ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศแต่งตั้ง “นกุล เซห์กัล” ให้เข้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงินแต่เพียงผู้เดียว การตัดสินใจปรับเปลี่ยนทัพผู้บริหารในครั้งนี้ถือเป็นการยุติโครงสร้างการบริหารด้านการเงินที่มีหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงินร่วม หรือที่รู้จักกันในนาม Co-CFO ลงอย่างเป็นทางการ นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการรวมศูนย์การบริหารจัดการด้านการเงินเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและรับมือกับความท้าทายในตลาดยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
การปรับโครงสร้างผู้บริหารระดับสูงในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังจากที่การซื้อขายหุ้นระหว่าง บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด (อไรซ์) และ กลุ่มเทเลนอร์ ได้ดำเนินไปจนเสร็จสมบูรณ์ โดยในวันที่ 13 มีนาคม 2569 คณะกรรมการบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมและมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นกุล เซห์กัล ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงินอย่างเป็นเอกฉันท์ การประกาศแต่งตั้งดังกล่าวได้ถูกกำหนดให้มีผลบังคับใช้ในทันทีตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนต่อนักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถึงทิศทางใหม่ของการบริหารงานองค์กร
หากย้อนกลับไปพิจารณาถึงที่มาของโครงสร้างเดิม การแต่งตั้งผู้บริหารในครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดโครงสร้างการบริหารที่มีหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงินร่วม (Co-CFO) ซึ่งเป็นรูปแบบที่บริษัทได้นำมาปรับใช้มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดการควบรวมกิจการครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างทรูและดีแทคเมื่อเดือนมีนาคม 2566 โดยนับจากนี้เป็นต้นไป บทบาทและอำนาจการตัดสินใจของหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงินจะถูกผนวกให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้การนำทัพของนายนกุล ซึ่งนายนกุล เซห์กัล จะก้าวเข้ามารับผิดชอบดูแล ตลอดจนบริหารจัดการด้านการเงินทั้งหมดของ ทรู คอร์ปอเรชั่น แบบครบวงจรเบ็ดเสร็จ
ผ่าประวัติและวิสัยทัศน์ นกุล เซห์กัล สู่เป้าหมายกำไรยั่งยืน
สำหรับเส้นทางการทำงานของผู้บริหารท่านนี้ นกุล เซห์กัล ไม่ใช่บุคคลหน้าใหม่ในวงการโทรคมนาคมแต่อย่างใด โดยเขาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) ของบริษัทฯ มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทค เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 ประสบการณ์ที่ผ่านมาในช่วงรอยต่อที่สำคัญนี้ ทำให้เขามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงโครงสร้างทางการเงิน วัฒนธรรมองค์กร และความท้าทายที่ทรู คอร์ปอเรชั่น ต้องเผชิญหลังจากการรวมตัวกันของสองยักษ์ใหญ่ ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบทางกลยุทธ์ที่สำคัญในการรับไม้ต่อเพื่อบริหารการเงินแบบเดี่ยว
ประสบการณ์ก่อนหน้านี้ของนายนกุลยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญระดับสากล โดยก่อนที่จะเข้ามาร่วมงานในโครงสร้างใหม่นี้ เขาเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการเงิน (CFO) ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จํากัด (มหาชน) มาก่อน นอกจากนี้ ยังเคยสั่งสมประสบการณ์ในเวทีระดับภูมิภาคด้วยการดำรงตำแหน่ง Corporate CFO ของ Bharti Airtel Limited ในประเทศอินเดีย รวมถึงการเป็น CFO ของ Digi.Com ในประเทศมาเลเซียอีกด้วย โปรไฟล์ที่แข็งแกร่งและประสบการณ์การทำงานในองค์กรโทรคมนาคมชั้นนำหลายแห่งทั่วเอเชีย จึงเป็นเครื่องการันตีถึงความสามารถในการวางแผนทางการเงินระดับมหภาคได้เป็นอย่างดี
ในการเข้ารับตำแหน่งใหม่นี้ นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้กล่าวแสดงความมุ่งมั่นว่า “ผมขอขอบคุณอย่างจริงใจต่อคณะกรรมการบริษัท และคุณซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม ทรู คอร์ปอเรชั่น สำหรับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่มอบให้ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงินของทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อสานต่อภารกิจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทีมบริหารระดับสูง” นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงเป้าหมายหลักโดยระบุว่า มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนนโยบายที่ได้วางรากฐานไว้สำหรับบริษัทฯ โดยให้ความสำคัญกับการส่งมอบคุณค่าให้แก่ลูกค้าและผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับการรักษาวินัยทางการเงิน การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืน
ซีอีโอทรูเชื่อมั่นศักยภาพ ลั่นเดินหน้าสร้างผลประกอบการแกร่ง
ทางด้านผู้นำสูงสุดขององค์กร นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ออกมาเปิดเผยและแสดงความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมต่อการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารในครั้งนี้ การออกมาตอกย้ำถึงศักยภาพของซีเอฟโอคนใหม่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคณะผู้บริหารในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของบริษัทไปในทิศทางเดียวกัน การรวมศูนย์อำนาจด้านการเงินไว้ที่ผู้บริหารเพียงคนเดียวที่ได้รับการพิสูจน์ฝีมือมาแล้ว จึงเป็นกลยุทธ์ที่ผู้นำองค์กรเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มความเร็วและความเฉียบคมในการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ
