สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เผยเหตุการณ์ระเบียงตึกแถวเก่าพังถล่มย่านพระราม 4 ชี้เป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบของอาคารที่มีอายุการใช้งานเกินกว่า 50 ปีในเขตเมืองชั้นใน พร้อมเปิดบทวิเคราะห์เจาะลึก 5 ปัจจัยเสี่ยงทางวิศวกรรมที่ทำให้โครงสร้างส่วนยื่นรอวันทรุดตัว วอนกรุงเทพมหานครใช้อำนาจตามกฎหมายควบคุมอาคารปูพรมตรวจประเมินและจัดทำฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ถอดรหัสระเบียงถล่มพระราม 4 สัญญาณเตือนภัยเงียบตึกเก่า
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญกรณีโครงสร้างพื้นระเบียงยื่นของตึกแถวบริเวณถนนพระราม 4 พังถล่มลงมาเมื่อไม่นานมานี้ ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แสดงทรรศนะและข้อห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของ อาคารเก่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากในเดือนตุลาคม ปี 2568 ที่ผ่านมา ก็เคยเกิดเหตุการณ์กันสาดตึกแถวเก่าบริเวณปากซอยสำราญราษฎร์ เขตพระนคร ถล่มลงมาแล้วเช่นกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาความไม่ปลอดภัยของอาคารเก่ากลายเป็นภัยเร้นที่ซ่อนตัวสำหรับคนเมืองกรุงฯ อย่างแท้จริง
ในมุมมองของ ศ.ดร.อมร พื้นที่กรุงเทพมหานครโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตตัวเมืองชั้นใน ยังมี อาคารเก่า ลักษณะนี้ตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งบางหลังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานเกินกว่าร้อยปีเลยทีเดียว อาคารเหล่านี้แม้ว่าทางกายภาพภายนอกจะมีความสูงไม่มากนัก แต่กลับซ่อนลักษณะโครงสร้างบางประการที่ไม่แข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ส่วนยื่นของอาคาร” เช่น ระเบียง หรือกันสาด ซึ่งเป็นพื้นปูนที่มีน้ำหนักมากในตัวเองอยู่แล้ว และในหลาย ๆ กรณีผู้พักอาศัยมักใช้เป็นพื้นที่สำหรับวางสิ่งของต่าง ๆ จนกลายเป็นการเพิ่มน้ำหนักและแรงกดทับให้กับโครงสร้างโดยไม่รู้ตัว
ตามหลักวิศวกรรมแล้ว อาคารทุกหลังย่อมมีอายุการใช้งานที่จำกัด โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 50-60 ปีเท่านั้น เนื่องมาจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างย่อมมีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างคอนกรีตและเหล็กเส้น ยิ่งไปกว่านั้น วัสดุก่อสร้างเหล่านี้ในอดีตยังไม่ได้มีเทคโนโลยีในการผลิตที่สามารถทำให้ได้วัสดุที่มีคุณภาพดี มีกำลังสูง และมีความทนทานเท่ากับมาตรฐานปัจจุบัน คอนกรีตในสมัยก่อนมักมีกำลังรับน้ำหนักต่ำ ส่วนเหล็กเสริมในอดีตก็เลือกใช้เป็นเหล็กเส้นกลมผิวเรียบซึ่งมีการยึดเกาะกับโครงสร้างเนื้อปูนได้น้อย เมื่อวัสดุเสื่อมสภาพและต้องสัมผัสกับสภาพแวดล้อม ทั้งแสงแดด ฝน และความชื้น จึงส่งผลให้เหล็กภายในเกิดสนิมและพร้อมที่จะพังถล่มลงมาวันไหนก็ได้
เปิด 5 ปัจจัยเสี่ยงทางวิศวกรรม โครงสร้างส่วนยื่นอันตราย
จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากเหตุการณ์วิบัติต่าง ๆ ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ได้สรุปปัจจัยหลักทางวิศวกรรมที่นำไปสู่ปัญหาการถล่มของโครงสร้างส่วนยื่นไว้ทั้งหมด 5 ข้อหลักด้วยกัน ปัจจัยแรกคือ ตัวโครงสร้างที่มีอายุการใช้งานยาวนานเกินปกติ หรืออายุ 50 ปีขึ้นไป จนวัสดุอย่างคอนกรีตและเหล็กเส้นเกิดการเสื่อมสภาพและกลายเป็นสนิมเมื่อได้รับความชื้น ปัจจัยที่สองคือ ตัวโครงสร้างเองมีลักษณะยื่นซึ่งมีจุดยึดเหนี่ยวรั้งอยู่เพียงด้านเดียว จึงทำให้มีโอกาสร่วงหล่นได้ง่ายกว่าปกติเมื่อเกิดความเสียหาย และปัจจัยที่สามคือ อาคารในอดีตมีจำนวนจุดยึดค่อนข้างน้อย ทั้งจุดยึดเหล่านั้นยังไม่แข็งแรงพอ หรือไม่มีการออกแบบให้มีการยึดรั้งกลับเข้าไปกับโครงสร้างด้านในที่แข็งแรง
