโฆษณาไทยบนเวทีระดับสากล


Adfest 2026

บทสรุปและอนาคตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในเอเชีย

การประกาศผลรางวัลวันแรกของ ADFEST 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการมอบรางวัลให้กับแคมเปญโฆษณาที่โดดเด่นเท่านั้น แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียที่มุ่งสู่ความยั่งยืนและความเข้าอกเข้าใจมนุษย์มากขึ้น การผสมผสานระหว่างข้อมูลมหาศาล (Big Data), ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขอบเขตภายใต้ธีม Human+ ได้แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมนี้มีศักยภาพในการเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ที่เน้นคุณค่ามากกว่าแค่การทำกำไรเพียงอย่างเดียว

พัทยาในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงเมืองท่องเที่ยว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการนิยามมาตรฐานใหม่ของโฆษณาโลกที่เอเชียเป็นผู้นำ และการประกาศผลในคืนที่สองซึ่งเป็นคืนสุดท้ายของเทศกาลที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ยิ่งเป็นสิ่งที่น่าติดตามว่าใครจะเป็นผู้คว้า Grande ในหมวดที่เหลือ และแบรนด์ใดจะขึ้นเป็นสุดยอดของปี 2026 นี้ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ความคิดสร้างสรรค์ที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลางจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้ต่อไปอย่างมั่นคง

สำหรับท่านที่สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและผลรางวัลฉบับเต็ม สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ ADFEST หรือติดตามผ่านแฮชแท็กประจำงาน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยและเอเชียให้ก้าวไกลสู่ระดับสากลอย่างต่อเนื่อง


#ADFEST2026, #HumanPlus, #EconomicNews, #CreativeIndustry, #PattayaEvent, #LotusAwards, #DigitalMarketing, #AdvertisingAsia, #ThaiCreativity, #TheReporterAsia

Related Posts