ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยผ่านนวัตกรรมล้ำสมัย ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ สำนักงาน กสทช. ได้มีการพิจารณาวาระสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อสังคมอย่างมีนัยสำคัญ โดยในการประชุมครั้งนี้มีการบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณารวมทั้งสิ้น 62 วาระ และสามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบจนผ่านมติที่ประชุมไปได้ 19 วาระ ท่ามกลางการจับตามองของภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเหล่านักวิชาการที่ยื่นขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส.
ไฮไลท์สำคัญของการประชุมในครั้งนี้อยู่ที่การอนุมัติงบประมาณมหาศาลเพื่อสนับสนุนโครงการประเภทที่ 1 ประจำปี 2568 ซึ่งครอบคลุมวัตถุประสงค์ตามมาตรา 52 (1), (2) และ (3) โดยที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบโครงการที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ จำนวนทั้งสิ้น 36 โครงการ คิดเป็นกรอบงบประมาณรวมกว่า 289,607,296.29 บาท เม็ดเงินจำนวนนี้จะถูกกระจายไปยังหน่วยงานการศึกษาและสถาบันวิจัยชั้นนำเพื่อนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความปลอดภัยของสังคมไทยในอนาคต ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการวิจัยและพัฒนาอย่างตรงจุด
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้ให้ข้อมูลถึงความสำคัญของวาระการประชุมในวันนี้ว่ามีความน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในส่วนของการจัดสรรงบประมาณจากกองทุน กทปส. เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สาธารณะตามกรอบกฎหมาย ท่านได้กล่าวเน้นย้ำถึงวาระที่น่าติดตามซึ่งประกอบด้วยโครงการรับเงินสนับสนุนประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ประจำปี 2568 รวมถึงวาระการอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่แบบบอกรับสมาชิก และการปรับปรุงชื่อช่องรายการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ กสทช. ในการเป็นฟันเฟืองหลักที่คอยสนับสนุนทั้งภาคสังคมและภาคธุรกิจไปพร้อมๆ กัน
กางแผนนวัตกรรม AI และเทคโนโลยี IoT เพื่อความปลอดภัยทางสังคม
หนึ่งในโครงการที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในงานด้านสังคมสงเคราะห์ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาระบบ AI เพื่อตรวจจับ การถูกทารุณกรรมในเด็ก ผ่านการวิเคราะห์ภาพวาดตนเอง โครงการนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจำนวน 14,958,065 บาท โดยมีระยะเวลาดำเนินการยาวถึง 1,095 วัน เพื่อสร้างเครื่องมือที่แม่นยำในการช่วยเหลือเด็กที่อาจไม่สามารถสื่อสารความเจ็บปวดออกมาเป็นคำพูดได้ ถือเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่เปราะบางที่สุดได้อย่างเป็นรูปธรรมและน่าชื่นชม
นอกจากความปลอดภัยของเด็กแล้ว กสทช. ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านสภาพแวดล้อมและสุขภาพของนักท่องเที่ยว โดยอนุมัติโครงการพัฒนาระบบติดตามก๊าซเรดอนและโทรอนร่วมกับเซนเซอร์คุณภาพอากาศ (PM 2.5, PM 10, CO2, O2) ด้วยเทคโนโลยี IoT ซึ่งรับผิดชอบโดยสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ด้วยงบประมาณ 857,100 บาท ระยะเวลาดำเนินการ 365 วัน เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพในแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่ปิด ระบบนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็นเทรนด์เศรษฐกิจระดับโลกที่กำลังเติบโต
ในด้านความเชื่อมโยงของระบบสาธารณสุข ที่ประชุมยังได้พิจารณาปรับปรุงข้อเสนอโครงการปี 2567 ที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน โดยมีโครงการที่น่าสนใจอย่างเว็บแอปพลิเคชันช่วยเภสัชกรระบุชนิดยาด้วยแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการนี้ได้รับงบประมาณ 4,206,303.75 บาท มีระยะเวลาดำเนินงาน 730 วัน เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการจ่ายยาและลดข้อผิดพลาดสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ การลงทุนในเทคโนโลยีสุขภาพดิจิทัลเช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ แต่ยังเป็นการวางรากฐาน Digital Health ที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในระยะยาว
เสริมแกร่งดิจิทัลเพื่อความเท่าเทียม ตั้งแต่ผู้สูงวัยจนถึงพื้นที่ชายแดนใต้
