ท่ามกลางวิกฤตโครงสร้างประชากรไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นรุนแรงอย่างรวดเร็วและการขาดแคลนแรงงานทักษะสูง โลกธุรกิจกำลังเผชิญหน้ากับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ทรัพยากรมนุษย์กลายเป็นขุมพลังหลักที่มีมูลค่าสูงยิ่งกว่าข้อมูล การผนึกกำลังระหว่างผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกและผู้เชี่ยวชาญการวางระบบในประเทศจึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยปลดล็อกให้องค์กรไทยสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง
ปักหมุดความร่วมมือระดับโลกพลิกโฉมองค์กรไทยด้วยเทคโนโลยีบริหารทุนมนุษย์
บริษัท เวิร์กเดย์ อินคอร์ปอเรชั่น (Workday, Inc.) ผู้นำระดับโลกด้านแพลตฟอร์ม Enterprise AI สำหรับการบริหารทรัพยากรบุคคล การเงิน และการวางแผนองค์กร ได้ประกาศแต่งตั้ง บริษัท ฟิวชั่น โซลูชั่น จำกัด (Fusion Solution) ผู้ให้บริการและพัฒนาโซลูชันคลาวด์และดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันชั้นนำของไทย ให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญในการขยายการเข้าถึงโซลูชัน Human Capital Management (HCM) บนระบบคลาวด์ระดับโลก เพื่อเสริมศักยภาพองค์กรธุรกิจไทยทุกระดับให้สามารถพัฒนาและบริหารจัดการกำลังคนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือกับโลกแห่งการทำงานในอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ตลาดประเทศไทยกำลังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและแรงขับเคลื่อนทางดิจิทัลที่โดดเด่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตัวเลขการอนุมัติโครงการด้านดิจิทัลของภาคธุรกิจไทยในปีที่ผ่านมาเติบโตสูงขึ้นถึง 73% สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรต่างๆ กำลังมองหาเครื่องมือที่ตอบโจทย์ความท้าทายยุคใหม่ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการนำเสนอแพลตฟอร์มคลาวด์แบบเปิดที่ปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือสูง ผสานเข้ากับบริการแบบ Human Touch ของฟิวชั่น โซลูชั่น เพื่อส่งมอบโซลูชันที่สอดรับกับบริบทและวัฒนธรรมการทำงานของคนไทยได้อย่างลงตัวที่สุด
นางสาวเจส โอไรลีย์ (Jess O’Reilly) ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคอาเซียน ของเวิร์กเดย์ ชี้ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีทั้งบุคลากรเปี่ยมทักษะ ความทะเยอทะยาน และความยืดหยุ่นปรับตัวสูง องค์กรหลายพันแห่งทั่วโลกไว้วางใจให้ Workday เป็นแพลตฟอร์มหลักในการบริหารทรัพยากรบุคคลบนระบบคลาวด์ ซึ่งความร่วมมือระหว่าง Workday และฟิวชั่น โซลูชั่น ที่มีความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับองค์กรไทย จะช่วยให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลและศักยภาพของบุคลากรได้อย่างเต็มที่ พร้อมยกระดับการบริหารกำลังคนให้สอดรับกับเป้าหมายทางธุรกิจในระยะยาว

เจาะโจทย์โครงสร้างประชากรสู่การเปลี่ยนทรัพยากรบุคคลเป็นศูนย์กลางผลกำไร
โครงสร้างประชากรของประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2040 สัดส่วนของประชากรที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 20% เป็น 31% ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้สัดส่วนของคนในวัยทำงานหรือกลุ่มที่เป็นเดอะแบกของประเทศลดจำนวนลงอย่างมีนัยสำคัญ การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้ก่อให้เกิดการแย่งชิงกลุ่มบุคลากรที่มีศักยภาพสูงหรือทาเลนต์ (Talent) อย่างดุเดือดระหว่างองค์กรต่างๆ ธุรกิจจึงไม่สามารถพึ่งพาเพียงการเปิดรับสมัครงานตามระบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องหันมาโฟกัสกระบวนการรักษาคนเก่ง พัฒนาทักษะใหม่ (Reskill) ตลอดจนการกระจายกำลังคนไปยังตำแหน่งที่สร้างคุณค่าสูงสุด
