Tenable ดัน AI Exposure Management รับมือไซเบอร์ยุคใหม่

Tenable ดัน AI Exposure Management รับมือไซเบอร์ยุคใหม่

Tenable ชี้ภัยคุกคามไซเบอร์ยุค AI และควันตัมทวีความรุนแรง ชูโซลูชัน AI Exposure Management ป้องกันก่อนเกิดเหตุ พร้อมส่ง Hexa และ AI Exposure ช่วยองค์กรไทยรับมือภัยคุกคามล้ำสมัย

Tenable เผยภัยไซเบอร์ยุค AI โตเร็ว ชูExposure Management รับมือ

นายเจสัน เมอร์ริค รองประธานอาวุโส ฝ่ายบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท Tenable เปิดเผยว่า ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์มีการเปลี่ยนแปลงและมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งทำให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีสามารถใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ในการจำลองสถานการณ์การโจมตี สแกนหาจุดอ่อน และเจาะระบบได้อย่างรวดเร็วในระดับอัตโนมัติ องค์กรต่างๆ จึงต้องปรับเปลี่ยนแนวทางจากการบริหารจัดการช่องโหว่แบบเดิม (Vulnerability Management) ที่เน้นเพียงการค้นหาหมายเลข CDE ไปสู่การบริหารจัดการความเสี่ยงแบบครอบคลุมหรือ Exposure Management

“บทบาทของผู้บริหารด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ต้องรับมือกับความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งระบบคลาวด์ อุปกรณ์ IoT เทคโนโลยีการผลิต OT รวมไปถึงระบบ AI การปรับเปลี่ยนไปสู่ Exposure Management จึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดและลดความเสี่ยงก่อนที่การเจาะระบบจะเกิดขึ้น” นายเจสัน กล่าว

เปิดตัว Hexa และ AI Exposure เสริมเกราะป้องกันระดับ Machine Speed

เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้นด้วยความเร็วสูง Tenableได้เปิดตัว “Hexa” ซึ่งเป็น Agentic Harness บนแพลตฟอร์มTenable One โดย Hexa นำความสามารถของ Large Language Models จากหลากหลายค่าย อาทิ AWS Bedrock, Anthropic (Haiku, Sonnet, Opus) และ Open AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมาก บริหารจัดการกระบวนการทำงาน (Workflow) และแก้ไขปัญหาความเสี่ยงอัตโนมัติ เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินงานได้ด้วยความเร็วระดับ Machine Speed โดยยังคงให้มีมนุษย์ร่วมตัดสินใจในขั้นตอนสำคัญ (Human in the loop)

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้แนะนำความสามารถใหม่ “AI Exposure” เพื่อช่วยองค์กรตรวจสอบการใช้งาน AI ภายในระบบ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ AI Aware สำหรับตรวจหา Shadow AI หรือ AI แอบแฝงที่ไม่ได้รับอนุญาต , การปกป้องโมเดล LLM ที่องค์กรพัฒนาขึ้นเองจากการถูกวางยาข้อมูล (Data Poisoning) , และการดูแลการใช้งานของพนักงานผ่านการเชื่อมต่อกับระบบอย่าง Copilot, Gemini, Claude และ ChatGPT Enterprise เพื่อควบคุมสิทธิ์ของ AI Agent และป้องกันการโจมตีผ่านคำสั่ง (Prompt-based attacks)

“สิ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้บริหารบ่อยครั้ง คือพนักงานนอกฝ่าย IT เช่น ทีมการเงิน แอบสร้าง AI Agent ขึ้นมาใช้งานจนสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญและอาจเปิดให้ภายนอกเข้าถึงได้โดยไม่รู้ตัว AI Exposure จะเข้ามาช่วยเพิ่ม Visibility ให้องค์กรเห็นการทำงานและควบคุม Agent เหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ” นายเจสัน กล่าวเสริม

หนุนนโยบาย Cloud First และร่วมมือพาร์ทเนอร์ในไทย

สำหรับตลาดประเทศไทย Tenableให้ความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากภาครัฐมีนโยบายผลักดัน Cloud First และการลงทุนพัฒนาบุคลากรด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตี (Attack Surface) ใหม่ที่ต้องได้รับการดูแลแบบรอบด้าน โดยบริษัทได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในไทยให้บริการโปรแกรม 90 วัน เพื่อช่วยองค์กรในกลุ่มบริการทางการเงิน สุขภาพ และภาคการผลิต ในการวางรากฐาน Exposure Management

นอกจากนี้ Tenableยังได้ร่วมมือกับ Open AI ในโครงการ Trusted Access for Cyber (TAG) ทำให้สามารถเข้าถึง Frontier Model อย่าง GPT-5.5 Cyber รวมถึงการเข้าร่วม Project Glasswing ในการใช้ AI สแกนหาช่องโหว่ในระบบ Open Source ต่างๆ เพื่อแก้ไขก่อนที่ผู้โจมตีจะนำไปใช้ รวมถึงเตรียมเปิดตัว Agent Exchange (exchange.tenable.com) เพื่อเปิดให้ชุมชนนักพัฒนา ลูกค้า และพาร์ทเนอร์ เข้ามาแลกเปลี่ยนและแบ่งปัน AI Agent ในการเพิ่มความปลอดภัยร่วมกัน

#Tenable #SEO #Cybersecurity #AI #ExposureManagement #TenableOne #Hexa #CloudSecurity

Related Posts