กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช. หรือ BDE) เปิดเวทีสัมมนา “Digital Infrastructure for the Future” ระหว่างวันที่ 19–20 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ เพื่อวางแนวทางขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและอวกาศแห่งอนาคต พร้อมผลักดันไทยสู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก
ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน วางทิศทางลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและอวกาศ
การประชุมสัมมนาในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ซึ่งมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม คลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ผู้ประกอบการด้านอวกาศ และบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ ร่วมเป็นวิทยากรกว่า 20 ท่าน พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1,000 คน
เวทีดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องบอลรูม B–C ชั้น 4 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ต่อโอกาส ความท้าทาย และทิศทางการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและกิจการอวกาศของประเทศอย่างรอบด้าน

ยึดบทบาทหนุนเอกชนเติบโต ชูจุดยืน Trusted Connector รับมือภูมิรัฐศาสตร์
นางสาวแนน บุณย์ธิดา ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ซึ่งเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกือบทั้งหมดต่างให้ความสำคัญกับโลกดิจิทัลในอนาคตและเทคโนโลยี AI ทั้งมิติด้านความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการจ้างงาน และมิติด้านการสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชน
สำหรับทิศทางของประเทศไทย รัฐบาลตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนภาคเอกชนอย่างเต็มที่ โดยไม่เข้าไปเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ เพื่อเปิดทางให้เอกชนแสดงศักยภาพและขยายการเติบโตสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับจุดยืนของประเทศที่ รองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ ได้กล่าวไว้ในเวที IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ว่าไทยพร้อมวางตัวเป็น Trusted Connector หรือศูนย์กลางการเชื่อมโยงความร่วมมือที่น่าเชื่อถือในเวทีโลก ซึ่งจะช่วยให้ประเทศสามารถก้าวข้ามความท้าทายเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีได้
มุ่งยกระดับทักษะคนไทย สู่ผู้พัฒนาในห่วงโซ่อุปทาน AI โลก
โจทย์สำคัญของประเทศในขณะนี้ คือการนำพาประเทศไทยเข้าไปมีบทบาทสำคัญใน AI Supply Chain หรือห่วงโซ่อุปทานปัญญาประดิษฐ์ของโลก ควบคู่ไปกับการต่อยอดพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถของทรัพยากรบุคคลไทย
เป้าหมายหลักของรัฐบาลและกระทรวงดีอี คือการยกระดับทักษะการใช้งาน AI ของประชาชน จากการเป็นเพียงผู้ใช้งานทั่วไป (Users) ไปสู่การเป็นผู้พัฒนา (Developers) และผู้ประกอบการธุรกิจด้านเทคโนโลยี
“กระทรวงดีอีให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางรากฐานด้านเทคโนโลยี ซึ่งจำเป็นต้องวางตั้งแต่ช่วงที่กำลังก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ก้าวไปแล้วจึงค่อยวาง สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการจึงไม่ใช่เพียงการเป็นผู้ตามความเปลี่ยนแปลง แต่เราจะเป็นส่วนหนึ่งของ AI Supply Chain ของโลก” รมช.ดีอี กล่าวย้ำ
#กระทรวงดีอี #สดช #BDE #DigitalInfrastructure #AI #AISupplyChain #TrustedConnector #โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