นายซิกเว่ เบรกเก้ ได้เน้นย้ำถึงผลงานที่ผ่านมาของนายนกุล โดยกล่าวว่า “ในฐานะหนึ่งในหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน คุณนกุล เซห์กัล มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการบูรณาการของสององค์กรทั้งทรูและดีแทคให้เป็นหนึ่งเดียว อีกทั้งยังเป็นผู้กำหนดแบบแผนวินัยทางการเงินและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างเข้มงวด ซึ่งเราได้เห็นอย่างชัดเจนตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา” คำกล่าวนี้ยืนยันว่ากระบวนการทำงานแบบบูรณาการที่ซับซ้อนในช่วงที่ผ่านมานั้น สามารถผ่านพ้นมาได้ด้วยกลไกและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพภายใต้การดูแลของนายนกุล
ผลลัพธ์จากการบริหารงานที่เข้มงวดนี้ได้ส่งผลดีต่อภาพรวมขององค์กรอย่างเห็นได้ชัด โดยนายซิกเว่ เบรกเก้ ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจัยความสำเร็จเหล่านี้ล่วนนับเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังผลประกอบการที่แข็งแกร่งของทรู คอร์ปอเรชั่น นับแต่การควบรวมกิจการเป็นต้นมา พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า “ผมมั่นใจว่า เส้นทางแห่งความสำเร็จภายใต้การนำของคุณนกุลจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมั่นคง และผมยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่คุณนกุลเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงินของบริษัทฯในครั้งนี้”
ก้าวใหม่ ยุภา ลีวงศ์เจริญ สยายปีกคุมการเงินอไรซ์เวนเจอร์ส
ในขณะที่โครงสร้างการบริหารของทรู คอร์ปอเรชั่น กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการมีซีเอฟโอเดี่ยว การปรับเปลี่ยนทัพผู้บริหารในครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดการขยับขยายบทบาทหน้าที่ในระดับกลุ่มบริษัทอีกด้วย โดยนางสาวยุภา ลีวงศ์เจริญ อดีตหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงินร่วม จะเปลี่ยนผ่านไปสู่บทบาทใหม่ที่ท้าทายไม่แพ้กัน การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการจัดสรรบุคลากรที่มีความสามารถระดับสูงให้ไปขับเคลื่อนธุรกิจในส่วนอื่นๆ ที่กำลังต้องการการขยายตัวและโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งรองรับ
ตามประกาศอย่างเป็นทางการ นางสาวยุภา ลีวงศ์เจริญ จะก้าวขึ้นไปรับตำแหน่ง ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มด้านการเงิน บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป การโยกย้ายตำแหน่งในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจในระดับสูงต่อความสามารถของนางสาวยุภา ในการก้าวขึ้นไปบริหารจัดการด้านการเงินให้กับกลุ่มบริษัทที่มีวิสัยทัศน์ในการลงทุนและมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและมีประสบการณ์ในการรับมือกับโครงสร้างทางการเงินที่สลับซับซ้อน
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้กล่าวขอบคุณและยกย่องผลงานที่ผ่านมาของเธอว่า “ผมขอแสดงความชื่นชมและขอบคุณคุณยุภาอย่างจริงใจสำหรับบทบาทสำคัญและคุณูปการที่มีต่อบริษัทตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การควบรวมกิจการเมื่อเดือนมีนาคม 2566” เขายังกล่าวเสริมว่า คุณยุภาได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) ด้วยความสามารถและความเป็นมืออาชีพ สร้างผลงานที่โดดเด่น ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างเงินทุนของบริษัท บริหารจัดการด้านการเงิน และขับเคลื่อนการบูรณาการด้านการเงินภายหลังการควบรวมกิจการ จนทำให้ทรู คอร์ปอเรชั่น มีรากฐานทางการเงินที่เข้มแข็งและพร้อมเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมงานกับเธอต่อไปในบทบาทใหม่ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป
สะท้อนภาพรวมยุทธศาสตร์โทรคมนาคมและการสื่อสารองค์กร
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารระดับสูงทางการเงินของทั้ง ทรู คอร์ปอเรชั่น และ อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่กำลังเร่งจัดทัพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลกและตลาดภูมิภาค การยุติบทบาท Co-CFO เพื่อก้าวเข้าสู่การบริหารแบบ Single CFO เป็นการส่งสัญญาณถึงความสำเร็จในเฟสแรกของการบูรณาการองค์กรหลังการควบรวมกิจการ ซึ่งจากนี้ไปองค์กรจะมุ่งเน้นที่ความคล่องตัว การตัดสินใจที่ฉับไว และการบริหารทรัพยากรทางการเงินที่มีเอกภาพมากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจแล้ว ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความโปร่งใสและการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำไปยังนักลงทุน ผู้ถือหุ้น และสาธารณชน การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการเปลี่ยนแปลงระดับสูงนี้อย่างเป็นระบบ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้เป็นอย่างดี โดยองค์กรได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในการจัดการช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้โดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินงานหลักของบริษัท
#เศรษฐกิจ #ข่าวธุรกิจ #ทรูคอร์ปอเรชั่น #ปรับโครงสร้างผู้บริหาร #โทรคมนาคม #ตลาดทุน #การเงิน