กสทช. มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide) ผ่านโครงการส่งเสริมความสามารถและความเท่าเทียมในการเข้าถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศขั้นพื้นฐาน (Digital Inclusion) ของผู้สูงอายุผ่านช่องทางดิจิทัล โดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้รับผิดชอบโครงการด้วยงบประมาณ 14,958,065 บาท ดำเนินการในระยะเวลา 455 วัน เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ผู้สูงวัยในประเทศไทยสามารถก้าวทันโลกออนไลน์ ใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัย และไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลเข้าถึงทุกภาคส่วน
สำหรับการยกระดับคุณภาพชีวิตในพื้นที่เฉพาะ กสทช. ได้เห็นชอบโครงการการเข้าถึงบริการสื่อและสารสนเทศสำหรับสตรีมุสลิมในสถาบันศึกษาปอเนาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ด้วยงบประมาณสนับสนุน 3,129,129.40 บาท ระยะเวลา 365 วัน โครงการนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างความเข้าใจและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอาชีพและสังคมในพื้นที่เปราะบาง โดยใช้สื่อดิจิทัลเป็นสะพานเชื่อมโอกาสทางการศึกษาและการสื่อสารที่เท่าเทียม
เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเม็ดเงินงบประมาณจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด ที่ประชุมยังได้อนุมัติโครงการประเภทที่ 2 ประจำปี 2568 ให้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อทำหน้าที่ติดตามและประเมินผลโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุน กทปส. ด้วยงบประมาณ 12,446,775 บาท ระยะเวลา 730 วัน การจัดตั้งหน่วยงานประเมินผลที่เป็นกลางจะช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถวัดผลสัมฤทธิ์ของโครงการต่างๆ ว่าส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมได้จริงตามวัตถุประสงค์ของมาตรา 52 หรือไม่
เขย่าวงการสื่อสารมวลชน ต่อสัญญา TNN พร้อมรีแบรนด์ช่องใหม่
ในมิติของอุตสาหกรรมโทรทัศน์และสื่อสารมวลชน กสทช. ได้พิจารณาต่ออายุใบอนุญาตให้กับยักษ์ใหญ่ด้านข่าวสารอย่าง บริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด หรือช่อง TNN โดยเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ความเหมาะสมและอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นสุดลง การต่ออายุครั้งนี้เป็นการยืนยันความเชื่อมั่นในคุณภาพการนำเสนอข่าวสารและบทบาทของสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่รายงานความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังมีการขยับตัวที่น่าสนใจในกลุ่มธุรกิจทีวีดิจิทัลและเคเบิลทีวี โดยบริษัท ทริปเปิล ที เน็ตเวิร์ค จำกัด ได้รับการอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงชื่อช่องรายการจากเดิม “PULSE TV” เป็นชื่อใหม่ “Wild Stuff” การปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์และชื่อช่องในครั้งนี้สะท้อนถึงการปรับตัวของภาคเอกชนเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ และสอดรับกับพฤติกรรมการรับชมสื่อที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน ซึ่ง กสทช. ได้พิจารณาแล้วว่ามีความเหมาะสมตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
สรุปภาพรวมจากการประชุม กสทช. ครั้งที่ 8/2569 ในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่ามีการกระจายงบประมาณไปยังภาคส่วนที่สำคัญอย่างทั่วถึง ทั้งการพัฒนานวัตกรรม AI เพื่อความปลอดภัย การลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลในกลุ่มเปราะบาง และการสนับสนุนความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมสื่อ การดำเนินงานเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการใช้จ่ายงบประมาณตามหน้าที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืน โดยมีประชาชนทุกกลุ่มเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอย่างแท้จริง
“ในวันนี้ กสทช. มีการประชุมวาระที่น่าติดตาม คือ วาระการพิจารณาโครงการที่ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุน กทปส. ทั้งประเภทที่ 1 ตามวัตถุประสงค์มาตรา 52 (1) มาตรา 52 (2) และมาตรา 52 (3) และประเภทที่ 2 ตามวัตถุประสงค์มาตรา 52 (2) ประจำปี 2568” — นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.
#กสทช #กทปส #AIตรวจทารุณเด็ก #DigitalInclusion #เศรษฐกิจดิจิทัล #TNN #WildStuff #นวัตกรรมไทย #ลดความเหลื่อมล้ำ