องค์กรธุรกิจในอดีตมักมองว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นเพียงหน่วยงานสนับสนุนงานเอกสารทั่วไป (Back Office) ที่จัดเป็นศูนย์รวมของต้นทุนค่าใช้จ่าย (Cost Center) แต่ในปัจจุบันมุมมองดังกล่าวต้องเปลี่ยนไปเป็นศูนย์กลางที่สร้างผลกำไร (Profit Center) โดย ดร.ฤทัยรัตน์ พรทปกรณ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย เวิร์กเดย์ ประเทศไทย ได้อธิบายว่า องค์กรต้องก้าวข้ามงานแอดมินเอกสารแบบเดิม และยกระดับการบริหารบุคลากรให้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต โดยกล่าวว่า เราต้องการช่วยให้องค์กรไทยมองการบริหารบุคลากรเป็นมากกว่างาน HR แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต สร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคตของการทำงาน
ทางด้านนายศุภกิจ ยงวิทิตสถิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิวชั่น โซลูชั่น จำกัด ได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของคนในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ว่า หลายคนมักพูดกันว่าข้อมูลคือแหล่งพลังงานใหม่ของธุรกิจ แต่วันนี้ทรัพยากรมนุษย์คือพลังงานที่แท้จริง เพราะทั้งนวัตกรรม เอไอ และผลิตผลทางธุรกิจล้วนเกิดขึ้นจากมันสมองของมนุษย์ทั้งสิ้น วันนี้ คน คือปัจจัยที่สร้างความแตกต่างทางการแข่งขันขององค์กรไม่แพ้เทคโนโลยีหรือเงินทุน องค์กรที่สามารถเข้าใจ พัฒนา และใช้ศักยภาพของบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นองค์กรที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ความร่วมมือกับ Workday จะช่วยให้องค์กรไทยยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลด้วยแพลตฟอร์มระดับโลก ที่ช่วยให้องค์กรใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ พัฒนาศักยภาพพนักงานได้อย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานในอนาคต

ขจัดปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายด้วยแพลตฟอร์มข้อมูลหนึ่งเดียว
อุปสรรคสำคัญที่ทำให้โครงการยกระดับฝ่ายทรัพยากรบุคคลขององค์กรส่วนใหญ่ล้มเหลวคือภาวะข้อมูลกระจัดกระจาย (Fragmented Data) องค์กรจำนวนมากจัดเก็บข้อมูลประวัติพนักงาน ข้อมูลการจ่ายเงินเดือน และข้อมูลการประเมินผลงานแยกออกจากกันในหลายระบบ ส่งผลให้ผู้บริหารระดับสูงขาดข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำและไม่สามารถมองเห็นภาพรวมของทักษะที่แท้จริงภายในองค์กรได้ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์จึงมักเกิดความล่าช้าและขาดประสิทธิภาพ แพลตฟอร์มของเวิร์กเดย์เข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในชุดข้อมูลเดียวกัน (Unified Data Platform) เพื่อสร้างเป็นแหล่งข้อมูลความจริงหนึ่งเดียว (Single Source of Truth)
การมีชุดข้อมูลที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบเปิดโอกาสให้การนำผู้ช่วยอัจฉริยะระบบเอไอชื่อ เวิร์กเดย์ ซาน่า (Workday Sana) เข้ามาช่วยวิเคราะห์และให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ผ่านอุปกรณ์พกพา เอไอเอเจนต์ของเวิร์กเดย์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเข้าใจบริบทของงานบุคคลและการเงินโดยเฉพาะ จึงสามารถทำงานร่วมกับผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำโดยไม่เกิดข้อผิดพลาด พร้อมโครงสร้างความปลอดภัยระดับโลกที่กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างรัดกุม สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากลและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่าง PDPA ป้องกันปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลองค์กรและข้อมูลเงินเดือนได้อย่างสมบูรณ์