“สำหรับกรณีการพังถล่มของส่วนยื่นอาคาร ที่ ถ.พระราม 4 น่าจะเกิดจาก 3 ปัจจัยแรกเป็นหลัก ส่วนปัจจัยเรื่องการต่อเติมยังไม่สามารถยืนยันได้ในขณะนี้” — ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย

นอกจากปัจจัยทางกายภาพและโครงสร้างของตัวตึกแล้ว ศ.ดร.อมร ยังได้ระบุถึงปัจจัยภายนอกที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้งานอีก 2 ประการ คือ ปัจจัยที่สี่ จากการที่มีการนำสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไปจัดวางอยู่บนโครงสร้างส่วนยื่นนั้น ๆ และปัจจัยสุดท้ายคือ อาจจะมีการต่อเติมส่วนยื่นของอาคารเพิ่มเติมในภายหลัง ซึ่งปัจจัยทั้ง 5 ข้อนี้ ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติภัย โดยในแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง หรือเป็นผลมาจากหลายปัจจัยร่วมกันทำลายความแข็งแรงของอาคาร สำหรับกรณีพื้นที่ถนนพระราม 4 นั้น ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นพุ่งเป้าไปที่ 3 ปัจจัยแรกเป็นสำคัญ
3 ข้อเสนอแนะถึง กทม. จัดยาแรงแก้วิกฤตอย่างเป็นระบบ
เนื่องจากปัญหา อาคารเก่า เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างร้ายแรงและมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุของอาคารที่เพิ่มขึ้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ จึงได้ยื่นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปยังกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้เร่งจัดทำแผนรองรับและป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้อย่างเป็นระบบ โดยอาศัยฐานอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ซึ่งกำหนดให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นอย่าง กทม. มีอำนาจเต็มตามกฎกระทรวงปี 2563 ในการออกคำสั่งเพื่อแก้ไขอาคารที่มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน
สำหรับแนวทางการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาอาคารเก่าอย่างเป็นระบบที่ ศ.ดร.อมร เสนอแนะ มี 3 มาตรการสำคัญ มาตรการแรกคือ กทม. ควรเร่งดำเนินการสำรวจอาคารเก่าทั้งหมดในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกลุ่มอาคารที่มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป และอาคารที่มีลักษณะโครงสร้างยื่น เช่น พื้น และระเบียง เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาจัดทำเป็นฐานข้อมูลอาคารเก่าสำหรับใช้ในการเฝ้าระวัง มาตรการที่สองคือ การจัดระบบตรวจประเมินสภาพความแข็งแรงของอาคารอย่างเป็นรูปธรรม โดยมอบหมายให้นายช่างโยธา นายตรวจ หรือผู้ตรวจสอบอาคารตามกฎหมายตรวจสอบอาคาร พร้อมทั้งขอความร่วมมือไปยังองค์กรวิชาชีพเพื่อส่งวิศวกรอาสาเข้าร่วมตรวจสอบสภาพทางโครงสร้างอาคารและรายงานผลให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ
มาตรการสุดท้ายซึ่งถือเป็นขั้นเด็ดขาดคือ หากในกระบวนการตรวจสอบพบอาคารที่มีสภาพโครงสร้างไม่มั่นคงแข็งแรงและเสี่ยงต่อการวิบัติ เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะต้องดำเนินการออกคำสั่งให้เจ้าของอาคารปรับปรุงแก้ไขอาคารหลังดังกล่าวทันที ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะทั้งหมดจากสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย มุ่งหวังให้เกิดการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อแปรเปลี่ยนกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน และป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียจากเหตุการณ์ตึกถล่มซ้ำรอยขึ้นอีกในอนาคต
#อาคารเก่าถล่ม #อมรพิมานมาศ #วิศวกรโครงสร้าง #ตึกแถวพระราม4 #ระเบียงถล่ม #กฎหมายควบคุมอาคาร #TheReporterAsia

