ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลกและวิกฤตห่วงโซ่อุปทาน “กะทิชาวเกาะ” ประกาศศักดาผู้นำกะทิไทย 50 ปี ด้วยการเปิดโรงงานระดับโลกโชว์นวัตกรรมเลเซอร์ CRDS ตรวจเช็กน้ำมะพร้าวบริสุทธิ์ 100% พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยโมเดล ESG เปลี่ยนขยะให้เป็นศูนย์ คว้าหัวใจคู่ค้าระดับสากลและเร่งดึงตัวเลขการเติบโตของภาพรวมตลาดกะทิสำเร็จรูปไทยให้ทะยานอย่างยั่งยืน
ถอดรหัส ‘เทพผดุงพรมะพร้าว’ เติบโตสวนทางตลาดกะทิโลก
บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวชั้นนำของเมืองไทย ภายใต้แบรนด์ “กะทิชาวเกาะ” ได้เปิดบ้านเยี่ยมชมโรงงานอย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงศักยภาพกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ปลอดภัย และได้มาตรฐานสากลที่ทั่วโลกยอมรับมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี การเปิดบ้านในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรมมะพร้าวระดับโลกด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและแนวคิด ESG เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้าทั่วโลกอย่างยั่งยืน
ภาพรวมตัวเลขการส่งออกของผลิตภัณฑ์กะทิของประเทศไทยในปี 2568 จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ระบุว่าอัตราการเติบโตอยู่ในภาวะทรงตัวหรืออยู่ที่ 0% แต่ผลการดำเนินงานของแบรนด์ “กะทิชาวเกาะ” กลับสามารถสร้างปรากฏการณ์เติบโตสวนทางตลาดได้อย่างงดงาม โดยมียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในตลาดส่งออกเติบโตสูงถึง 20% ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเป็นแกนหลักในการดึงตัวเลขการเติบโตของภาพรวมตลาดกะทิสำเร็จรูปของไทยให้ขับเคลื่อนขึ้นมาได้อย่างโดดเด่น
ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากกลยุทธ์การมุ่งเน้นสร้าง “ความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในตัวผลิตภัณฑ์” (Brand Trust & Transparency) ผ่านการลงทุนในนวัตกรรมเทคโนโลยีและการยึดมั่นในมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากล ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่ค้าระดับโลกให้ความสำคัญสูงสุดในปัจจุบัน ประกอบกับการรักษามาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพ (ISO 9001:2015) และระบบความปลอดภัยทางอาหารขั้นสูง อาทิ ISO 22000:2018, BRCGS ISSUE 9, GHP และ HACCP อย่างเคร่งครัด
“ตลอดระยะเวลกว่า 50 ปีที่ผ่านมา ‘ชาวเกาะ’ มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ปัจจุบันกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิของบริษัทฯ ถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยมีสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศสูงถึง 80% และจำหน่ายภายในประเทศอีก 20% ประกอบด้วย กะทิ , น้ำมะพร้าว, น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น, มะพร้าวอบกรอบ และผักผลไม้กระป๋อง ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดจากการที่บริษัทฯ ไม่เคยหยุดพัฒนา ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพ…” — นายเกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ โรงงานชาวเกาะ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด
ทุ่ม 10 ล้านนำเข้าเครื่อง CRDS สกัดกั้นปัญหาน้ำมะพร้าวเจือปน
จากสถานการณ์ความท้าทายในรอบปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมมะพร้าวทั่วโลก รวมถึงประเทศผู้ปลูกหลักอย่างไทยและประเทศในภูมิภาค ต่างต้องเผชิญกับปัญหาพื้นที่เพาะปลูกที่ลดลง ภัยแล้ง และวิกฤตภัยจากแมลงศัตรูพืช ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณวัตถุดิบในตลาด นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญในเรื่องของคุณภาพและ ‘การเจือปนของน้ำมะพร้าว’ ในตลาดโลก ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับผู้บริโภคและคู่ค้าต่างประเทศเป็นอย่างมาก
เพื่อตอกย้ำความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในฐานะผู้นำตลาด ล่าสุด บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ได้ลงทุนกว่า 10 ล้านบาท ในการนำเข้าและติดตั้ง เครื่อง CRDS (Cavity Ring-Down Spectroscopy) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ใช้สำหรับตรวจเช็คน้ำตาลในน้ำมะพร้าวโดยเฉพาะ ผ่านการฉายแสงเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง เทคโนโลยีนี้ช่วยยกระดับการตรวจสอบคุณภาพสินค้าในกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การนำเทคโนโลยีเลเซอร์ CRDS มาใช้ ทำให้โรงงานสามารถตรวจสอบและสกัดกั้นการเจือปนของน้ำมะพร้าวได้อย่างแม่นยำในทุกขั้นตอน การลงทุนครั้งใหญ่นี้จัดทำขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จากชาวเกาะทุกขวดและทุกกล่องคงคุณค่าแท้จากธรรมชาติ 100% ส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก และเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมมะพร้าวแปรรูปของประเทศไทยในการก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับสากลอย่างเต็มภาคภูมิ
