สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 ด้วยการประกาศผลประกอบการอันยอดเยี่ยมที่สะท้อนถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิพุ่งทะยานขึ้นถึง 150 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากำไรสุทธิรวมสูงถึง 139 ล้านบาท นับเป็นการเปิดฉากปีศักราชใหม่ได้อย่างสวยงามและเหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ในตลาดทุน
นอกเหนือจากตัวเลขผลกำไรที่เติบโตอย่างน่าอัศจรรย์แล้ว กลุ่มสามารถยังได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางธุรกิจด้วยการถือครองมูลค่างานในมือ หรือ Backlog รวมทั้งกลุ่มบริษัทเป็นจำนวนมูลค่ามหาศาลกว่า 14,461 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหลักประกันที่ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงของฐานะทางการเงินและทิศทางการขยายตัวทางธุรกิจในระยะยาวได้อย่างเด่นชัด อีกทั้งในไตรมาสนี้บริษัทยังประสบความสำเร็จในการลงนามสัญญาในโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมเพิ่มเติมอีกกว่า 832 ล้านบาท ยิ่งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่องค์กรอย่างมีนัยสำคัญ
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การนำทัพและวิสัยทัศน์อันเฉียบคมของ นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร แห่งบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้เปิดเผยว่า แม้ว่าตัวเลขรายได้รวมของกลุ่มในไตรมาสแรกนี้จะมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยตามรอบของการส่งมอบงานในส่วนของธุรกิจ Digital ICT Solution และ Digital Communications ทว่าด้วยการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด ส่งผลให้ผลกำไรสามารถเติบโตได้สูงถึงร้อยละ 150 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มสามารถนั้นเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและพร้อมที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวอย่างแท้จริง
เปิดขุมทรัพย์แบคล็อกหมื่นล้านและกลยุทธ์การบริหารต้นทุนที่เหนือชั้น
เมื่อพิจารณาเจาะลึกแยกตามรายสายธุรกิจหลักของกลุ่มสามารถ จะพบว่าสายธุรกิจ Digital ICT Solution ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL ยังคงทำหน้าที่เป็นหัวเจาะและฟันเฟืองสำคัญที่สุดในการสร้างโอกาสและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่เครือ โดยในปัจจุบัน SAMTEL มีมูลค่างานในมือหรือ Backlog สะสมอยู่สูงถึง 6,488 ล้านบาท และในไตรมาสแรกของปี 2569 นี้เพียงไตรมาสเดียว ก็สามารถชนะการประมูลและลงนามในสัญญาโครงการใหม่ๆ เข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอได้อีกเป็นมูลค่ารวมกว่า 832 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความไว้วางใจที่หน่วยงานต่างๆ มีให้ต่อองค์กร
สำหรับโครงการสำคัญๆ ที่ SAMTEL ได้รับความไว้วางใจให้เข้าไปดำเนินงานในไตรมาสนี้ ประกอบไปด้วยอภิมหาโครงการระดับประเทศมากมาย อาทิ โครงการจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับสำนักงานที่ดินทั่วประเทศ เพื่อมุ่งสนับสนุนการยกระดับการปฏิบัติงานด้านรังวัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Smart Survey ของกรมที่ดิน นอกจากนี้ยังได้รับงานในโครงการปรับปรุงระบบไอทีขั้นพื้นฐาน หรือ IT Infrastructure Consolidation ณ ศูนย์คอมพิวเตอร์ รวมถึงโครงการพัฒนาและปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรองค์กร หรือ Enterprise Resource Planning (ERP) ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งโครงการเหล่านี้ถือเป็นแกนหลักของการทำ Digital Transformation ของประเทศไทย
ทางด้านนายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงทิศทางและคุณภาพของผลประกอบการในสายธุรกิจนี้ว่า ความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลนั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากลุ่มสามารถไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การเติบโตในเชิงปริมาณหรือการไล่ล่าตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียว หากแต่ให้ความสำคัญอย่างสูงสุดกับคุณภาพของงานและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนภายในองค์กร ส่งผลให้แม้ในสภาวะการณ์ที่รอบการส่งมอบงานส่งผลให้รายได้ผันผวน แต่ผลตอบแทนในบรรทัดสุดท้ายหรือกำไรสุทธิกลับยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีเยี่ยมให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างมั่นคง
