AIS ออกหุ้นกู้พันล้านเหรียญ ยอดจองทะลุ 5 เท่า ดอกต่ำสุดในประวัติการณ์

AIS ออกหุ้นกู้พันล้านเหรียญ ยอดจองทะลุ 5 เท่า ดอกต่ำสุดในประวัติการณ์

AIS ประกาศความสำเร็จในการบุกตลาดทุนระดับสากลด้วยการออกหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐ (USD Bond) มูลค่ามหาศาลถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการเศรษฐกิจเอเชีย ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความท้าทาย หุ้นกู้ของเอไอเอสกลับได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในยุโรปและเอเชีย โดยมียอดจองซื้อพุ่งสูงเกินกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่าจำนวนที่เสนอขายกว่า 5 เท่าตัว คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 150,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนระดับโลกมีต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัทอย่างชัดเจน

ความโดดเด่นของ AIS ในการระดมทุนครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่อัตราดอกเบี้ยที่มีส่วนต่างอัตราผลตอบแทนหรือ Credit Spread ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์สำหรับการออกหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐโดยบริษัทจากประเทศไทยและกลุ่มบริษัทโทรคมนาคมในภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ที่มีอันดับเครดิตในระดับเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกู้อายุ 10 ปี ที่สามารถทำสถิติ Credit Spread ต่ำที่สุดในรอบ 31 ปีของกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันในเอเชีย ความสำเร็จนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงมาตรฐานการบริหารจัดการทางการเงินระดับสากลของเอไอเอสที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในต้นทุนที่เหมาะสมที่สุดภายใต้การยอมรับในระดับนานาชาติ

ชัยชนะในตลาดทุนโลกครั้งนี้ยังนับเป็นการออกหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐที่มีมูลค่าสูงที่สุดในกลุ่มบริษัทโทรคมนาคม (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) นับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา การขยายฐานนักลงทุนไปสู่ตลาดต่างประเทศไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่ความหลากหลายของแหล่งเงินทุนที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารกระแสเงินสดในระยะยาว ท่ามกลางเป้าหมายสำคัญในการยกระดับองค์กรสู่การเป็นบริษัทโทรคมนาคมดิจิทัลชั้นนำที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเวทีระดับโลก พร้อมสร้างรากฐานที่ยั่งยืนให้แก่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย

กลยุทธ์การบริหารโครงสร้างทางการเงินที่เหนือชั้น

รายละเอียดของหุ้นกู้ที่ AIS เสนอขายในครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 รุ่น เพื่อสร้างความสมดุลให้กับการจัดการหนี้สิน โดยรุ่นแรกมีอายุ 5 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ 4.26% และรุ่นที่สองมีอายุ 10 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ 4.894% ซึ่งหุ้นกู้ทั้งสองรุ่นได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ การเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 10 ปีด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเป็นประวัติการณ์นั้น ช่วยให้บริษัทสามารถวางแผนการเงินในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และลดความผันผวนของต้นทุนทางการเงินที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยม

เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินและอัตราดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้น เอไอเอสได้วางแผนเข้าทำสัญญา Cross Currency Swap เพื่อแปลงภาระผูกพันทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาของหุ้นกู้ทั้งหมดให้เป็นสกุลเงินบาท กลยุทธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับแหล่งกู้ยืมภายในประเทศ โดยตั้งเป้าหมายรักษาต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของบริษัทให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปัจจุบันที่อัตราโดยประมาณ 2.7% ถึง 2.8% การบริหารจัดการเชิงรุกเช่นนี้แสดงถึงความรอบคอบและความเป็นมืออาชีพในการควบคุมปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้

ความแข็งแกร่งของเอไอเอสยังได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลกอย่าง Standard & Poor’s Rating Services (S&P) ที่ให้ระดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ในระดับ BBB+ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Investment Grade หรือระดับที่น่าลงทุนอย่างยิ่ง อันดับเครดิตนี้สะท้อนถึงความสามารถในการชำระคืนหนี้ที่มั่นคงสูงและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยภายหลังจากการระดมทุนครั้งใหญ่นี้ เอไอเอสยังคงสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ไว้ในระดับที่ไม่เกิน 2.5 เท่า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันว่าบริษัทยังมีฐานะทางการเงินที่ยอดเยี่ยมและพร้อมรับมือกับทุกโอกาสการเติบโตที่จะเข้ามาในอนาคต

