OMRON เปิดตัวเครื่องวัดความดันอัจฉริยะ รุกตลาด มุ่งลดสโตรกเป็น 0

OMRON เปิดตัวเครื่องวัดความดันอัจฉริยะ รุกตลาด มุ่งลดสโตรกเป็น 0

OMRON Healthcare ประเทศไทย ประกาศขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สุขภาพครั้งใหญ่ เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องวัดความดันโลหิตอัจฉริยะพร้อมกันถึง 3 ซีรีส์ใหม่ ชูเทคโนโลยีคัดกรองภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วเชิงรุกในปุ่มเดียว หวังทลายสถิติฆาตกรเงียบที่คุกคามประชากรไทย

นวัตกรรมการแพทย์เชิงรุกพลิกโฉมการดูแลสุขภาพที่บ้าน

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมครั้งสำคัญของ บริษัท ออมรอน เฮลธแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ OMRON Healthcare ผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์การแพทย์สำหรับการตรวจวัดและดูแลสุขภาพเบื้องต้นที่บ้านจากประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ในประเทศไทย ออมรอนได้ยกระดับการดูแลสุขภาพหัวใจส่วนบุคคล ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องวัดความดันโลหิตอัจฉริยะ 3 ซีรีส์ใหม่ ได้แก่ EZ Series, IQ Series และรุ่นเรือธง HEM-7383T1

ความโดดเด่นของนวัตกรรมชุดนี้คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของเครื่องวัดความดันทั่วไป ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ที่สามารถคัดกรอง “ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว” หรือ AFib ได้ในการตรวจเพียงครั้งเดียว ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดในการลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการจากโรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke ของประชากรไทยอย่างยั่งยืน

การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการตั้งรับไปสู่การคัดกรองเชิงรุกที่บ้าน ถือเป็นหัวใจหลักของกลยุทธ์ทางธุรกิจในครั้งนี้ โดยออมรอนได้พัฒนาเทคโนโลยี Intellisense AFib ซึ่งใช้อัลกอริทึมขั้นสูงของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาวิเคราะห์คลื่นแรงดันที่เกิดจากการบีบตัวของหัวใจ หรือ Pressure Pulse Waves เพื่อตรวจหารูปแบบความผิดปกติที่สัมพันธ์กับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ นวัตกรรมนี้ช่วยให้การคัดกรองปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดสมองเป็นเรื่องที่ง่ายและเข้าถึงได้จริงสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยผู้ใช้สามารถคัดกรองความเสี่ยงได้จากการวัดความดันโลหิตตามปกติเพียงเครื่องเดียว ทำให้ไม่จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ ECG ที่มีความซับซ้อนและต้องเดินทางไปทำในสถานพยาบาลเท่านั้น

นายยูซุเกะ กาโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออมรอน เฮลธแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ที่ฝังอยู่ในนวัตกรรมนี้ว่า “ภายใต้วิสัยทัศน์องค์กร ‘Going for ZERO’ ที่มุ่งลดอุบัติการณ์รุนแรงจากโรคหัวใจและหลอดเลือดในประเทศไทยให้เหลือศูนย์ การปล่อยให้โรคดำเนินไปจนแสดงอาการอาจสายเกินแก้ ออมรอนจึงพัฒนาเทคโนโลยีให้การตรวจวัดความดันที่บ้านไม่ใช่แค่การดูตัวเลข แต่เป็นกุญแจสำคัญในการรักษาชีวิต โดยผสานการตรวจวัดความดันควบคู่กับการคัดกรองภาวะ AFib ได้พร้อมกันในการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว ช่วยให้ผู้ใช้รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนพัฒนาไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง” คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำเอาเทคโนโลยีระดับสูงมาเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ให้หันมาเฝ้าระวังสุขภาพเชิงป้องกันอย่างเป็นระบบ

เจาะลึก 3 ซีรีส์อัจฉริยะตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่าง

ในการบุกตลาดครั้งนี้ ออมรอนได้จำแนกกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกเป็น 3 ซีรีส์หลัก เพื่อตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมการใช้งานที่หลากหลายของแต่ละครอบครัว เริ่มต้นจาก EZ Series ซึ่งเป็นรุ่นที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ใช้งานเริ่มต้นที่ต้องการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง ผลิตภัณฑ์ในซีรีส์นี้มอบความแม่นยำที่เชื่อถือได้ โดยในบางรุ่นมาพร้อมกับผ้าพันแขนที่รองรับรอบต้นแขนได้กว้างตั้งแต่ 22 ถึง 42 เซนติเมตร มีการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้สวมใส่ได้อย่างสบายแม้ผู้ใช้จะมีต้นแขนขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีประหยัดพลังงานขั้นสูง ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่จับต้องได้ง่ายประมาณ 1,500 บาท

สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุและครอบครัวที่ต้องการความอุ่นใจที่เหนือกว่า ออมรอนได้ส่ง IQ Series เข้าสู่ตลาดเพื่อตอบโจทย์การติดตามสุขภาพขั้นสูง ผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี Intellisense AFib และหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังติดตั้งเทคโนโลยีผ้าพันแขน IntelliWrap ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของออมรอน ช่วยให้สามารถวัดค่าได้อย่างแม่นยำรอบต้นแขนแบบ 360 องศา ลดความคลาดเคลื่อนที่มักจะเกิดขึ้นจากการสวมผ้าพันแขนไม่ถูกตำแหน่งของผู้สูงอายุ โดยราคาของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม IQ Series นี้จะอยู่ในระดับประมาณ 3,000 บาทต้นๆ ซึ่งนับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับระดับความปลอดภัยทางการแพทย์ที่ได้รับเพิ่มขึ้น

ในส่วนของรุ่นเรือธงอย่าง HEM-7383T1 ออมรอนได้ยกระดับการจัดการความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองด้วยระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะผ่าน Bluetooth ซึ่งประสานความแม่นยำระดับคลินิกเข้ากับเทคโนโลยี Intellisense AFib และผ้าพันแขน IntelliWrap Cuff ไว้อย่างลงตัว ผู้ใช้งานสามารถซิงก์ผลการวัดเข้ากับสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชัน OMRON Connect ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทำให้สามารถติดตามแนวโน้มสุขภาพในระยะยาวและส่งต่อข้อมูลดิบทางการแพทย์ให้แก่แพทย์ผู้ดูแลได้อย่างทันท่วงที รุ่นเรือธงนี้วางราคาจำหน่ายไว้ที่ประมาณ 3,000 บาทปลายๆ ซึ่งนางสาวปฐมา บุญรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ได้ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นยังมาพร้อมกับการรับประกันมาตรฐาน 3 ปี และสามารถรับสิทธิ์คุ้มครองเพิ่มขึ้นเป็น 5 หรือ 6 ปีเมื่อลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ

วิกฤตฆาตกรเงียบและมุมมองทางการแพทย์ในการสกัดโรค

สถานการณ์ด้านสาธารณสุขของประเทศไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลสถิติขององค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย หรือ WHO Thailand พบว่าประชากรวัยผู้ใหญ่ของไทยมากถึง 1 ใน 4 คน มีภาวะความดันโลหิตสูง และที่น่ากังวลใจเป็นอย่างยิ่งคือมีเพียงประมาณ 30% เท่านั้นที่สามารถควบคุมภาวะดังกล่าวให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยได้ ในขณะที่ประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยทั้งหมดไม่เคยทราบมาก่อนว่าตนเองมีความดันโลหิตสูง เนื่องจากโรคนี้มักจะไม่แสดงอาการเตือนใดๆ ออกมาเลย จนกระทั่งได้รับฉายาในทางการแพทย์ว่าเป็น “ฆาตกรเงียบ”

OMRON

ความเสี่ยงนี้จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อภาวะความดันโลหิตสูงเกิดขึ้นร่วมกับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือ AFib ซึ่งเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบได้บ่อยที่สุดและส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นสูงถึง 5 เท่า หลักฐานทางการแพทย์ในไทยชี้ชัดว่าอัตราผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นพลิ้วนี้จะพุ่งสูงขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้นของประชากร ส่งผลให้โรคหลอดเลือดสมองกลายมาเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเสียชีวิตและความพิการในประเทศไทย โดยสถิติระบุว่า 58% ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมดมีสาเหตุโดยตรงมาจากภาวะความดันโลหิตสูงที่ปล่อยปละละเลยและไม่ได้รับการควบคุมอย่างถูกต้อง

ทางด้าน ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้ความเห็นเชิงลึกอันเป็นประโยชน์ต่อบทความนี้ว่า “โรคหลอดเลือดสมองยังคงเป็นสาเหตุสำคัญอันดับต้นๆ ของความพิการและการเสียชีวิต แต่ปัจจัยเสี่ยงหลักหลายอย่างที่สามารถระบุได้ก่อนที่จะเกิดโรคมักเกิดขึ้นร่วมกันนั่นคือ โรคความดันโลหิตสูงและภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดสั่นพลิ้ว ความท้าทายครั้งใหญ่คือผู้ป่วยมักไม่แสดงอาการ หรือมีอาการเป็นๆ หายๆ ส่งผลให้หลายคนไม่ทราบจนกระทั่งสายเกินไป การเพิ่มศักยภาพให้สามารถคัดกรองความเสี่ยงภาวะ AFib ควบคู่ไปกับการวัดความดันโลหิตตามปกติจึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้เร็วขึ้น แม้เทคโนโลยีนี้จะไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยโดยแพทย์ได้โดยตรง แต่ก็เป็นเครื่องมือสำคัญในการคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงเพื่อส่งต่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเชิงลึกต่อไป”

