KANORI เขย่าตลาดแฮนด์โรล ทะยานคว้า 116 ล้านบาท ไตรมาสแรก

KANORI เขย่าตลาดแฮนด์โรล ทะยานคว้า 116 ล้านบาท ไตรมาสแรก

จากสมรภูมิร้านอาหารญี่ปุ่นที่แสนดุเดือดและมีอัตราการปิดตัวของรายย่อยอย่างต่อเนื่อง สู่ความสำเร็จอันร้อนแรงของ KANORI Hand roll bar ที่สามารถทำรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทะลุเป้าหมายทั้งในช่องทางหน้าร้านและเดลิเวอรี่ร่วมกับพันธมิตรแกร็บฟู้ด ตอกย้ำการเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของไทยในเซกเมนต์แฮนด์โรลพรีเมียมได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ถอดรหัสสมรภูมิร้านอาหารญี่ปุ่นท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด

ภาพรวมตลาดร้านอาหารในประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นสมรภูมิที่ปราบเซียนและมีความดุเดือดสูงมาก เนื่องจากเป็นธุรกิจประเภทที่มีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดต่ำหรือมีลักษณะแบบ Low Barriers of Entry ส่งผลให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่สามารถเข้ามาเริ่มต้นกิจการได้ง่ายและพร้อมที่จะออกจากตลาดไปได้ทุกเมื่อเช่นกัน แม้ว่ามูลค่าตลาดร้านอาหารในปี 2568 จะสูงถึง 657,000 ล้านบาท แต่อัตราการเติบโตเฉลี่ยในแต่ละปีกลับอยู่ในระดับทรงตัวเพียงแค่ราวร้อยละ 2-3 เท่านั้น ทำให้เม็ดเงินส่วนใหญ่สะพัดอยู่กับผู้เล่นรายใหญ่ที่มีความพร้อมและปรับตัวได้เท่าทันพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่

หากเจาะลึกไปที่ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในเซกเมนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างยาวนาน จะพบว่ามีการแข่งขันที่เข้มข้นจากผู้เล่นหลากหลายกลุ่ม ทั้งแบรนด์ท้องถิ่นในประเทศ แบรนด์ระดับไฮเอนด์ รวมถึงแบรนด์ชื่อดังที่บินลัดฟ้ามาจากต่างประเทศเข้ามาแบ่งแชร์ตลาด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลสถิติจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร กรุงเทพฯ (JETRO Bangkok) เผยให้เห็นทิศทางที่น่าสนใจในปี 2568 ว่า มีร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วประเทศไทยรวม 5,781 แห่ง ซึ่งมีจำนวนลดลงจากปีก่อนหน้าถึง 135 แห่ง หรือคิดเป็นสัดส่วนที่ลดลงร้อยละ 2.2 สะท้อนให้เห็นว่าไม่ใช่ทุกรายที่จะอยู่รอดในตลาดนี้

สำหรับประเภทของร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีการปิดตัวลงอย่างชัดเจนในระลอกที่ผ่านมา ครอบคลุมตั้งแต่ร้านซูชิ ร้านอิซากายะ ร้านสุกี้ชาบู ร้านยากินิกุ ตลอดจนร้านประเภทดงบุริ ร้านข้าวแกงกะหรี่ ไปจนถึงร้านอุด้งและโซบะ ทว่าท่ามกลางการล้มหายตายจากของร้านอาหารเหล่านั้น อาหารญี่ปุ่นประเภท “แฮนด์โรล” (Hand Roll) กลับเป็นน่านน้ำใหม่ที่ยังมีจำนวนคู่แข่งในตลาดค่อนข้างน้อย โดยมักจะแทรกตัวเป็นส่วนหนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) หรือร้านโอมากาเสะ และมีบางส่วนที่แยกตัวออกมาเปิดเป็นร้านแฮนด์โรลบาร์โดยเฉพาะ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคกลุ่มกำลังซื้อสูงอย่างต่อเนื่อง

พลิกวิกฤตสู่ผู้นำแฮนด์โรลบาร์เจ้าแรกที่โตแรงสวนกระแสตลาด

ในกลุ่มผู้เล่นที่แยกออกมาทำร้านแฮนด์โรลโดยเฉพาะนั้น “KANORI Hand roll bar” ถือเป็นแบรนด์แฮนด์โรลเจ้าแรกในประเทศไทย ที่เข้ามาปักหมุดสร้างรากฐานธุรกิจและเปิดดำเนินการมาได้ประมาณ 3 ปีแล้ว พร้อมสร้างปรากฏการณ์ขยายตัวอย่างรวดเร็วจนปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการแล้วถึง 5 แห่งในทำเลศักยภาพสูงใจกลางกรุงเทพมหานคร ประกอบไปด้วย สาขาสุขุมวิท 49 สาขาเอ็มควอเทียร์ สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี สาขาไอคอนสยาม และสาขาสยามพารากอน ซึ่งล้วนจัดเป็นเดสติเนชันชั้นนำที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายระดับพรีเมียม

