สถาปนิก’69 ทุบสถิติยอดสะพัดสองหมื่นล้าน พร้อมชูแนวคิดยั่งยืน

สถาปนิก’69 ทุบสถิติยอดสะพัดสองหมื่นล้าน พร้อมชูแนวคิดยั่งยืน

งานสถาปนิก’69 ได้ปิดฉากลงอย่างสง่างามท่ามกลางกระแสการตอบรับที่เกินความคาดหมายอย่างล้นหลาม โดยงานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) | SATI : WISDOM : PROMPT” ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการแสดงศักยภาพทางด้านการออกแบบเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศก้องถึงความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางงานนิทรรศการสถาปัตยกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง

ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนผ่านตัวเลขสถิติที่น่าอัศจรรย์ด้วยจำนวนผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้นกว่า 328,576 คน ตลอดระยะเวลาการจัดงานเพียง 6 วัน โดยข้อมูลที่น่าสนใจพบว่ากลุ่มผู้เข้าชมงานประกอบด้วยกลุ่มนักธุรกิจหรือผู้เข้าชมในภาคธุรกิจ (Trade Visitors) ถึงร้อยละ 64 และกลุ่มผู้ใช้สินค้าและบริการทั่วไป (End Users) อีกร้อยละ 36 ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภคที่มีต่ออุตสาหกรรมการก่อสร้างไทย ซึ่งส่งผลให้เกิดมูลค่าการเจรจาธุรกิจรวมสูงถึงกว่า 22,000 ล้านบาท นับเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก

นายอเส สุขยางค์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ให้ภาพรวมที่น่าภาคภูมิใจว่าพื้นที่จัดแสดงงานกว่า 75,000 ตารางเมตรนั้นได้รวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 1,000 แบรนด์ พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์และบริการเพื่องานออกแบบและก่อสร้างรวมมากกว่า 100,000 รายการจากทั้งในและต่างประเทศมารวมไว้ในที่เดียว การจัดงานครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การซื้อขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง แต่เป็นเวทีระดับนานาชาติที่ต่อยอดผลักดันวงการวิชาชีพสถาปนิกให้เป็นที่ยอมรับในสากล โดยสมาคมฯ มุ่งหวังที่จะยกระดับคุณภาพงานสถาปัตยกรรมของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิในยุคที่เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากการแสดงนวัตกรรมแล้ว การยกย่องเชิดชูเกียรติผ่านรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2569 ยังเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานวิชาชีพขึ้นไปอีกขั้น ในปีนี้มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 92 ผลงาน ซึ่งคณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกผลงานที่โดดเด่นและสะท้อนถึงการออกแบบที่ผสานปัญญาเข้ากับยุคสมัย รางวัลสูงสุดอย่าง Design Award ตกเป็นของผลงานที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการอย่าง Mitbury the Publice House โดยผู้ออกแบบ WOS Architects รวมถึง O-NES Tower โดย THAI OBAYASHI DESIGN และ Vanich House โดย Physicalist ซึ่งล้วนเป็นงานที่แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดและตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างลงตัว

ในส่วนของรางวัล Merit Award นั้น ก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยมีผลงานที่ได้รับรางวัลอย่าง BAAN O+O จาก JUNSEKINO Architect and Design และสำนักงานใหญ่ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA headquarters โดย Architects 49 นอกจากนี้ยังมีผลงาน DFT Office จาก Stu/D/O Architects และ Nachan the Antique Courtyard Hotel โดย PAVA architects ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศนี้ด้วยเช่นกัน รางวัลเหล่านี้ถือเป็นรางวัลทรงเกียรติและเป็นเครื่องยืนยันถึงความวิริยะอุตสาหะของสถาปนิกไทยในการสร้างสรรค์พื้นที่ที่มอบคุณค่าให้แก่สังคม ผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งหมดได้ถูกนำมาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่เพื่อให้สาธารณชนได้สัมผัสถึงความประณีตและแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบที่มีคุณภาพสูงสุดของประเทศ

ด้านนายจาตุรนต์ กิ่งมิ่งแฮ ประธานจัดงาน สถาปนิก’69 ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความสำเร็จในส่วนของกิจกรรมสัมมนาและวิชาการที่ได้รับความสนใจอย่างถล่มทลาย งาน ASA INTERNATIONAL FORUM ในปีนี้ได้รับเกียรติจากสถาปนิกชื่อดังระดับโลกมาแลกเปลี่ยนมุมมองถึง 6 เซสชันสำคัญ ขณะที่ ASA INSPIRATION LAB และกิจกรรม Workshop ต่างๆ ก็มียอดผู้เข้าร่วมกว่า 2,045 คน ตลอดการจัดงานทั้ง 6 วัน ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าบุคลากรในวิชาชีพนี้มีความตื่นตัวในการอัปเกรดทักษะและความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ ยิ่งไปกว่านั้น กิจกรรม ASA Emerging 2026 ยังได้จุดประกายสถาปนิกและนักออกแบบรุ่นใหม่ให้มีเวทีในการสะท้อนศักยภาพและมุมมองที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย โดยนางสาวสุทธหทัย นิยมวาส จาก The City Connext ได้รับเลือกเป็นตัวแทนสมาคมฯ เข้าร่วมงาน 23rd ARCASIA Forum ที่ประเทศอินเดียต่อไป


