เฮยหลงเจียง ปฏิวัติเกษตรอัจฉริยะ ดันดัชนีเครื่องจักรพุ่งเฉียด 100%

เฮยหลงเจียง ปฏิวัติเกษตรอัจฉริยะ ดันดัชนีเครื่องจักรพุ่งเฉียด 100%

มณฑลเฮยหลงเจียง โชว์ศักยภาพความมั่นคงทางอาหารยุคใหม่ ด้วยการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเกษตรผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะแบบไร้รอยต่อ ผสานระบบมอนิเตอร์ระดับจักรวาลควบคู่การใช้เครื่องจักรกลที่ครอบคลุมเกือบเต็มพื้นที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ พลิกโฉมการเพาะปลูกฤดูร้อนสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบเพื่อเป้าหมายการการันตีผลผลิตธัญพืชสูงสุดของประเทศ

พลิกโฉมเกษตรกรรมยุคใหม่ ดันประสิทธิภาพการผลิตฤดูร้อนสู่ระดับสูงสุด

อุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศจีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว โดยมีมณฑล เฮยหลงเจียง ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นหัวหอกสำคัญในการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานนี้ ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกฤดูร้อนที่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น ภาพของเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมที่ต้องพึ่งพาแรงงานคนและสภาพอากาศเพียงอย่างเดียวได้รับการแทนที่ด้วยเทคโนโลยีระดับสูงอย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเกษตรกรรมจีนในเวทีโลก

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า ทั่วมณฑล เฮยหลงเจียง ได้มีการระดมใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตรสมัยใหม่หลากหลายประเภทลงสู่ท้องสนามอย่างเต็มกำลัง เทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามามีบทบาทในทุกขั้นตอนของกระบวนการเพาะปลูก ตั้งแต่การเตรียมดิน การหว่านเมล็ด ไปจนถึงการบำรุงรักษา ความก้าวหน้าดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการเวลาและทรัพยากรได้อย่างมีความแม่นยำสูง

เป้าหมายสูงสุดของการผลักดันเครื่องจักรกลทันสมัยเหล่านี้ คือการสร้างความมั่นคงทางอาหารและการันตีการเพิ่มผลผลิตธัญพืชของประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมาย การใช้เทคโนโลยีช่วยลดความสูญเสียในระหว่างกระบวนการเพาะปลูกและเพิ่มอัตราการรอดเติบโตของพืชผลได้อย่างแม่นยำ การปฏิวัติเขียวด้วยระบบอัจฉริยะในเฮยหลงเจียงครั้งนี้ จึงกลายเป็นโมเดลต้นแบบที่สำคัญสำหรับภูมิภาคอื่นๆ ในการปรับปรุงโครงสร้างภาคการเกษตรให้มีความยั่งยืนและพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต

ระบบเฝ้าติดตามอัจฉริยะ “อวกาศ-อากาศ-พื้นดิน” นวัตกรรมควบคุม 24 ชั่วโมง

หนึ่งในไฮไลต์ทางเทคโนโลยีที่โดดเด่นที่สุดของมณฑลเฮยหลงเจียงในปัจจุบัน คือการบูรณาการระบบเฝ้าติดตามเชิงอัจฉริยะแบบ “อวกาศ-อากาศ-พื้นดิน” (space-air-ground) เข้ามาใช้อย่างเป็นระบบ ระบบดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างดาวเทียมนำทางเป่ยโต่ว (BDS) โดรนสำรวจทางอากาศ และเซนเซอร์ตรวจวัดที่ติดตั้งอยู่บนพื้นดินในพื้นที่การเกษตร โครงข่ายอัจฉริยะนี้ทำหน้าที่เสมือนเป็นดวงตาและสมองกลที่คอยเฝ้าระวังพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ได้อย่างไม่มีตกหล่น

