กทม. ชู ‘บ้านอิ่มใจ’ พลิกฟื้นทุนมนุษย์ ดึงคนไร้บ้านคืนสู่ระบบเศรษฐกิจ

กทม. ชู ‘บ้านอิ่มใจ’ พลิกฟื้นทุนมนุษย์ ดึงคนไร้บ้านคืนสู่ระบบเศรษฐกิจ
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 13 นาที

ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองหลวง โครงการ “บ้านอิ่มใจ” ได้กลายเป็นภาพสะท้อนของการใช้นวัตกรรมทางความคิดสร้างสรรค์เพื่อโอบอุ้มกลุ่มเปราะบาง เปลี่ยนมุมมองจากการจัดระเบียบแบบเดิมสู่การสร้างพื้นที่พักพิง ฟื้นฟูศักยภาพ และส่งมอบโอกาสครั้งใหม่ เพื่อดึงทุนมนุษย์ที่หล่นหายให้กลับมาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

ก้าวข้ามการจัดระเบียบสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและฟื้นคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ปัญหาคนไร้บ้านในเขตเมืองใหญ่ไม่ใช่เพียงมิติด้านทัศนียภาพหรือความสงบเรียบร้อย แต่เป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่ผูกโยงกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สภาพจิตใจ และการเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน การมองปัญหาผ่านแว่นตาของการ “กวาดล้างและจัดระเบียบ” มักไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง แต่กลับเป็นการผลักดันกลุ่มคนเหล่านี้ให้ถอยห่างจากระบบเศรษฐกิจและสังคมมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ยากจะก้าวข้าม

โครงการ “บ้านอิ่มใจ” ภายใต้นโยบายของกรุงเทพมหานคร ได้ถูกริเริ่มขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนกรอบความคิดดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่รองรับ ดูแล และทำความเข้าใจสภาพปัญหาที่แท้จริง โครงการนี้ไม่เพียงเปิดประตูต้อนรับผู้ที่กำลังเผชิญกับมรสุมชีวิต แต่ยังมุ่งเน้นการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้ทุกคนได้มีที่พักพิง มีจุดหยุดพักเพื่อตั้งสติ และมีโอกาสที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าในฐานะพลเมืองคนหนึ่งของมหานคร

คุณเอกวรัญญู อัมระปาล ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สะท้อนแนวคิดสำคัญเบื้องหลังการดำเนินงานครั้งนี้ว่า

“ที่ผ่านมาเวลาเราพูดถึงคนไร้บ้าน ส่วนใหญ่เราจะได้เห็นแต่ด้านของการเข้าไปจัดระเบียบ แต่บ้านอิ่มใจจะเป็นในทิศทางที่ตรงกันข้าม คือเราต้องการจะเป็นพื้นที่รองรับและดูแล เพื่อให้คนเหล่านี้สามารถกลับมามีชีวิตของตัวเองได้อีกครั้ง คนกลุ่มนี้บางคนอาจจะมีการก้าวเดินที่ผิดพลาดในบางจังหวะของชีวิต แต่พื้นที่นี้จะเป็นที่รองรับและคอยดูแลเพื่อให้เขากลับมาตั้งหลักได้ใหม่และเดินหน้าได้อย่างสมบูรณ์”

พลังความร่วมมือหลากมิติ พลิกโฉมนวัตกรรมพื้นที่เพื่อการเยียวยาครบวงจร

ความสำเร็จของโครงการบ้านอิ่มใจไม่ได้เกิดขึ้นจากหน่วยงานรัฐเพียงลำพัง แต่เป็นผลลัพธ์ของการบูรณาการองค์ความรู้จากภาคีเครือข่ายสหวิชาชีพ ตั้งแต่การออกแบบสภาพแวดล้อมโดย Bangkok City Lab ร่วมกับคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (AAD-KMITL) ที่คำนึงถึงสุขภาวะ การใช้งานจริง และการฟื้นฟูจิตใจของผู้พักอาศัยเป็นแกนกลางสำคัญ

ขณะเดียวกัน ภาคประชาสังคมและสถาบันชั้นนำอย่าง มูลนิธิกระจกเงา, มูลนิธิอิสรชน, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย, สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) (TIJ) และโครงการ “สุขภาวะข้างถนน” ได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการดูแลด้านสวัสดิการ กฎหมาย และสุขอนามัย มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงทางการแพทย์ชั่วคราว พร้อมระบบการดูแลสุขภาพและการฝึกทักษะวิชาชีพอย่างครอบคลุม

