ดีอี เปิดตัว TH-AI Passport อัดฉีดโมเดลโลกดันเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

ดีอี เปิดตัว TH-AI Passport อัดฉีดโมเดลโลกดันเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 18 นาที

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเดินหน้าพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เปิดลงทะเบียนแพลตฟอร์ม “TH-AI Passport” สู่การใช้งานโมเดลระดับแนวหน้าของโลกอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้กลยุทธ์การบริหารงบประมาณแบบใหม่ Pay Per Active User ที่รัฐจ่ายตามจริง มุ่งปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำและเร่งเครื่องผลิตภาพแรงงานทั่วประเทศ

ก้าวกระโดดเชิงนโยบายดิจิทัลกับการยกระดับแรงงานไทย

การขับเคลื่อนนวัตกรรมในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญของประเทศ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ประกาศเปิดตัวโครงการสำคัญอย่าง TH-AI Passport (ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลเชิงบูรณาการที่ถูกออกแบบมาเพื่อปลดล็อกการเข้าถึงปัญญาประดิษฐ์ระดับสากล โดยเปิดระบบให้ประชาชนคนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปเริ่มลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ผ่านช่องทางเว็บไซต์ de.aipass.net เพื่อสร้างบัญชีและยืนยันตัวตนสำหรับเตรียมเข้าใช้งานแพลตฟอร์มส่วนกลางที่มีชื่อว่า AiPASS ก่อนที่จะเริ่มเปิดระบบให้เข้าใช้งานฟังก์ชันต่างๆ อย่างเป็นทางการพร้อมกันในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นี้

ภาพรวมของการดำเนินงานโครงการในครั้งนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy) และการผลักดันการนำไปใช้งานจริง (AI Adoption) ครั้งใหญ่ที่สุดของภาครัฐ ด้วยการตั้งเป้าหมายรองรับผู้ใช้งานทั่วประเทศสูงสุดถึง 5 ล้านคน โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายตั้งแต่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา บุคลากรในหน่วยงานภาครัฐ ประชาชนทั่วไป ตลอดจนกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งโครงสร้างโครงการถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้เริ่มต้นที่ยังไม่มีประสบการณ์หรือไม่มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีมาก่อน ช่วยสร้างความเข้าใจในธรรมชาติและคุณสมบัติของโมเดลแต่ละประเภทได้อย่างมีแบบแผน

ในมิติทางเศรษฐกิจ การเปิดให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือขั้นสูงได้อย่างเท่าเทียมไม่เพียงแต่ช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีในสังคมเท่านั้น หากแต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน (Labor Productivity) ในระบบเศรษฐกิจภาพรวม การส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน การศึกษา และการดำเนินธุรกิจอย่างกว้างขวาง จะแปรเปลี่ยนเป็นความสามารถในการแข่งขันระดับมหภาค ช่วยขับเคลื่อนมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ และยกระดับขีดความสามารถของทรัพยากรบุคคลของไทยให้สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงานแห่งอนาคต

นวัตกรรมโมเดลการคลัง Pay Per Active User

ความน่าสนใจของโครงการ TH-AI Passport ในมุมของการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน คือการนำรูปแบบการจ่ายเงินตามการใช้งานจริงหรือ Pay Per Active User เข้ามาปรับใช้เป็นหัวใจหลักของโครงการ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้เน้นย้ำถึงแนวทางการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยระบุว่าภาครัฐจะรับผิดชอบชำระค่าบริการให้เฉพาะกลุ่มผู้ใช้งานในระดับ Innovator ที่มีการเข้ามาใช้งานจริงตามเงื่อนไขที่กำหนดของโครงการเท่านั้น ในอัตราเพียง 24.70 บาท ต่อคน ต่อเดือน ซึ่งสะท้อนถึงการปรับกระบวนทัศน์การบริหารโครงการไอทีภาครัฐให้มีความคุ้มค่าทางการคลัง