นายธนธรณ์ ชูชาติพงษ์ หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีทรัพยากรบุคคล บริษัท ฟิวชั่น โซลูชั่น จำกัด ระบุถึงบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีว่า องค์กรจำนวนมากมีข้อมูลบุคลากรอยู่ในหลายระบบ แต่ยังไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ความร่วมมือกับ Workday จะช่วยให้องค์กรสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกำลังคน ทักษะ และศักยภาพของพนักงานไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ผู้บริหารสามารถวางแผนกำลังคน พัฒนาศักยภาพบุคลากร และตัดสินใจเชิงธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เราต้องการช่วยให้องค์กรไทยมองการบริหารบุคลากรเป็นมากกว่างาน HR และยกระดับให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ พร้อมเปิดโอกาสให้องค์กรไทยเข้าถึงแนวทางการบริหารบุคลากรระดับโลกที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
ปลดล็อกต้นทุนวางระบบช่วยธุรกิจระดับกลางเข้าถึงมาตรฐานสากล
ความท้าทายในอดีตที่ทำให้องค์กรขนาดกลางและระดับองค์กรทั่วไปในไทยเข้าไม่ถึงซอฟต์แวร์ระดับสากลไม่ใช่เรื่องของค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ แต่เป็นค่าใช้จ่ายในการวางระบบ (Implementation Cost) ที่สูงมาก เนื่องจากการดำเนินโครงการในอดีตจำเป็นต้องจัดจ้างและนำเข้าทีมผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาดำเนินการ ฟิวชั่น โซลูชั่น จึงเข้ามาปิดช่องว่างนี้ด้วยการนำทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญคนไทยที่มีประสบการณ์การวางระบบในระดับภูมิภาคมาเป็นผู้ดูแลโครงการ ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมลดลงมาอยู่ในระดับที่ธุรกิจขนาดกลางสามารถเข้าถึงได้อย่างคุ้มค่า
ในการใช้งานจริง ระบบช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานด้านทรัพยากรบุคคลให้มีความรวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างเช่น กระบวนการรับพนักงานใหม่เข้าทำงาน (Onboarding) ที่เคยมีมากถึง 11 ขั้นตอนและใช้เวลาทำงานรวมกว่า 100 วัน ถูกลดทอนเหลือเพียง 3 ถึง 4 ขั้นตอนและใช้เวลาเพียงประมาณ 20 วันเท่านั้น ระบบอัตโนมัติและเอไอสามารถช่วยลดภาระงานรูทีนของฝ่ายบุคคลได้มากกว่า 70% นอกจากนี้ยังช่วยให้พนักงานใหม่เข้าใจตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) และเห็นเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพอย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดอัตราการลาออกของพนักงาน
การขับเคลื่อนความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเป้าหมายอยู่เพียงแค่กลุ่มองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการขยายฐานตลาดไปยังกลุ่มธุรกิจขนาดกลางในภาคการเงินและภาคเทคโนโลยีที่มีการเคลื่อนย้ายแรงงานสูง ตลาดการบริหารทรัพยากรบุคคลยุคดิจิทัลในประเทศไทยยังถือเป็นพื้นที่โอกาสใหม่ (Greenfield) ที่พร้อมเติบโตได้อีกมหาศาล การผสานระหว่างแพลตฟอร์มคลาวด์เอไอชั้นนำระดับโลกกับความเชี่ยวชาญในประเทศ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรากฐานองค์กรธุรกิจไทยให้แข็งแกร่งและก้าวสู่การแข่งขันระดับสากลได้อย่างยั่งยืน
#Workday, #FusionSolution, #EnterpriseAI, #HRTech, #HumanCapitalManagement, #DigitalTransformation, #AgingSociety, #BusinessTransformation

