BDI ก้าวสู่ปีที่ 4 ดัน D2 นั่งแท่น Data Backbone ชาติ ผนึก ThaiLLM หนุน AI สู่ผลลัพธ์จริง

BDI ก้าวสู่ปีที่ 4 ดัน D2 นั่งแท่น Data Backbone ชาติ ผนึก ThaiLLM หนุน AI สู่ผลลัพธ์จริง
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 11 นาที

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประกาศทิศทางการดำเนินงานปี 2570 ในงาน “BDI Day 2026: Big Data for a Resilient Thailand” ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของประเทศผ่านแพลตฟอร์ม D2 สู่การเป็น National Data Backbone พร้อมเร่งต่อยอดโมเดลภาษาไทย ThaiLLM และพัฒนากำลังคนเพื่อผลักดันการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและ AI ไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงทั้งภาครัฐและเอกชน

ชูระเบียบสำนักนายกฯ ปลดล็อก Data Backbone หนุนจัดการภัยพิบัติ

นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวเปิดงานระบุว่า แนวคิด “Big Data for a Resilient Thailand” สะท้อนบทบาทสำคัญของข้อมูลในการเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยรับมือ ปรับตัว และฟื้นตัวจากความเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และพลังงาน โดยความท้าทายสำคัญคือการทำให้ข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้จริงอย่างมีมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่น

“ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. 2569 และแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ พ.ศ. 2568–2570 เป็นกลไกสำคัญในการวางกรอบให้การเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐเป็นระบบ ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การประยุกต์ใช้ AI และการพัฒนากำลังคน โดยบทบาทของ BDI คือการเดินหน้าสู่บทบาท National Data Backbone ผ่านโครงสร้างพื้นฐานอย่าง D2 เพื่อให้ข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ แบ่งปันและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยเฉพาะการสนับสนุนการจัดการภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศ” นายกุลิศ กล่าว

ขยับจากวางรากฐานสู่ ‘ข้อมูลพร้อมใช้’ ผ่านแพลตฟอร์ม D2

ด้าน ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เปิดเผยถึงทิศทางปี 2570 ภายใต้แนวคิด “Data Backbone for a Resilient Thailand เชื่อมข้อมูลพร้อมรับอนาคต” ว่า ตลอด 3 ปีแรก BDI มุ่งเน้นการวางรากฐานให้ระบบข้อมูลเชื่อมโยงกันได้ แต่การก้าวสู่ปีที่ 4 จะเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากการวางโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เพื่อให้ข้อมูลไม่ได้จบแค่ ‘เชื่อมถึงกัน’ แต่ต้อง ‘พร้อมใช้’ และสร้างคุณค่าอย่างแท้จริง

กลไกหลักในการขับเคลื่อนคือแพลตฟอร์ม D2 (Data Integration and Intelligence Platform) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) จัดการข้อมูลเป็น 3 โซน ได้แก่ Sectorial Zone, Central Zone และ Service Zone รองรับการแลกเปลี่ยนชุดข้อมูลมูลค่าสูง (High Value Dataset) โดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ได้กำหนดบทเฉพาะการนำร่องเร่งด่วน 118 ชุดข้อมูล จาก 52 หน่วยงาน มุ่งเน้นภารกิจการบริหารจัดการภัยพิบัติ (Disaster Management) เป็นลำดับแรก

BDI ก้าวสู่ปีที่ 4 ดัน D2 นั่งแท่น Data Backbone ชาติ ผนึก ThaiLLM หนุน AI สู่ผลลัพธ์จริง
BDI ก้าวสู่ปีที่ 4 ดัน D2 นั่งแท่น Data Backbone ชาติ ผนึก ThaiLLM หนุน AI สู่ผลลัพธ์จริง

ต่อยอดบริการ 4 แพลตฟอร์มหลักสู่การวิเคราะห์เชิงลึก

บนเวที “BDI Forward: Progress in Action” ได้มีการนำเสนอความก้าวหน้าและการยกระดับโครงการสำคัญ ได้แก่ Travel Link แพลตฟอร์มข้อมูลท่องเที่ยวที่รวบรวมครบ 77 จังหวัด และขยายไปสู่การให้บริการตอบคำถามเชิงลึก (Answer as a Service) รวมถึงการนำ Mobility Data มาวิเคราะห์การเคลื่อนย้ายของนักท่องเที่ยวเพื่อวางแผนเชิงพื้นที่และเตรียมเชื่อมโยงสู่ Medical และ Wellness Tourism ในปี 2570

ขณะที่ Health Link ได้ยกระดับสู่การวิเคราะห์ขั้นสูง (Health Data Integration and Analytic Center) ครอบคลุมหน่วยบริการสุขภาพกว่า 19,000 แห่งทั่วประเทศ พร้อมบูรณาการ ThaiLLM ช่วยสรุปประวัติการรักษา, Envi Link บูรณาการข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมกว่า 230 ชุดข้อมูล นำร่องวิเคราะห์ดัชนีความเปราะบางต่อฝุ่น PM 2.5 ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และเชื่อมโยงข้อมูลน้ำ 4 หน่วยงานเพื่อรับมือภัยพิบัติ และ PD Link แพลตฟอร์มบูรณาการข้อมูลระดับจังหวัดที่นำร่องในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น และเตรียมขยายสู่ภาคใต้ที่ภูเก็ตและสุราษฎร์ธานี

ยกระดับ ThaiLLM ดันอธิปไตย AI และปั้นบุคลากรผ่าน Micro-credential

สำหรับยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์ นายปฏิภาณ ประเสริฐสม (รักษาการ) ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ ระบุถึงทิศทาง ThaiLLM 2027 ที่มุ่งเน้นการสร้างอธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ (AI Sovereignty) โดยพัฒนาโมเดลภาษาไทยให้เข้าใจบริบททางภาษาและภาษาถิ่นอย่างครอบคลุม เพิ่มประสิทธิภาพการสกัดข้อมูล ตรวจจับข้อมูลส่วนบุคคล และเปิดเป็นโมเดลพื้นฐานให้นักพัฒนาและสตาร์ตอัปไทยนำไปต่อยอดได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายลิขสิทธิ์

นอกจากนี้ BDI ยังเดินหน้าปิดช่องว่างด้านบุคลากรผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้และแข่งขัน THackle ร่วมกับการจัดทำหลักสูตร Micro-credential เพื่อรับรองทักษะเฉพาะทางด้าน Data และ AI ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรทั่วประเทศ พร้อมร่วมมือกับภาคเอกชนในการถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านโครงการบ่มเพาะสตาร์ตอัปและผู้ประกอบการ SME อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความพร้อมของประเทศในการแข่งขันระดับสากลอย่างยั่งยืน

#BDI #BigData #NationalDataBackbone #ThaiLLM #ArtificialIntelligence #DataDrivenThailand #TheReporterAsia

Related Posts