แนวทางดังกล่าวถือเป็นการปิดความเสี่ยงเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างซอฟต์แวร์แบบเหมาจ่ายในอดีตที่มักพบปัญหางบประมาณสูญเปล่าจากการที่ประชาชนไม่ได้เข้าใช้งานจริง ระบบการจ่ายเงินตามปริมาณผู้ใช้งานที่เกิดขึ้นจริงจะช่วยให้การเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับผลสัมฤทธิ์ที่ประชาชนและผู้ประกอบการได้รับโดยตรง ถือเป็นตัวอย่างของการลงทุนทางเทคโนโลยีภาครัฐที่มีการคำนวณผลตอบแทนทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างชัดเจน

นอกเหนือจากความคุ้มค่าด้านงบประมาณ รูปแบบนี้ยังกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในการพัฒนาตนเองของผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสิทธิประโยชน์และการสนับสนุนจากภาครัฐจะเชื่อมโยงอยู่กับผู้ที่มีการเข้าใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ทำให้งบประมาณของรัฐทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการเติบโตของทักษะดิจิทัลได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนนำโมเดลปัญญาประดิษฐ์ไปสร้างมูลค่าเพิ่มในการทำงานจริงมากกว่าการเป็นเพียงผู้ลงทะเบียนแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์

ขุมพลังพันธมิตรเทคโนโลยีและโมเดลชั้นนำระดับโลก

จุดเด่นของแพลตฟอร์ม AiPASS คือการรวบรวมขุมพลังปัญญาประดิษฐ์จากผู้พัฒนาชั้นนำระดับนานาชาติกว่า 14 องค์กร รวมมากกว่า 30 โมเดล เข้ามาไว้ในหน้าต่างการใช้งานเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ ผู้ใช้งานจึงสามารถเลือกใช้งานโมเดลที่มีความสามารถเฉพาะทางได้อย่างครบวงจร อาทิ โมเดลภาษาและประมวลผลขั้นสูง GPT 5.6, Claude Opus 5, Gemini 3.1 Pro, Grok 4.3, Sonar Deep Research รวมถึงเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับงานสร้างสรรค์และงานวิจัย เช่น GPT Image 2, Nano Banana Pro, Seedance 2.0 และ Lyria 3 Pro ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งนักเรียน นักพัฒนา และผู้ประกอบการธุรกิจ

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น แพลตฟอร์มยังได้นำโมเดลภาษาที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการ ThaiLLM เข้ามาให้บริการแก่คนไทย โดยเฉพาะ Pathumma LLM ซึ่งเป็นโมเดลภาษาไทยที่เข้าใจบริบท ภาษา และวัฒนธรรมของสังคมไทยได้อย่างแม่นยำ โดย Pathumma LLM ได้รับการติดตั้งและเปิดให้บริการอยู่ภายในประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ บนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีประมวลผลขั้นสูงของ NVIDIA ทำให้การทำงานมีความเสถียร รวดเร็ว และเสริมสร้างความมั่นคงทางข้อมูลให้กับผู้ใช้งานในประเทศ

ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีกับ NVIDIA ยังครอบคลุมไปถึงการพัฒนาองค์ความรู้เชิงลึก โดย NVIDIA มีแผนที่จะทยอยนำเสนอหลักสูตรด้านเทคโนโลยีและ AI เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องบนแพลตฟอร์ม พร้อมทั้งเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้นักพัฒนาชาวไทยสามารถเข้าถึงเนื้อหาและหลักสูตรฝึกอบรมจากสถาบันระดับโลกอย่าง NVIDIA Deep Learning Institute (DLI) ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยให้ก้าวขึ้นสู่การสร้างนวัตกรรมระดับสูงที่แข่งขันได้ในตลาดโลก