ก้าวย่างที่มั่นคงสู่สถาปนิก’70 และบทบาทศูนย์กลางนวัตกรรมอาเซียน

ประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในงานสถาปนิกปีนี้คือการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ “ASA100 SUSTAINABLE : Towards Sustainable ASA Architect Expo” ซึ่งเป็นความตั้งใจของคณะผู้จัดงานที่ตระหนักถึงปัญหาขยะจากการจัดงานแสดงสินค้าที่มีปริมาณมหาศาล โครงการนี้มุ่งหวังที่จะลดขยะและสนับสนุนให้ผู้ร่วมแสดงสินค้าดำเนินการตามแนวทาง ESG และ CSR เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของการจัดงานให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล มีการมอบรางวัลให้แก่บริษัทที่ออกแบบบูธอย่างยั่งยืน โดยบริษัท อีดีแอล ลามิเนตส์ จำกัด และบริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้การออกแบบของบริษัท ลูกเล่น สถาปนิก จำกัด ได้รับรางวัลประเภท Gold ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการผสานความงามเข้ากับความรับผิดชอบต่อโลก

กระบวนการจัดการขยะในงาน สถาปนิก’69 ครั้งนี้ได้มีการนำหลักการ Reduce และ Reuse มาใช้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด ทางสมาคมฯ ได้ขอความร่วมมือจากผู้ร่วมแสดงงานให้ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและหันมาใช้ระบบดิจิทัลแทนโบรชัวร์กระดาษ สิ่งที่น่าประทับใจเป็นพิเศษคือการส่งมอบวัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้างบูธนิทรรศการให้แก่หน่วยงานที่ขาดแคลน เช่น ชิ้นส่วนวัสดุก่อสร้างที่ส่งมอบให้ศูนย์เด็กก่อนวัยเรียนพิทักษาและโรงเรียนคลองพระอุดม รวมถึงการมอบลังผลไม้จากบูธ ASA CLUB ให้กับคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สจล. เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาต่อไป

ความยั่งยืนเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของขยะ แต่ยังสะท้อนผ่านนวัตกรรมที่ได้รับรางวัล “Best Innovation Award 2026” อีกด้วย โดยรางวัลชนะเลิศในปีนี้ตกเป็นของ “DOS WIDERO Water Pac All in One” จากแบรนด์ DOS ซึ่งเป็นระบบน้ำอัจฉริยะสำหรับบ้านยุคใหม่ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล 100% และออกแบบให้ประหยัดพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งและสองตกเป็นของ “3D Panel by recoplast” จาก Watsadu niyom และ “TOSTEM IN16 Series” จาก TOSTEM ตามลำดับ นวัตกรรมเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยกำลังมุ่งหน้าสู่ทิศทางของการออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ในส่วนของความแปลกใหม่ที่สร้างสีสันให้แก่งานเป็นอย่างมากคือ “Thematic Pavilion” ซึ่งในปีนี้มีการจัดแสดงถึง 8 พื้นที่ มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา นายศุภแมน มรรคา จากบริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ระบุว่าแต่ละพาวิลเลียนคือการตีความวัสดุก่อสร้างผ่านสถาปัตยกรรมเชิงประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม โดยรางวัล Thematic Pavilion Designer Choice Award ได้รับการตัดสินให้แก่ “The Delta Stack Pavilion” จาก SCG x SaTa Na Architect ส่วนรางวัลยอดนิยมอย่าง Thematic Pavilion of the Year ที่ได้จากการลงคะแนนของผู้เข้าชมงานตกเป็นของ “TOD Ā ARK” โดย TOD Ā x Supermachine Studio ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมตลอดทั้ง 6 วัน

อีกหนึ่งพื้นที่ที่กลายเป็นจุดแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจสำคัญคือ “Palette of Materials Pavilion” ที่รวบรวมวัสดุจริงกว่า 800 ชิ้น จากดีไซเนอร์ 40 สตูดิโอ พื้นที่นี้ได้รับการคัดสรรโดย Looklen Architects เพื่อช่วยให้สถาปนิกและผู้เข้าชมงานเห็นแนวทางการใช้งานวัสดุในบริบทจริงได้อย่างชัดเจน มีการนำเทคโนโลยี QR Code มาใช้เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างผู้ผลิตและผู้ออกแบบได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ ภายในงานยังรวบรวมผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เทคโนโลยีอัจฉริยะไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำหรับบ้านประหยัดพลังงานหรือ Passive Home ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการของตลาดในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงความสวยงาม แต่ยังมองหาความคุ้มค่าและสมดุลทางธรรมชาติ

บทสรุปความสำเร็จของงาน สถาปนิก’69 ไม่ได้จบลงเพียงแค่การปิดบูธ เพราะความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการได้ส่งผลให้แบรนด์ชั้นนำมากมายยืนยันเข้าร่วมงาน “สถาปนิก’70” ในปีหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นยักษ์ใหญ่อย่าง SCG, TOA, Makita, TOSTEM, DOS และแบรนด์อื่นๆ อีกคับคั่ง งานสถาปนิกในอนาคตถูกวางเป้าหมายให้เป็นมากกว่าแค่ที่จัดแสดงสินค้า แต่จะเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เครือข่ายธุรกิจ และความร่วมมือในระดับสากล เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยผู้ที่พลาดโอกาสในปีนี้ยังสามารถรับชมบรรยากาศย้อนหลังผ่าน Virtual Booth ได้ ก่อนที่จะกลับมาพบกันใหม่อย่างยิ่งใหญ่ในงานสถาปนิก’70 ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 27 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2570 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

#สถาปนิก69 #สมาคมสถาปนิกสยาม #ArchitectExpo2026 #ความยั่งยืน #นวัตกรรมการก่อสร้าง #ASEANArchitecture #เศรษฐกิจไทย2026 #สถาปัตยกรรมไทย

Related Posts