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์และการแข่งขันในไทย

การรุกตลาดของ OMRON ในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงอย่างมากในตลาดอุปกรณ์การแพทย์และเครื่องมอนิเตอร์สุขภาพภายในบ้านของประเทศไทย ในปัจจุบันมีผู้ผลิตและแบรนด์สินค้าหลั่งไหลเข้ามาทำตลาดในไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีระดับราคาที่แตกต่างกันตั้งแต่สินค้าราคาประหยัดไปจนถึงสินค้าระดับพรีเมียม ความท้าทายสำคัญของตลาดในประเทศไทยคือการมีผลิตภัณฑ์บางส่วนที่เข้ามาในเวอร์ชันที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานด้านคุณภาพและการตรวจสอบทางการแพทย์ที่เข้มงวดเพียงพอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความแม่นยำในการวัดค่าและเป็นอันตรายต่อการประเมินสุขภาพของผู้บริโภค

อย่างไรก็ดี ออมรอนยังคงยืนหยัดในการดำเนินธุรกิจโดยไม่ยอมลดทอนคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อลงไปแข่งขันในสงครามราคา พันธสัญญาหลักของแบรนด์ในตลาดประเทศไทยคือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูงสุดทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลสุขภาพที่แม่นยำและเชื่อถือได้มากที่สุด การวางยุทธศาสตร์ราคาที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับสูงทำให้แบรนด์สามารถขยายฐานลูกค้าและสร้างจุดแข็งในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจและความปลอดภัยในชีวิตของผู้ใช้งาน

นอกจากนี้ การเปลี่ยนเครื่องวัดความดันโลหิตให้กลายเป็นแพลตฟอร์มการคัดกรองโรคอัจฉริยะด้วยการใส่ระบบ AI เข้าไปวิเคราะห์ข้อมูล ยังส่งผลกระทบเชิงบวกต่อระบบสาธารณสุขโดยรวมของประเทศ การที่ประชาชนสามารถคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นได้เองจากที่บ้านจะช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล ลดความแออัดในการเข้ารับการตรวจวินิจฉัย และช่วยให้ระบบการส่งต่อผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากขึ้น การขับเคลื่อนนวัตกรรมในลักษณะนี้จึงเป็นการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพและมีการดูแลสุขภาวะเชิงรุกอย่างแท้จริง

ก้าวต่อไปของออมรอนและกลยุทธ์สร้างความยั่งยืน

เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมไทยในวงกว้างและสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ออมรอนได้ควบคู่การเปิดตัวนวัตกรรมไปกับการสร้างแคมเปญ Brand Emotional ผ่านภาพยนตร์แบรนด์เรื่องใหม่ในชื่อ “A Caring Hug” หรืออ้อมกอดแห่งความห่วงใย แคมเปญนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวและน่ากังวล ให้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงออกถึงความรักและความปรารถนาดีภายในครอบครัว โดยใช้อ้อมกอดที่อบอุ่นมาเปรียบเทียบกับความแม่นยำและความนุ่มนวลของเทคโนโลยีผ้าพันแขน IntelliWrap ของออมรอน ซึ่งช่วยสร้างความอุ่นใจและยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ดูแลและผู้สูงอายุที่รัก

นางสาวปฐมา บุญรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ได้กล่าวเน้นย้ำถึงเป้าหมายในอนาคตของบริษัททิ้งท้ายไว้ว่า “ออมรอน เฮลธแคร์ มุ่งมั่นที่จะผลักดันให้เกิดการคัดกรองสุขภาวะหัวใจและหลอดเลือดในระดับครัวเรือน เพื่อลดสถิติการสูญเสียของประชากรไทย สู่เป้าหมายผลักดันให้เกิดการคัดกรองสุขภาวะหัวใจและหลอดเลือดในระดับครัวเรือนไทยอย่างยั่งยืน” การเดินหน้าเชิงกลยุทธ์นี้แสดงให้เห็นว่าออมรอนไม่ได้มองตนเองเป็นเพียงผู้จำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์เท่านั้น แต่ต้องการเป็นพันธมิตรระยะยาวในการวางรากฐานระบบการป้องกันโรคในระดับปฐมภูมิของประเทศไทย

ในก้าวต่อไป ออมรอนจะยังคงขยายการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก ไลน์ และยูทูบ เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงและภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความมุ่งมั่นในการส่งเสริมให้ผู้คนหันมาดูแลจัดการสุขภาพของตนเองที่บ้านผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยนำพาประเทศไทยไปสู่วิสัยทัศน์ “Going for ZERO” เพื่อลดอัตราการสูญเสียจากมฤตยูเงียบให้เหลือศูนย์ได้อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

#ออมรอน #เครื่องวัดความดันอัจฉริยะ #ป้องกันสโตรก #GoingforZERO #ACaringHug #เทคโนโลยีการแพทย์ #สุขภาพเชิงรุก

Related Posts