อีกหนึ่งสายธุรกิจที่เป็นดาวเด่นและเป็นแรงขับเคลื่อนอันทรงพลังไม่แพ้กันก็คือ สายธุรกิจ Utilities and Transportations ซึ่งสร้างสถิติมูลค่างานในมือหรือ Backlog สูงที่สุดในกลุ่ม โดยมีตัวเลขสะสมรวมกันสูงถึง 7,549 ล้านบาท ขุมพลังหลักในสายธุรกิจนี้ขับเคลื่อนโดย บริษัท สามารถเอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV ซึ่งเป็นผู้ให้บริการธุรกิจการบินที่กำลังได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่จากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการเดินทางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 SAV ได้โชว์ฟอร์มร้อนแรงด้วยการให้บริการเที่ยวบินรวมทั้งสิ้นถึง 33,801 เที่ยวบิน ซึ่งคิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงปริมาณการจราจรทางอากาศที่หนาแน่นและการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบในภูมิภาค ยิ่งไปกว่านั้น ในส่วนของธุรกิจก่อสร้างโครงการสายส่งและสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบครบวงจร ภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัท เทด้า จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริษัทย่อยในเครือ ก็ยังคงสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง ช่วยหนุนนำกระแสเงินสดให้แก่กลุ่มบริษัทได้อย่างสม่ำเสมอ
นอกเหนือจากสองสายธุรกิจยักษ์ใหญ่ข้างต้นแล้ว สายธุรกิจ Digital Communications หรือ SDC ภายใต้การรุกตลาดของ บริษัท สามารถ ดิจิตอล จำกัด (มหาชน) ก็ยังคงเดินหน้าสร้างรากฐานอย่างไม่หยุดยั้ง โดยปัจจุบันมีมูลค่างานในมือสะสมอยู่ที่ 424 ล้านบาท SDC ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาและให้บริการระบบวิทยุสื่อสารดิจิทัล หรือ Digital Trunked Radio System (DTRS) เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่สำคัญยิ่งสำหรับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการยกระดับความปลอดภัยและการบริหารงานในยุคใหม่
เมื่อมองไปข้างหน้าสู่ภาพรวมการเติบโตในอนาคต กลุ่มสามารถยังคงมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการมุ่งเน้นแสวงหาโอกาสใหม่ๆ จากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยนายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ทางกลุ่มบริษัทเตรียมพร้อมที่จะเดินหน้าขยายการลงทุนและพัฒนาบริการในกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI, ระบบคลาวด์ (Cloud), ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity), โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Smart Infrastructure) ตลอดจนการให้บริการโซลูชันสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ หรือ Enterprise Solutions
กลยุทธ์หลักที่กลุ่มสามารถยึดถือเป็นเสาหลักในการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ คือการมุ่งเน้นสร้างรายได้ประจำ หรือ Recurring Income และการเสริมสร้างความมั่นคงของกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อเป็นเกราะป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่องค์กรท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังคงมีความท้าทายและความผันผวนอยู่สูง แต่ด้วยฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ประกอบกับงานในมือที่มีอยู่เป็นจำนวนมหาศาล และศักยภาพอันล้นเหลือของทุกสายธุรกิจในเครือ ทำให้ผู้บริหารยังคงมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมต่อทิศทางการเติบโตตลอดปี 2569 นี้
บทสรุปของผลประกอบการ SAMART ไตรมาสแรกนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของตัวเลขกำไรที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 150 เท่านั้น แต่เป็นเครื่องสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรให้มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำกำไรระยะยาว
#SAMART #SAMTEL #SAV #SDC #ผลประกอบการQ12569 #หุ้นไทย #เศรษฐกิจดิจิทัล #ข่าวธุรกิจ #TheReporterAsia