การผสานพลังร่วมกันในครั้งนี้ทำให้บ้านอิ่มใจคว้ารางวัลชนะเลิศ Creative Equality Award จาก “งานประกาศรางวัลความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์ ประจำปี 2569” (Creative Excellence Awards 2026) จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณค่าของการใช้นวัตกรรมทางความคิดสร้างสรรค์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

สถิติที่จับต้องได้ จากจุดพักพิงชั่วคราวสู่การคืนรายได้และการจ้างงานจริง

ในทางเศรษฐศาสตร์ การปล่อยให้ประชากรหลุดออกจากระบบแรงงานถือเป็นการสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ปัจจุบันในกรุงเทพมหานครมีคนไร้บ้านอยู่ราว 1,300 คน ซึ่งบ้านอิ่มใจสามารถเปิดรับและรองรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะได้วันละประมาณ 200 คน โดยล่าสุดได้ดูแลและรับผู้รับบริการเข้ามาแล้วถึง 507 คน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนคนไร้บ้านทั้งหมดในพื้นที่เมืองหลวง

ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมสูงสุดคือการแปรเปลี่ยนผู้พักพิงให้กลายเป็นผู้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยโครงการสามารถฝึกอบรมอาชีพให้แก่คนไร้บ้านไปแล้วกว่า 300 คน และสามารถส่งต่อเข้าสู่ระบบการมีงานทำ มีรายได้พึ่งพาตนเองได้แล้วกว่า 200 คน นับเป็นการดึงทรัพยากรมนุษย์ที่เคยถูกมองข้ามให้กลับมามีกำลังซื้อและมีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจของเมืองอีกครั้ง

คุณไพรัช เข็มขาว นักสังคมสงเคราะห์ บ้านอิ่มใจ ได้เปิดเผยถึงความภาคภูมิใจและทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจนว่า

“รู้สึกดีใจที่สังคมยังมองเห็นบ้านอิ่มใจ เพราะพวกเราและเครือข่ายต่าง ๆ ทำงานกันอย่างตั้งใจ เป้าหมายของกรุงเทพมหานครที่จะดำเนินการต่อไป คือการจ้างงานคนไร้บ้านให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายจุดบริการหรือจุดดรอปอิน (Drop-in) เพิ่มอีก 5 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อให้คนไร้บ้านสามารถเข้าถึงสวัสดิการสังคมได้อย่างทั่วถึง”

โมเดลสเกลอัป สานต่อวิสัยทัศน์ขยายผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมและระบบเศรษฐกิจ

ก้าวต่อไปของบ้านอิ่มใจไม่ใช่เพียงการเป็นศูนย์พักพิงเฉพาะจุด แต่เป็นการยกระดับและขยายขนาดของโมเดลการจัดการปัญหาสังคม (Scale-up) ให้ครอบคลุมทั่วทุกมุมเมือง แผนการเพิ่มจุดบริการแบบ Drop-in อีก 5 จุด จะทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการเข้าถึง คัดกรอง และส่งต่อความช่วยเหลือเบื้องต้นทั้งด้านสุขภาพและปัจจัยสี่อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

การสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงระหว่างการพักพิง การรักษาพยาบาล การพัฒนาทักษะอาชีพ และการจับคู่งาน จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายภาครัฐในการจัดการปัญหาสังคมในระยะยาวได้อย่างมหาศาล ขณะเดียวกันก็สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการเปลี่ยนผู้พึ่งพิงให้กลายเป็นผู้ผลิตที่มีศักยภาพและพร้อมขับเคลื่อนเมืองไปข้างหน้า

คุณเอกวรัญญู อัมระปาล ได้กล่าวปิดท้ายถึงหัวใจสำคัญของการขยายผลโครงการนี้ว่า

“บ้านอิ่มใจเป็นความภาคภูมิใจของทุกฝ่ายและภาคีที่เข้ามาร่วมมือกัน เป็นการตอกย้ำว่าสังคมเรายังคงมีพื้นที่รองรับให้คนที่อาจเคยผิดพลาดในการดำเนินชีวิตได้เริ่มต้นใหม่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพื้นที่แห่งนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่เราพร้อมจะต่อยอดและขยายผลต่อไป ด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคมอย่างสมบูรณ์”

#บ้านอิ่มใจ, #กรุงเทพมหานคร, #เศรษฐกิจสร้างสรรค์, #CreativeExcellenceAwards2026, #CreativeEqualityAward, #ลดความเหลื่อมล้ำ, #พัฒนาคุณภาพชีวิต, #คนไร้บ้าน, #BangkokCityLab, #ฟื้นฟูทุนมนุษย์

Related Posts