การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อความเสี่ยงด้านข้อมูลและภัยไซเบอร์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องขององค์กรยักษ์ใหญ่อีกต่อไป ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างภาครัฐ สถาบันการเงิน และภาคเอกชน จึงกลายเป็นกุญแจหลักในการเปลี่ยนข้อกำหนดกฎหมายให้กลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันที่จับต้องได้อย่างแท้จริง
จุดเริ่มต้นยกระดับความเชื่อมั่นธุรกิจดิจิทัลไทย
การขยายตัวอย่างรวดเร็วของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และธุรกิจสตาร์ทอัปต้องปรับตัวรับมือกับความท้าทายใหม่ โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลและภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรง Avery Digital จึงได้เปิดตัวโครงการ “SMART SME: PRIVACY & TRUST CONNECT 2026” ขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อมุ่งส่งเสริมให้ภาคธุรกิจสามารถนำหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
โครงการดังกล่าวได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPC มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ แนวทางปฏิบัติ และกลไกเชิงนโยบายอย่างใกล้ชิด การรวมพลังในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นความสำคัญของการจัดการข้อมูลอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งปิดช่องโหว่ทางเทคโนโลยีที่อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจในระยะยาว
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งสร้างรากฐานความเชื่อมั่นระหว่างผู้ประกอบการกับผู้บริโภคยุคใหม่ โดยการคุ้มครองข้อมูลจะไม่ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคในการเติบโต แต่คือเครื่องมือสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ เสริมสร้างธรรมาภิบาลข้อมูล และเปิดโอกาสทางการค้าใหม่ๆ ในตลาดยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคง
เครื่องมือและกลไกวัดผลจาก PDPC สู่การปฏิบัติจริง
ในการขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม PDPC ได้นำเครื่องมือประเมินระดับความพร้อมที่เรียกว่า Privacy Maturity Model หรือ PMM เข้ามาเป็นกรอบการทำงานหลัก กลไกนี้ช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถประเมินวุฒิภาวะด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองได้อย่างเป็นระบบ ทำให้มองเห็นสถานะปัจจุบัน จุดแข็ง และช่องว่างความเสี่ยงที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างตรงจุด
นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนการใช้งานแพลตฟอร์ม GPPC+ และ Government Platform for PDPA Compliance ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แพลตฟอร์มดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว การบันทึกและจัดการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล ไปจนถึงกระบวนการรองรับการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล และการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
กลไกทั้งหมดถูกนำมาผสานเข้ากับกิจกรรม IT Health Check ภายใต้โครงการ เพื่อสำรวจความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรอบด้าน วิธีการนี้ทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นภาพรวมทั้งในมิติของการกำกับดูแลข้อมูล นโยบายกระบวนการทำงานภายในองค์กร และความปลอดภัยของระบบไอทีไปพร้อมกัน

กรอบการดำเนินงาน 5 ขั้นตอน ปรับเรื่องยากให้เริ่มต้นได้ทันที
เพื่อขจัดความซับซ้อนที่มักเป็นอุปสรรคสำคัญของผู้ประกอบการรายย่อย โครงการได้ออกแบบแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจนผ่านกรอบการดำเนินงาน 5 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกเริ่มต้นจาก รู้ ซึ่งหมายถึงการประเมินเพื่อระบุว่าสินทรัพย์ข้อมูลและระบบงานขององค์กรมีความเสี่ยงซ่อนอยู่ตรงจุดใดบ้าง เพื่อให้เห็นภาพรวมของความเสี่ยงทั้งหมดอย่างครบถ้วน
ขั้นตอนถัดมาคือ วาง อันเป็นการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ กระบวนการปฏิบัติงาน และแผนรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินให้ชัดเจน ตามด้วยขั้นตอน ทำ ซึ่งเป็นการนำเอางานด้านการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลเข้าสู่ระบบการทำงานจริงที่สามารถบริหารจัดการ ตรวจสอบ และติดตามผลได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับสองขั้นตอนสุดท้ายคือ ป้อง ซึ่งมุ่งเน้นการคัดเลือกและติดตั้งโซลูชันเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับขนาด ลักษณะธุรกิจ และระดับความเสี่ยงขององค์กร และ ล็อก ซึ่งเป็นการควบคุมการพิสูจน์ตัวตน สิทธิการเข้าถึงระบบ และการปกป้องข้อมูลสำคัญ ทั้ง 5 ขั้นตอนนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นลำดับขั้นตอนที่ปฏิบัติได้จริงโดยไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระการลงทุนทั้งหมดในคราวเดียว
ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตรและการสนับสนุนทางการเงิน
ความแข็งแกร่งของโครงการยังได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank ซึ่งเข้ามาดูแลด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ การสนับสนุนนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นสามารถลงทุนปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ วางระบบความปลอดภัยไซเบอร์ และพัฒนาระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างเหมาะสมกับขีดความสามารถทางการเงิน
ขณะเดียวกัน Megatrend x ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคธุรกิจ สตาร์ทอัป และกลุ่มผู้ประกอบการให้เข้าถึงองค์ความรู้และโซลูชันที่สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะด้าน พร้อมทั้งสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนระหว่างผู้ประกอบการกับผู้เชี่ยวชาญและผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างความร่วมมือที่ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจจริง
การผนึกกำลังครั้งนี้ยังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากตัวแทนสมาคมการค้าหลัก ได้แก่ สมาคมร้านอาหาร สมาคมตลาดสดไทย และสมาคมการค้าผู้ประกอบการเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งการเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของสมาคมเหล่านี้จะเป็นสะพานเชื่อมสำคัญในการนำแนวทางและมาตรฐานความปลอดภัยไปถ่ายทอดสู่สมาชิกในห่วงโซ่ธุรกิจต่อไป
มิติใหม่แห่งการสื่อสารเพื่อเปลี่ยนภาษาไอทีให้เข้าใจง่าย
ในโอกาสเดียวกันนี้ Avery Digital ได้ประกาศเปิดตัวเว็บไซต์ www.averyittech.com โฉมใหม่อย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารของโครงการ เว็บไซต์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นคลังความรู้ที่รวบรวมประเด็นด้าน Data Privacy, PDPA, Cybersecurity และเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยถ่ายทอดเนื้อหาให้เข้าใจง่ายและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
นอกจากช่องทางออนไลน์แล้ว ยังได้มีการเปิดตัวรายการพอดแคสต์ “รั่ว LEAK” ภายใต้แนวคิดหลักคือการเปลี่ยนภาษาไอทีให้กลายเป็นภาษามนุษย์ รายการนี้นำเรื่องราวทางเทคโนโลยี กฎหมายคุ้มครองข้อมูล และภัยไซเบอร์ที่ดูเข้าใจยาก มาเล่าใหม่ในรูปแบบที่เป็นกันเองและสนุกสนาน
รายการดังกล่าวได้ เบนซ์ อาปาเช่ อินฟลูเอนเซอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดัง มารับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการด้วยสไตล์ที่เข้าถึงง่าย ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีกับภาคประชาชน ทำให้เรื่องความปลอดภัยของข้อมูลกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนสามารถตระหนักรู้และป้องกันตนเองได้
สร้างระบบนิเวศความเชื่อมั่นสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
การประสานพลังร่วมกันระหว่าง PDPC ในด้านมาตรฐานและเครื่องมือ การสนับสนุนทางการเงินจาก SME D Bank การเชื่อมโยงเครือข่ายโดย Megatrend x ตลอดจนพลังการสื่อสารจาก Avery Digital ได้ก่อให้เกิดระบบนิเวศความปลอดภัยที่ครบวงจร โครงสร้างพื้นฐานนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นได้อย่างไร้รอยต่อ
โครงการ SMART SME: PRIVACY & TRUST CONNECT 2026 จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่พลิกโฉมการปฏิบัติตามกฎหมายจากการเป็นต้นทุนหรือภาระขององค์กร ให้กลายมาเป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก การวางระบบที่ดีจะช่วยลดความเสียหายจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในระยะยาว ความพร้อมด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จะกลายเป็นปัจจัยชี้วัดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย ผู้ประกอบการที่สามารถสร้างความไว้วางใจให้แก่คู่ค้าและลูกค้าได้ก่อน ย่อมมีความพร้อมในการขยายตลาดและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล
#AveryDigital #SMARTSME #PDPC #PDPA #Cybersecurity #SMEDBank #DataPrivacy #รั่วLEAK

