ท่ามกลางกระแสการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวไทยที่เม็ดเงินสะพัดกว่า 6.5 แสนล้านบาท แบรนด์ของฝากพรีเมียมสัญชาติไทยอย่าง ‘The Goldgreen’ ในวัยย่างก้าวสู่ปีที่ 10 ได้ประกาศกลยุทธ์เชิงรุกครั้งสำคัญด้วยการดึงนักแสดงสาวสุดฮอต ‘หลิงหลิง คอง’ ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์คนแรก หวังใช้เป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมรสชาติไทยแท้สู่ใจกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม Experience Seeker ที่ออกเดินทางเพื่อเสาะแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่ พร้อมปักหมุดหมายทรานส์ฟอร์มแบรนด์จากท้องถิ่นสู่เวทีระดับนานาชาติอย่างเต็มภาคภูมิ
ภาพรวมสถิติท่องเที่ยวไทยหนุนตลาดของฝากโตกระโดด
ตัวเลขสถิติล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเหนียวแน่น โดยภายในระยะเวลาเพียง 5 เดือนแรกของปี มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศทะลุ 13 ล้านคน และสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปแล้วมากกว่า 650,000 ล้านบาท สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามามากที่สุดเป็นอันดับ 1 ยังคงเป็นประเทศจีน ด้วยจำนวน 2.2 ล้านคน ตามมาด้วยมาเลเซีย 1.5 ล้านคน อินเดีย 1 ล้านคน รัสเซียกว่า 9.2 แสนคน และเกาหลีใต้กว่า 5.2 แสนคนตามลำดับ
การเติบโตของภาคการท่องเที่ยวในมิตินี้ส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อธุรกิจเกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะตลาดของฝากพรีเมียมสัญชาติไทย ซึ่งแบรนด์ ‘The Goldgreen’ ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เดอะ โกลด์กรีน จำกัด สามารถจับทิศทางตลาดและสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยการนำขนมไทยและผลไม้ไทยท้องถิ่นเกรดพรีเมียมมาผ่านกระบวนการแปรรูปและยืดอายุการจัดเก็บ ทว่ายังคงรักษาคุณค่าทางโภชนาการรวมถึงรสชาติดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก
“ประเทศไทยมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวและมีประสบการณ์ตรงที่ว่า มีเพื่อนต่างชาติมาเที่ยวไทยและต้องซื้อของฝากเป็นประจำ จึงมองเห็นว่าสินค้าของฝากจากไทยโดยเฉพาะผลไม้ไทยมีศักยภาพมาก เป็นที่รู้จักและชื่นชอบของคนทั่วโลกอยู่แล้ว The Goldgreen จึงคัดสรรผลไม้ท้องถิ่นเกรดพรีเมียม ผนวกรวมกับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการแปรรูปสินค้าเกษตร ทำให้เกิดโปรดักต์ที่ทันสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์รสชาติความเป็นไทย เพื่อให้กลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวที่ซื้อไปบริโภคเองหรือนำไปเป็นของฝากก็ต้องรู้สึกได้ถึงรสชาติของความเป็นไทยแท้ๆ ทานแล้วอร่อยเหมือนได้มาเยือนประเทศไทยด้วยตัวเอง” — นายอรรถพชร์ เธียรวุฒินันท์ > ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ โกลด์กรีน จำกัด
แบรนด์ ‘The Goldgreen’ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2559 จากวิสัยทัศน์ที่มองเห็นศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของผลไม้ไทย โดยตระหนักดีว่าผลไม้ท้องถิ่นของไทยเป็นสิ่งที่เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติและเป็นสินค้าที่ต้องซื้อกลับไปเป็นของฝากเป็นประจำ ทางแบรนด์จึงได้รวบรวมเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผสานรวมกับการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศเพื่อยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้มีความทันสมัย จนสามารถรักษามาตรฐานด้านคุณภาพและรสชาติที่สม่ำเสมอ จนได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลทั้ง GMP และเครื่องหมายจากองค์การอาหารและยา (อ.ย.) รวมถึงข้อมูลโภชนาการจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ

เจาะอินไซท์กลุ่ม ‘Experience Seeker’ ดันยอดขายสู่ New High
ในแง่ของผลการดำเนินงาน แม้ว่า ‘The Goldgreen’ จะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายจากวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 หลังจากก่อตั้งแบรนด์ได้เพียงไม่กี่ปี แต่หลังจากที่สถานการณ์คลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติในปี 2566 แบรนด์สามารถขับเคลื่อนยอดขายจนทุบสถิติ ‘New High’ ได้อย่างต่อเนื่อง แม้กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักจะชะลอตัวลงไปบ้าง แต่โครงสร้างลูกค้าของแบรนด์ในปัจจุบันมีความหลากหลายและกระจายความเสี่ยงได้ดี โดยแบ่งเป็นสัดส่วนชาวต่างชาติสูงถึง 90% และคนไทย 10% ซึ่งในกลุ่มต่างชาตินั้นครอบคลุมทั้งญี่ปุ่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง รวมถึงประเทศในภูมิภาคอาเซียนอย่างเวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยในปีนี้แบรนด์ตั้งเป้ารายได้ทะยานทะลุ 300 ล้านบาท
“ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหลักของ The Goldgreen คือนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวฝั่งเอเชียและจีนที่มีไลฟ์สไตล์การเดินทางแบบ Experience Seeker ไม่ได้แค่มาเที่ยว แต่มาเพื่อสัมผัสวัฒนธรรม รสชาติ และความเป็นไทยอย่างแท้จริง การซื้อของฝากและของที่ระลึกคือส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทางที่ขาดไม่ได้ ขณะเดียวกัน The Goldgreen ก็มีกลุ่มลูกค้าคนไทยที่ใส่ใจเรื่องคุณภาพของอาหาร มองหาสินค้าพรีเมียมที่ทำจากวัตถุดิบไทยแท้ รสชาติอร่อย และให้ความสำคัญกับคุณภาพและการจัดเก็บ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามในฐานะสินค้าที่มอบเป็นของขวัญหรือของฝากได้” — นายอรรถพชร์ เธียรวุฒินันท์
กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตได้อย่างมั่นคงคือการมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีพฤติกรรมแบบ ‘Experience Seeker’ หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อมาสัมผัสกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต และรสชาติความเป็นไทยแท้ๆ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่ได้มองการซื้อของฝากเป็นเพียงแค่หน้าที่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสะสมประสบการณ์ในการเดินทางที่ขาดไม่ได้ การออกแบบผลิตภัณฑ์ของแบรนด์จึงตอบโจทย์ทั้งในแง่ของรสชาติและรูปลักษณ์ ขณะเดียวกันในฝั่งของตลาดคนไทย แบรนด์ยังสามารถขยายฐานไปสู่กลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ มองหาขนมพรีเมียมที่มีบรรจุภัณฑ์สวยงามเพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่างๆ
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ The Goldgreenถูกแบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่หลักอย่างชัดเจน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ประกอบไปด้วย กลุ่มผลไม้แปรรูป ซึ่งถือเป็นสินค้าชูโรง เช่น มะม่วงอบแห้ง ทุเรียนอบกรอบ มังคุดอบกรอบ และผลิตภัณฑ์น้องใหม่อย่างสตรอว์เบอร์รีอบกรอบ ตามมาด้วย กลุ่มขนม ที่มีสินค้าอย่างทองม้วน เจลลี่ผลไม้ และช็อกโกแลตคลุกเกล็ดทองม้วน และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มข้าวแปรรูป เช่น ข้าวแต๋นมินิขนาดพอดีคำ ซึ่งทุกผลิตภัณฑ์ล้วนเน้นย้ำจุดแข็งเรื่องความสะอาด ปลอดภัย และรสชาติไทยแท้

กลยุทธ์การทูตวัฒนธรรมผ่านพรีเซนเตอร์และก้าวต่อไปในระดับโลก
การก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ของ The Goldgreenนับเป็นจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในด้านการสื่อสารการตลาด แบรนด์ได้ตัดสินใจเปิดตัว ‘หลิงหลิง คอง’ นักแสดงสาวชื่อดังมารับตำแหน่งพรีเซนเตอร์กลุ่มผลไม้อบแห้งเป็นคนแรกอย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการสื่อสารภาพลักษณ์ความพรีเมียมของผลไม้และขนมสัญชาติไทย การเลือกพรีเซนเตอร์ในครั้งนี้ไม่ได้พิจารณาจากกระแสนิยมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากตัวตนของหลิงหลิงที่มีความชื่นชอบในผลไม้ไทยอย่างทุเรียนเป็นทุนเดิม และยังเป็นผู้บริโภคตัวจริงที่เลือกรับประทานผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เป็นประจำ ทำให้การร่วมงานกันในครั้งนี้สะท้อนถึงความจริงใจและสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“ในระยะถัดไป The Goldgreen จะมุ่งเน้นการเข้าถึงผู้บริโภคทั้งไทยและต่างประเทศ ทั้งการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในประเทศไทยให้ครอบคลุม การส่งออกและจำหน่ายในต่างประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้สัมผัสรสชาติและคุณภาพของผลไม้ไทยพรีเมียม การเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนแรกครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในทิศทางดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ The Goldgreenในการยกระดับแบรนด์สู่เวทีที่ใหญ่ขึ้น ควบคู่กับมาตรฐานคุณภาพที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์มาตลอด” — นายอรรถพชร์ เธียรวุฒินันท์
นอกจากภาพลักษณ์ที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีแล้ว ‘หลิงหลิง คอง’ ยังมีฐานแฟนคลับและผู้ติดตามที่กว้างขวางและหลากหลายในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ การเข้ามาของเธอจะช่วยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงและสร้างการรับรู้ ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ ทางแบรนด์ยังได้ทำการปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ ใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปทั้งหมดให้มีความทันสมัยและดึงดูดสายตามากยิ่งขึ้น โดยเตรียมที่จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในตลาดยุคใหม่ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในระยะถัดไป แบรนด์มุ่งมั่นที่จะขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมและเข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของช่องทางโมเดิร์นเทรดและซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในประเทศไทย อาทิ Big C, Lotus, Tops foodhall, Gourmet market, Makro และ Dear Tummy รวมถึงการรุกตลาดอีคอมเมิร์ซผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee และ Lazada นอกเหนือจากการจำหน่ายในประเทศแล้ว The Goldgreenยังเตรียมพร้อมยกระดับศักยภาพการส่งออกเพื่อนำผลิตภัณฑ์ผลไม้ไทยพรีเมียมไปวางรากฐานและจัดจำหน่ายในต่างประเทศอย่างเต็มตัว เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นแบรนด์ของฝากอันดับ 1 ในใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างยั่งยืน
#TheGoldgreen #หลิงหลิงคอง #หลิงหลิง #ของฝากไทย #ผลไม้อบแห้งพรีเมียม #ExperienceSeeker #การท่องเที่ยวไทย #ข่าวธุรกิจ #ของฝากอันดับ1

