ดีอี ยกระดับคุ้มครองข้อมูลประชาชน สั่งตรวจ 30,000 ระบบรัฐ พร้อมดัน MFA เข้า ครม.

ดีอี ยกระดับคุ้มครองข้อมูลประชาชน สั่งตรวจ 30,000 ระบบรัฐ พร้อมดัน MFA เข้า ครม.
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 7 นาที

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เร่งบูรณาการภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ยกระดับมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เดินหน้าตรวจสอบระบบภาครัฐเกือบ 30,000 ระบบ พร้อมเตรียมเสนอ ครม. เคาะมาตรการ MFA เสริมความปลอดภัยขั้นสูง

บูรณาการทุกภาคส่วน ลุย Cleansing ระบบภาครัฐ 30,000 แห่ง

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าว การประชุมยกระดับมาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานรัฐ ร่วมกับผู้บริหารภาครัฐ เอกชน และตัวแทนภาคประชาชน โดยระบุว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นความร่วมมือในการปกป้องความปลอดภัยทางไซเบอร์ของข้อมูลประชาชน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ซึ่งกระทรวงได้มอบนโยบายการรวบรวมและเฝ้าระวังการรั่วไหลของข้อมูลในเบื้องต้น

จากการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) พบว่ามีข้อมูลประชากรโลกที่รั่วไหลกว่า 50,000 ล้าน User และเป็นข้อมูลของประเทศไทยประมาณ 200 กว่าล้าน User ซึ่งพบการรั่วไหลในหลายระยะเวลาและหลาย บัญชีผู้ใช้ จากระบบข้อมูลภาครัฐที่มีเกือบ 30,000 ระบบ และระบบของภาคเอกชนที่มีมากกว่า 35,000 ระบบ ทั้งนี้ การบูรณาการร่วมกันช่วยให้พบแหล่งข้อมูล ช่องทางการรั่วไหล และกระบวนการต่าง ๆ ที่ผู้ไม่หวังดีใช้สร้างความเสียหาย จึงได้กำหนดแนวทางแก้ไขและป้องกันทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

กระทรวงดีอีเตรียมดำเนินการ Cleansing เพื่อตรวจสอบระบบการจัดเก็บข้อมูลของภาครัฐที่มีประมาณ 30,000 ระบบ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน ในการตรวจสอบประเมินว่าระบบใดที่ยังมีการใช้งานอยู่ และระบบใดที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการปิดระบบ เพื่ออุดช่องโหว่การรั่วไหลของข้อมูลอย่างจริงจัง

ดีอี ยกระดับคุ้มครองข้อมูลประชาชน สั่งตรวจ 30,000 ระบบรัฐ พร้อมดัน MFA เข้า ครม.
ดีอี ยกระดับคุ้มครองข้อมูลประชาชน สั่งตรวจ 30,000 ระบบรัฐ พร้อมดัน MFA เข้า ครม.

ดันมาตรการ MFA ชง ครม. เสริมเกราะความปลอดภัยระยะสั้น

สำหรับมาตรการเร่งด่วนในระยะสั้น กระทรวงดีอีเตรียมนำเสนอมาตรการ MFA (Multi-Factor Authentication) หรือการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาการใช้มติ ครม. ให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการปรับเปลี่ยน Username และ Password ในการเข้าระบบงาน การเพิ่มระบบยืนยันตัวตนหลายปัจจัยนี้จะช่วยลดความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพในกรณีที่ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านถูกขโมยหรือเกิดการรั่วไหล

ส่วนในระยะกลางและระยะยาว ได้เตรียมการจัดวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันข้อมูลด้วยระบบที่มีมาตรฐานสากลมาใช้ในการยืนยันตัวตน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างระบบรักษาความปลอดภัยที่ยั่งยืน

“ขอบคุณภาคประชาชนซึ่งมีเจตนาที่ดีในการนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลประชาชน กระทรวงดีอีพร้อมหารือการใช้แนวทางด้านอื่น ๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชน ซึ่งในการบูรณาการข้อมูลร่วมกันได้มีการขยายผล และการดำเนินการ ทำให้ทราบถึงองค์ประกอบอื่น ๆ ในการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกระทรวงดีอี และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันกำหนดมาตรการและแนวทางในการป้องกันเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายกับประชาชนต่อไป” นายไชยชนก กล่าว

#กระทรวงดีอี #PDPC #สกมช #คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล #Cybersecurity #DE #MFA

Related Posts