การขับเคลื่อนสู่ยุค Intelligent Digital Infrastructure

เป้าหมายหลักของการระดมทุนกว่า 31,000 ล้านบาทในครั้งนี้ คือการนำไปใช้เป็นทุนสนับสนุนแผนการขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ชาญฉลาด หรือ “Intelligent Digital Infrastructure” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย เอไอเอสมุ่งเน้นการขยายโครงข่าย 5G ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกับการพัฒนาอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคใหม่ การลงทุนเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาความเป็นผู้นำในตลาด แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการสื่อสารและคมนาคมของประเทศในระดับสากล

นอกเหนือจากการพัฒนาโครงข่ายพื้นฐานแล้ว เอไอเอสยังให้ความสำคัญกับการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่เป็นอนาคตของโลกดิจิทัล อาทิ ดาต้าเซ็นเตอร์, บริการคลาวด์ และบริการดิจิทัลต่างๆ การมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลนี้ครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) และลูกค้าองค์กร (B2B) ที่ต้องการเทคโนโลยีขั้นสูงในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน การมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีของภูมิภาคได้อย่างเต็มตัว

วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการก้าวสู่การเป็นองค์กรโทรคมนาคมเทคโนโลยีอัจฉริยะ หรือ “Cognitive Tech-Co” คือแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมด เอไอเอสมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบดั้งเดิมไปสู่ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าแบบเรียลไทม์ผ่านปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลมหาศาล ด้วยฐานลูกค้ารวมกว่า 52 ล้านราย และคลื่นความถี่ที่มากที่สุดถึง 1460 MHz บริษัทจึงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ระบบเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างยั่งยืน

เสียงสะท้อนจากผู้บริหารและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

นายธีร์ สีอัมพรโรจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านการเงิน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “การออกหุ้นกู้ครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการบริหารโครงสร้างเงินทุนให้สอดคล้องกับแผนการลงทุนและทิศทางธุรกิจ พร้อมรองรับการขยายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระยะยาวได้อย่างมั่นคง”

คำกล่าวนี้เน้นย้ำถึงความตั้งใจของบริษัทในการสร้างความสมดุลระหว่างความเติบโตทางธุรกิจและความมั่นคงทางการเงิน การที่เอไอเอสสามารถระดมทุนได้ในจังหวะเวลาที่เหมาะสมและได้เงื่อนไขที่ดีเยี่ยมเช่นนี้ ถือเป็นความสำเร็จในการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้อย่างแม่นยำ และเป็นการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในสมรภูมิเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ความสนใจอย่างล้นหลามจากนักลงทุนทั่วโลกที่มียอดจองเกินกว่าจำนวนที่เสนอขายถึง 5 เท่า เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า ตลาดโลกยอมรับในโมเดลการดำเนินธุรกิจของเอไอเอสที่มีความยืดหยุ่นและมีความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง การเพิ่มความหลากหลายของฐานนักลงทุนตราสารหนี้สู่ระดับสากลไม่เพียงแต่ช่วยลดการพึ่งพาแหล่งเงินทุนเพียงแหล่งเดียว แต่ยังเป็นการสร้างโปรไฟล์ความน่าเชื่อถือให้แก่บริษัทในตลาดทุนระดับสากลอย่างถาวร ซึ่งจะส่งผลดีต่อต้นทุนการเงินในการทำโครงการใหญ่ๆ ในอนาคตต่อไป

ในท้ายที่สุด การออกหุ้นกู้ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการกู้ยืมเงิน แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมั่นที่นักลงทุนระดับโลกมอบให้แก่บริษัทสัญชาติไทย เอไอเอสให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงินอย่างรอบคอบเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคต พร้อมสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ความสำเร็จนี้คือจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในการเดินทางสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะที่พร้อมพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัดในเวทีโลก

#AIS #USDbond #หุ้นกู้เอไอเอส #เศรษฐกิจดิจิทัล #การลงทุน #ตลาดทุนโลก #5G #AIS3BBFIBRE3 #CognitiveTechCo #TheReporterAsia

Related Posts