ความสำเร็จของแบรนด์ได้รับการยืนยันอย่างเป็นรูปธรรมผ่านตัวเลขผลประกอบการที่เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยในปีที่ผ่านมา KANORI Hand roll bar สามารถสร้างรายได้รวมในพอร์ตโฟลิโอไปได้สูงถึงราว 400 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตที่มากกว่าร้อยละ 100 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ถือเป็นแบรนด์ระดับตัวท็อปที่ทำเงินและสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่นที่สุดให้กับบริษัทผู้ดูแล ส่งผลให้แบรนด์มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนงานที่วางไว้

KANORI

ความร้อนแรงของ KANORI ยังคงทะยานต่ออย่างไม่หยุดยั้งในช่วงเริ่มต้นปีนี้ โดยผลการดำเนินงานเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปีสามารถกวาดรายได้ไปแล้วถึง 116 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 132 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและฐานลูกค้าที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ ทางแบรนด์ยังมีแผนการที่จะเปิดตัวสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 1 แห่งในช่วงปลายปีนี้ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในทำเลใหม่ๆ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

นวัตกรรมเดลิเวอรี่และกลยุทธ์รักษาความสดพรีเมียมส่งตรงถึงบ้าน

หัวใจสำคัญที่ผลักดันให้ KANORI Hand roll bar ก้าวขึ้นสู่การเป็นเบอร์หนึ่งของแฮนด์โรลที่ขายดีที่สุดบนแพลตฟอร์มแกร็บฟู้ด (GrabFood) มาจากการผสมผสานระหว่างการรักษามาตรฐานคุณภาพอาหารชั้นเลิศ และการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์สำหรับบริการเดลิเวอรี่โดยเฉพาะ แบรนด์ให้ความสำคัญกับความสดใหม่และรสชาติของวัตถุดิบระดับพรีเมียมในทุกขั้นตอน มีการรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ตามฤดูกาลและเทศกาลต่างๆ ออกมาสร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้บริโภคอยู่เสมอ ทำให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าและดึงดูดลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับการบุกตลาดเดลิเวอรี่ร่วมกับแกร็บฟู้ดถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ โดยในปีที่ผ่านมายอดขายเฉพาะบนแพลตฟอร์มนี้เติบโตจากเดิมที่เคยทำได้ 3.8 ล้านบาท พุ่งทะยานไปมากกว่า 42 ล้านบาท และล่าสุดในปีนี้แม้ว่าจะเดินทางมาเพียงแค่ครึ่งทางเท่านั้น ทว่ายอดขายจากช่องทางออนไลน์กลับพุ่งสูงถึง 43 ล้านบาทไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นสถิติที่เติบโตเฉลี่ยอย่างน่าประทับใจ โดยครอบคลุมทั้งบริการสั่งอาหารไปส่งที่บ้านและบริการจองโต๊ะล่วงหน้าอย่าง GrabFood Dine-out

เบื้องหลังความสำเร็จของยอดขายเดลิเวอรี่ถล่มทลายนี้ เกิดจากการที่แบรนด์ใช้เวลาศึกษาและเก็บข้อมูลนานกว่า 7-8 เดือน เพื่อแก้ไขโจทย์ยากในการรักษาความกรอบของสาหร่ายญี่ปุ่นให้คงสภาพดีเยี่ยมเสมือนนั่งรับประทานอยู่ที่ร้าน โดยทีมบริหารได้เดินทางไปร่วมออกแบบและพัฒนากระบวนการซีลพลาสติกพิเศษกับโรงงานผู้ผลิตโดยตรงที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้สาหร่ายถูกปกป้องความชื้นตั้งแต่ต้นทางโรงงาน เมื่อลูกค้าแกะรับประทานที่บ้านจึงได้สัมผัสความกรอบและสดใหม่ในระดับมาตรฐานสูงสุด

เจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภคและแคมเปญฉลองความสำเร็จร่วมกับพันธมิตร

เมื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมสั่งเมนูแฮนด์โรลพรีเมียมผ่านแกร็บฟู้ด พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า โครงสร้างลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าเก่าที่เคยสัมผัสรสชาติมาแล้วและสั่งซื้อซ้ำคิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 60-70 ขณะที่เป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำความรู้จักและทดลองสั่งซื้อเป็นครั้งแรกคิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 20-30 โดยเมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุดในระบบได้แก่ เซตเมนูแบบ 5 โรล และ 6 โรล รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของร้านอย่าง Salmon Bomb และ Lobster Bomb ที่มียอดสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลด้านพื้นที่และโลเคชันในการจัดส่งระบุว่า โซน “ลาดพร้าว” คือพื้นที่ที่ลูกค้ามีการสั่งซื้อแฮนด์โรลจาก KANORI ไปรับประทานมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากพิกัดดังกล่าวยังไม่มีการเปิดหน้าร้านสาขาอย่างเป็นทางการ ทำให้อานิสงส์ของระบบเดลิเวอรี่เข้ามาช่วยทลายข้อจำกัดทางกายภาพและตอบสนองความต้องการของกลุ่มเรียลดีมานด์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มยอดขายข้ามเขตได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเปิดหน้าร้านในทันที

และเพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีของการร่วมมือกันบนแพลตฟอร์มแกร็บฟู้ด ทาง KANORI จึงได้จัดแคมเปญพิเศษเพื่อแทนคำขอบคุณแก่ผู้บริโภค โดยการนำเมนูยอดนิยม “Triple Shrimp” แฮนด์โรลสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รวมความอร่อยของกุ้งหลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน ซึ่งเดิมทีมีจำหน่ายเฉพาะหน้าร้านสาขาเอ็มควอเทียร์เท่านั้น นำมาเปิดให้สั่งซื้อผ่านช่องทางเดลิเวอรี่เป็นครั้งแรก พร้อมมอบข้อเสนอส่วนลด 100 บาท เมื่อสั่งอาหารครบ 500 บาทขึ้นไป โดยใช้รหัสโค้ด KANORI100 และรับสิทธิ์จัดส่งฟรีผ่านบริการ Saver ในพื้นที่ระยะทางสูงสุด 5 กิโลเมตรเพื่อคืนกำไรให้ลูกค้า

“กว่าจะเริ่มทำเดลิเวอรี่เราใช้เวลาในการหาข้อมูลกว่า 7-8 เดือน เพื่อศึกษาว่า ทำอย่างไรให้ยังคงความกรอบของสาหร่ายได้เหมือนกับมาทานที่ร้าน เราต้องบินไปที่โรงงานญี่ปุ่น ต้องไปออกแบบแพ็กเกจจิ้งร่วมกับผู้ผลิต สาหร่ายเราซีลในพลาสติกมาตั้งแต่โรงงานที่ญี่ปุ่น ดังนั้น การที่ลูกค้าสั่งเดลิเวอรี่จึงเปรียบเสมือนได้สาหร่ายที่ออกมาจากโรงงานเลย สาหร่ายจึงกรอบมากเหมือนมาทานที่ร้าน” — นายปณิธิ กอบกุลสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท ไทยสากล เอสเตท จำกัด

บทวิเคราะห์ผลกระทบและการก้าวต่อไปของผู้นำตลาดแฮนด์โรล

ความสำเร็จและอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วของKANORI Hand roll bar ได้สร้างแรงกระเพื่อมที่น่าสนใจให้กับอุตสาหกรรมร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าแม้ตลาดภาพรวมจะอยู่ในภาวะหดตัวและมีอัตราการปิดตัวของร้านอาหารแนวเดิมๆ สูง แต่ถ้าหากผู้ประกอบการสามารถค้นพบ “น่านน้ำใหม่” หรือ Blue Ocean ที่ตลาดยังมีคู่แข่งน้อยราย พร้อมกับนำเสนอรูปแบบอาหารที่มีความเฉพาะตัวผสานเข้ากับมาตรฐานระดับพรีเมียม ก็จะยังคงสามารถดึงเม็ดเงินจากกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ การแก้โจทย์ข้อจำกัดทางด้านเทคนิคและการขนส่งของทางแบรนด์ ยังเป็นกรณีศึกษาที่ดีให้กับธุรกิจอาหารในยุคปัจจุบัน ว่าการขยายช่องทางจัดส่งแบบเดลิเวอรี่จะไม่เป็นเพียงแค่ทางเลือกเสริมอีกต่อไป แต่สามารถพัฒนาขึ้นมาเป็นช่องทางหลักที่สร้างรายได้มหาศาลหากมีการวางแผนระบบโลจิสติกส์และการถนอมคุณภาพอาหารที่ดีพอ การร่วมมือกับแพลตฟอร์มจัดส่งชั้นนำช่วยสร้างความแข็งแกร่งและลดความเสี่ยงในการลงทุนขยายหน้าร้านแบบดั้งเดิมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ก้าวต่อไปของKANORI ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท ไทยสากล เอสเตท จำกัด คือการมุ่งรักษาเสถียรภาพความเป็นผู้นำตลาดควบคู่ไปกับการเดินหน้าขยายสาขาแห่งใหม่ตามเป้าหมาย รวมถึงการใช้ฐานข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคจากระบบเดลิเวอรี่มาวิเคราะห์เพื่อเฟ้นหาทำเลที่มีศักยภาพสูงในการเปิดหน้าบาร์ในอนาคต สำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มลองแฮนด์โรลระดับพรีเมียม สามารถกดสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่แอปพลิเคชัน GrabFood หรือติดตามความเคลื่อนไหว กิจกรรม และเมนูพิเศษเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ทางการของแบรนด์

#KANORI #KANORIHandRollBar #KANORIOriginalHandRoll #KANORINumber1 #KANORIDelivery

Related Posts