เฮยหลงเจียง

ความสามารถของระบบเฝ้าติดตามอัจฉริยะนี้ ช่วยให้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรสามารถติดตามข้อมูลที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชผลได้อย่างละเอียด ระบบสามารถรายงานสภาพความชื้นในดิน ความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุ รวมถึงการประเมินสุขภาพของพืชรายต้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อมูลเชิงลึกมิติต่างๆ เหล่านี้จะถูกส่งตรงไปยังฐานข้อมูลกลางเพื่อประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ ทำให้การตัดสินใจในการบริหารจัดการฟาร์มมีความแม่นยำสูงและทันท่วงที

นอกจากนี้ ระบบ “อวกาศ-อากาศ-พื้นดิน” ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันและเตือนภัยล่วงหน้าเกี่ยวกับการแพร่กระจายของโรคพืชและแมลงศัตรูพืช เมื่อระบบตรวจพบความผิดปกติในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เกษตรกรจะสามารถส่งโดรนการเกษตรเข้าไปฉีดพ่นสารบำรุงหรือจัดการปัญหาได้ตรงจุดเฉพาะพื้นที่ที่มีปัญหา วิธีการควบคุมแบบเฉพาะเจาะจงนี้ช่วยลดการใช้สารเคมีเกินความจำเป็น รักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผลผลิตที่จะส่งออกสู่ตลาด

สถิติความสำเร็จทางเทคโนโลยี ดันเครื่องจักรกลอัจฉริยะทะลุ 6.76 แสนเครื่อง

ความสำเร็จในการยกระดับสู่เกษตรกรรมอัจฉริยะของมณฑลเฮยหลงเจียง สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนผ่านตัวเลขสถิติอย่างเป็นทางการ ปัจจุบัน อัตราการใช้เครื่องจักรกลในการไถพรวน การเพาะปลูก และการเก็บเกี่ยวพืชผลโดยรวมของมณฑลแห่งนี้พุ่งสูงถึงร้อยละ 99.28 ตัวเลขดังกล่าวเกือบจะแตะระดับความครอบคลุมเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมหลักในภาคการเกษตรเกือบทั้งหมดได้รับการขับเคลื่อนด้วยพลังงานกลและเทคโนโลยีขั้นสูงเรียบร้อยแล้ว

เฮยหลงเจียง

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้เกิดขึ้นจากการสะสมและพัฒนาเชิงปริมาณและคุณภาพของเครื่องมือการเกษตรในพื้นที่ รายงานระบุว่าจำนวนสต็อกของเครื่องจักรกลทางการเกษตรอัจฉริยะที่เปิดใช้งานอยู่ในมณฑลเฮยหลงเจียงเวลานี้ มีจำนวนรวมสูงถึง 676,000 ตัวเครื่อง เครื่องจักรเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงรถแทรกเตอร์ทั่วไป แต่เป็นยานยนต์และอุปกรณ์ที่มีการติดตั้งระบบสมองกลและระบบนำทางอัจฉริยะ เพื่อให้สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองหรือกึ่งอัตโนมัติ

จำนวนเครื่องจักรกลที่มหาศาลและการเข้าถึงเทคโนโลยีในอัตราที่สูงเช่นนี้ ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจฐานรากและเสถียรภาพการผลิตของมณฑลอย่างมหาศาล เกษตรกรสามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกและจัดการฟาร์มขนาดใหญ่ได้โดยใช้แรงงานน้อยลง ช่วยเพิ่มรายได้ต่อหัวของประชากรในภาคเกษตรกรรม ในขณะเดียวกันก็ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจของมณฑลเฮยหลงเจียงมีความแข็งแกร่งจากการเป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับสูงของจีนอย่างแท้จริง

#เกษตรกรรมอัจฉริยะ, #เทคโนโลยีการเกษตร, #เครื่องจักรกลการเกษตร, #เศรษฐกิจจีน, #มณฑลเฮยหลงเจียง, #ความมั่นคงทางอาหาร, #ระบบเป่ยโต่ว

ที่มาของข่าว : สำนักข่าวซินหัว