ต่อยอดทักษะสู่อาชีพด้วยระบบ Learn-Earn-Plern

นอกเหนือจากการจัดเตรียมเครื่องมือทางเทคโนโลยีให้พร้อมใช้งานแล้ว แพลตฟอร์ม AiPASS ยังให้ความสำคัญกับการสร้างทักษะดิจิทัลที่สามารถนำไปประกอบอาชีพได้จริง ภายใต้กรอบแนวคิดการเรียนรู้ Learn • Earn • Plern ที่ผสานการศึกษา การสร้างรายได้ และความเพลิดเพลินเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านคลังหลักสูตรด้านปัญญาประดิษฐ์มากกว่า 96 หลักสูตร ซึ่งได้รับการออกแบบและพัฒนาเนื้อหาร่วมกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ด้านการศึกษาและเทคโนโลยีระดับโลก ได้แก่ Google for Education, Microsoft Elevate และ OpenAI

โครงสร้างของระบบการเรียนรู้ถูกจัดลำดับตั้งแต่เนื้อหาขั้นพื้นฐาน การทำความเข้าใจวิธีสั่งการและเลือกใช้เครื่องมือ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้งานในระดับสูง ผู้เข้าร่วมโครงการที่เรียนจบตามเงื่อนไขที่กำหนดจะได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะ (Certificate) พร้อมระบบการสะสมคะแนนจากความคืบหน้าในการเรียนรู้ ซึ่งคะแนนเหล่านี้สามารถนำไปใช้ปลดล็อกสิทธิ์การเข้าถึงโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับ Pro และยกระดับสถานะของผู้เรียนไปสู่กลุ่มผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมหรือระดับ Innovator ได้ในที่สุด

การผสานหลักสูตรมาตรฐานสากลเข้ากับระบบสะสมคะแนนเพื่อปลดล็อกโมเดลระดับสูง ถือเป็นแรงขับเคลื่อนที่ช่วยผลักดันให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) สร้างทักษะแรงงานใหม่ (Reskill) และเพิ่มทักษะเดิม (Upskill) ให้กับกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่และผู้ประกอบการ ช่วยเปลี่ยนผ่านผู้ใช้งานทั่วไปจากการเป็นเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยี ไปสู่การเป็นผู้ผลิตผลงาน สร้างโซลูชัน และนำเสนอบริการใหม่ๆ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

ขั้นตอนการลงทะเบียนและการเตรียมความพร้อม

สำหรับการเตรียมความพร้อมในการเข้าใช้งาน ประชาชนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปสามารถเริ่มต้นลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ de.aipass.net โดยผู้สมัครสามารถเลือกใช้บัญชีผู้ใช้งานจาก Google, Microsoft หรือ Apple ในการลงทะเบียน และต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนดิจิทัลที่มีความปลอดภัยสูงผ่านแอปพลิเคชัน ทางรัฐ หรือ ThaiD เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องของข้อมูลผู้รับสิทธิ์ตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาล

ข้อกำหนดสำคัญทางด้านเทคนิคที่ผู้สมัครต้องทราบคือ ผู้ใช้งานจะต้องเปิดเข้าเว็บไซต์ผ่านโปรแกรมเบราว์เซอร์ในโหมดการทำงานปกติเท่านั้น เนื่องจากระบบความปลอดภัยของแพลตฟอร์มไม่รองรับการลงทะเบียนผ่านโหมดไม่ระบุตัวตน หรือโหมดไม่บันทึกประวัติการใช้งาน (Incognito/Private Window) เพื่อป้องกันปัญหาการตรวจสอบตัวตนและความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้งาน

ทั้งนี้ กระบวนการลงทะเบียนในช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นการสมัคร ยืนยันตัวตน และสร้างบัญชีไว้ล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมของระบบ ก่อนที่ผู้ใช้งานทุกคนจะสามารถเริ่มเข้าใช้งานโมเดลปัญญาประดิษฐ์ทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม AiPASS ได้ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับความช่วยเหลือในการลงทะเบียนได้ที่ศูนย์บริการข้อมูล Call Center โทร. (02) 021-0300 ทางอีเมล [email protected] หรือตรวจสอบรายละเอียดโครงการทั้งหมดได้ที่ de.aipass.net

#THAIPassport #AiPASS #กระทรวงดีอี #AIเศรษฐกิจไทย #ThaiLLM #Pathumma #NVIDIA #ปัญญาประดิษฐ์ #เศรษฐกิจดิจิทัล #UpskillThailand

Related Posts