ดีอี ทุบสถิติ ปิดเว็บเถื่อน 4 แสนรายการ พนันออนไลน์พุ่ง ย้ำเศรษฐกิจดิจิทัลปลอดภัย

ดีอี ทุบสถิติ ปิดเว็บเถื่อน 4 แสนรายการ พนันออนไลน์พุ่ง ย้ำเศรษฐกิจดิจิทัลปลอดภัย

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลที่รวดเร็ว ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ได้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ภายใต้การนำของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ จึงได้เดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้นการตัดวงจรอาชญากรรมตั้งแต่ต้นทางผ่านการระงับและปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์และแพลตฟอร์มผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลที่มั่นคงและน่าเชื่อถือให้แก่ประชาชนและนักลงทุน

ดีอี เผยผลการดำเนินงานในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – กุมภาพันธ์ 2569) สะท้อนให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของภาครัฐ โดยมียอดการปิดกั้น URLs ผิดกฎหมายพุ่งสูงถึงกว่า 4.3 แสนรายการ ซึ่งความสำเร็จนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการปกป้องเม็ดเงินในกระเป๋าของประชาชนไม่ให้รั่วไหลไปสู่ขบวนการมิจฉาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเว็บพนันออนไลน์ที่แฝงตัวมาในรูปแบบต่างๆ และกำลังกัดเซาะเสถียรภาพทางสังคมและเศรษฐกิจระดับฐานรากอย่างหนักหน่วง

การเร่งรัดปิดกั้นช่องทางเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการรักษากฎหมาย แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนไปยังกลุ่มผู้ไม่หวังดีว่ารัฐบาลไทยมีความพร้อมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการตรวจจับและตอบโต้ มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การป้องกันภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมที่เน้นความรวดเร็วและแม่นยำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศที่กำลังอยู่ในช่วงขยายตัวอย่างต่อเนื่องและต้องการการปกป้องอย่างสูงสุดในทุกมิติ


เจาะลึกสถิติ 5 เดือน: พนันออนไลน์ครองแชมป์ภัยร้ายทำลายเศรษฐกิจ

จากการเปิดเผยข้อมูลโดยนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ พบว่าจำนวนการปิดกั้น URLs ผิดกฎหมายสะสมในระยะเวลาเพียง 5 เดือน มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 437,473 รายการ ตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้นนี้สะท้อนถึงการรุกคืบของแพลตฟอร์มผิดกฎหมายที่พยายามเจาะกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างหนัก โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพียงเดือนเดียว กระทรวงดีอีสามารถตรวจพบและดำเนินการปิดกั้นไปได้มากถึง 132,842 รายการ ซึ่งนับเป็นสถิติรายเดือนที่สูงอย่างน่าตกใจ

เมื่อวิเคราะห์จำแนกตามประเภทของความผิด พบว่าเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์เป็นกลุ่มที่ถูกปิดกั้นมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีจำนวนสูงถึง 362,482 รายการ หรือคิดเป็นสัดส่วนส่วนใหญ่ของการปิดกั้นทั้งหมด ภัยเงียบจากการพนันออนไลน์นี้ถือเป็นจุดเปราะบางที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เนื่องจากเป็นต้นตอของปัญหาหนี้ครัวเรือนและการฟอกเงิน การตัดวงจรการเข้าถึงเว็บพนันเหล่านี้จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่กระทรวงดีอีให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพื่อลดผลกระทบเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

นอกจากพนันออนไลน์แล้ว กระทรวงดีอียังได้กระจายกำลังตรวจสอบและปิดกั้นสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและศีลธรรมของสังคมอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลระบุว่ามีการปิดกั้น URLs ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 41,850 รายการ โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 13,734 รายการ รวมถึงการลักลอบซื้อ-ขายกัญชา อาวุธปืน และการค้าประเวณี แม้แต่เนื้อหาที่สร้างความปั่นป่วนในสังคม เช่น การบิดเบือนข้อมูล ข่าวปลอม (Fake News) และข้อความสร้างความเกลียดชัง จำนวนกว่า 8,621 รายการ ก็ถูกจัดการอย่างเด็ดขาดเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง


พลิกโฉมการทำงานด้วย AI และระบบ WebD: ยกระดับความเร็วในการล่าเว็บเถื่อน

กุญแจสำคัญที่ทำให้ยอดการปิดกั้นเว็บไซต์พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานเชิงรุกด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง กระทรวงดีอีได้นำเทคโนโลยี Artificial Intelligence หรือ AI มาใช้ในโครงการตรวจจับและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยีบนสื่อสังคมออนไลน์ ระบบ AI นี้ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการกรองและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลด้วยค่าความแม่นยำที่สูงกว่าการใช้มนุษย์เพียงอย่างเดียว ช่วยให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถระบุตำแหน่งและพฤติกรรมของเว็บไซต์ผิดกฎหมายได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

นวัตกรรมที่น่าสนใจคือการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านกระบวนการ API เข้าสู่แพลตฟอร์มที่ชื่อว่า “WebD” ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการคำร้อง แพลตฟอร์มนี้ช่วยร่นระยะเวลาการทำงานจากการตรวจสอบด้วยบุคลากรแบบเดิมไปสู่ระบบอัตโนมัติที่สอดประสานกันอย่างเป็นระบบ กระบวนการนี้ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจจับไปจนถึงการสร้างคำร้องต่อศาลในรูปแบบ “Paperless” หรือระบบไร้กระดาษ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดขั้นตอนทางเอกสารที่ยุ่งยาก แต่ยังช่วยให้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วตามความเร็วของโลกไซเบอร์

นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังได้พัฒนาระบบ “Suspend” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแจ้งคำสั่งศาลไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่สามารถส่งคำสั่งระงับการเข้าถึงเว็บไซต์ไปยัง ISP ได้ทันทีหลังจากศาลมีคำสั่ง และยังมีระบบ “URL Checker” ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบความต่อเนื่องของการปิดกั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เว็บไซต์เหล่านั้นกลับมาใช้งานได้อีก เทคโนโลยีเหล่านี้คือหัวใจหลักที่ทำให้กระทรวงดีอีสามารถบริหารจัดการปิดกั้นเว็บพนันและเว็บผิดกฎหมายได้มากกว่า 3.6 แสนรายการในช่วงที่ผ่านมา


ยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อความยั่งยืน: ปกป้องประชาชนด้วยเกราะคุ้มกันดิจิทัล

ความสำเร็จในการปิดกั้น URLs กว่า 4.3 แสนรายการในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของตัวเลข แต่คือการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการจัดการกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน การดำเนินการอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบายของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการเห็นคนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย การปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายเปรียบเสมือนการสร้างกำแพงป้องกันไม่ให้เยาวชนและประชาชนหลงเข้าสู่วงจรของมิจฉาชีพที่จ้องจะแสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของผู้อื่น

ในแง่ของเศรษฐกิจมหภาค การที่รัฐบาลสามารถจัดการกับเว็บไซต์พนันออนไลน์และขบวนการค้าของผิดกฎหมายได้อย่างเด็ดขาด จะช่วยดึงเม็ดเงินที่เคยหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจใต้ดินกลับเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องมากขึ้น สิ่งนี้ส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ และลดภาระของรัฐในการแก้ไขปัญหาสังคมที่ตามมาจากการพนันและการฉ้อโกง นอกจากนี้ การใช้ระบบ Paperless และเทคโนโลยี AI ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการยกระดับหน่วยงานภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัล ที่มีความคล่องตัวและโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอียังคงยืนยันที่จะติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการก่ออาชญากรรมออนไลน์อย่างไม่ลดละ การพัฒนาเครื่องมืออย่าง URL Checker และระบบการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะยังคงถูกขับเคลื่อนต่อไปเพื่อรับมือกับเทคนิคที่แยบยลของอาชญากร เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างนิเวศดิจิทัลของไทยให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการค้าขาย การลงทุน และการดำรงชีวิต เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคได้อย่างเต็มภาคภูมิ

“กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวังการก่ออาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้เทคโนโลยี AI จากโครงการตรวจจับและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยีบนเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ ในการตรวจสอบข้อมูล และวิเคราะห์ค่าความแม่นยำ… ช่วยให้ร่นระยะเวลาการทำงาน และสามารถตรวจจับ URLs ที่ผิดกฎหมายได้เพิ่มขึ้น… จนทำให้สามารถดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ เว็บไซต์ และ URLs ผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ พนันออนไลน์ได้กว่า 362,000 รายการ”

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)


#กระทรวงดีอี #ปิดเว็บพนัน #อาชญากรรมออนไลน์ #เศรษฐกิจดิจิทัล #AIตรวจจับเว็บเถื่อน #ไซเบอร์ปลอดภัย #พนันออนไลน์ #WebD #Paperless

Related Posts