ก้าวสู่องค์กรสีเขียวด้วยโมเดล ESG เปลี่ยนของเหลือเป็นพลังงาน
นอกเหนือจากความเข้มงวดด้านคุณภาพและการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในโรงงานแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (Environmental, Social, and Governance) อย่างเป็นรูปธรรม โดยในด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) โรงงานได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้บริหารจัดการวัตถุดิบอย่างคุ้มค่าสูงสุด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการผลิตกะทิ ทุกส่วนของมะพร้าวที่เหลือทิ้ง เช่น กากมะพร้าว ขุยมะพร้าว และ กะลามะพร้าว จะถูกนำไปแปรสภาพและใช้ประโยชน์เป็นพลังงานหมุนเวียนภายในโรงงาน แนวทางดังกล่าวช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดขยะให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) ได้สำเร็จ ทั้งนี้ ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานของบริษัทฯ ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ISO 14001:2015 และ ISO 50001:2018 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในด้านสังคมและการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทฯ มุ่งเน้นการดูแลสิทธิแรงงาน ความปลอดภัย และจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ ตามมาตรฐานแรงงานไทย (มรท. 8001-2563 หรือ TLS8001-2020) ตลอดจนมาตรฐานการตรวจสอบความรับผิดชอบต่อสังคมระดับสากลอย่าง SMETA (Sedex Members Ethical Trade Audit) สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเติบโตไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
“การเปิดโรงงานให้เยี่ยมชมในครั้งนี้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า กะทิชาวเกาะ ไม่เพียงแต่เป็นผู้นำด้านรสชาติและคุณภาพในตลาดโลกเท่านั้น แต่เรายังเป็นองค์กรที่พร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรม และรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง เพื่อให้คู่ค้าและผู้บริโภคเชื่อมั่นได้ว่า ทุกผลิตภัณฑ์ของชาวเกาะเติบโตมาจากการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน” — นายชวพล เทพผดุงพร ผู้จัดการฝ่ายผลิต โรงงานชาวเกาะ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด
บทสรุปและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกะทิไทย
การขับเคลื่อนธุรกิจของ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ในครั้งนี้ ถือเป็นแบบอย่างที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ท่ามกลางภาวะตลาดส่งออกกะทิโดยรวมที่อยู่ในภาวะทรงตัว การเลือกใช้กลยุทธ์ Brand Trust & Transparency ควบคู่ไปกับนวัตกรรมระดับสูงสามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างแท้จริง
การลงทุนนำเข้าเทคโนโลยีเครื่อง CRDS มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และการวางระบบโรงงานตามมาตรฐาน ESG และ Circular Economy จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ยกระดับความน่าเชื่อถือของสินค้าไทยในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดยุโรปและอเมริกาที่ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อม สิทธิแรงงาน และความโปร่งใสของผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด
ก้าวต่อไปของ “กะทิชาวเกาะ” ในการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดโลกกว่า 50 ปี คือการมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมทั้งขยายผลโมเดลความยั่งยืนให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำจนถึงผู้บริโภคปลายน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าอุตสาหกรรมกะทิสำเร็จรูปของไทยจะยังคงเป็นแกนหลักที่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
#กะทิชาวเกาะ #เทพผดุงพรมะพร้าว #ส่งออกกะทิ #นวัตกรรมเครื่องCRDS #โมเดลESG #CircularEconomy #ความยั่งยืน #ข่าวเศรษฐกิจ #TheReporterAsia

