สมาคมไหหนำฯ ดันไหหลำสปริงบอร์ด SME ไทยเจาะจีน

สมาคมไหหนำฯ ดันไหหลำสปริงบอร์ด SME ไทยเจาะจีน
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 13 นาที

สมาคมไหหนำแห่งประเทศไทยร่วมกับสมาคมการค้าไทย-ไหหลำ เปิดโรดแมปหนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนไทยบุกตลาดจีนผ่านมณฑลไหหลำ (ไห่หนาน) ชี้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและสปริงบอร์ดต้นทุนต่ำสำหรับทดสอบตลาดและกระจายสินค้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ พร้อมเตือนภาคธุรกิจไทยเร่งแก้โจทย์เรื่องลิขสิทธิ์ทางปัญญา มาตรฐานบรรจุภัณฑ์ และกำแพงภาษาเพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว ในงานเสวนาหัวข้อ “การปรับตัวของชาวจีนโพ้นทะเลและการพาธุรกิจไทยฝ่ามรสุมภูมิรัฐศาสตร์โลก“ ภายใต้โครงการ “มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้” ครั้งที่ 8 ซึ่งจัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

เปิดเวที Expo และช็อปทดสอบตลาด ช่วยเอสเอ็มอีลดต้นทุนตั้งต้น

คุณวิโรจน์ ไกรธีรวุฒิ นายกสมาคมการค้าไทย-ไหหลำ เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนไทยเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงแต่ยังขาดโอกาสขยายตลาดต่างประเทศเนื่องจากข้อจำกัดด้านเงินทุน สมาคมฯ จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมและแพลตฟอร์มสนับสนุน โดยเปิดโอกาสให้เข้าทดสอบตลาดจีนด้วยต้นทุนต่ำสุดผ่านงาน ไหหลำ เอ็กซ์โป (Hainan Expo) ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีระหว่างวันที่ 13-18 เมษายน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเรื่องบูทสำหรับผู้ประกอบการ

นอกจากเวทีแสดงสินค้าประจำปีแล้ว ทางสมาคมฯ ยังมีพื้นที่ช็อปร้านค้าในย่านเมืองเก่า ฉีโหลว (Qilou) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีปริมาณนักท่องเที่ยวหมุนเวียนเฉลี่ย 20,000-40,000 คนต่อวัน และพุ่งแตะระดับ 200,000 คนต่อวัน ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ทำให้นักธุรกิจไทยสามารถส่งสินค้าเข้ามาวางจำหน่ายเพื่อทดสอบการตอบรับและหารายชื่อตัวแทนจำหน่ายได้จริง โดยหากสินค้าพิสูจน์แล้วว่าไปได้ สมาคมฯ ก็พร้อมให้คำแนะนำในขั้นตอนต่อไป ทั้งการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและการจัดตั้งบริษัท

สำหรับการลงทุนในไหหลำนั้น ธุรกิจขนาดเล็กที่มีงบประมาณเริ่มต้นระดับ 5-8 ล้านบาท ก็สามารถเริ่มต้นดำเนินธุรกิจได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่สุดไม่ใช่ความยากในการเริ่มต้น แต่คือการบริหารจัดการให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน รวมถึงการวางแผนระยะสั้นผ่านหลักสูตรพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ระยะเวลา 3 เดือนที่สมาคมฯ กำลังพัฒนาขึ้น เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างไทย ไหหลำ และเมืองสำคัญต่างๆ ในจีน

สมาคมไหหนำฯ ดันไหหลำสปริงบอร์ด SME ไทยเจาะจีน
สมาคมไหหนำฯ ดันไหหลำสปริงบอร์ด SME ไทยเจาะจีน

ชูเกาะไหหลำสปริงบอร์ดการค้า เชื่อมโยงสิทธิประโยชน์เพิ่มมูลค่า 30%

ในมิติของนโยบายท่าเรือการค้าเสรี (Hainan Free Trade Port) คุณวิโรจน์ ชี้แจงว่า สิทธิประโยชน์ทางภาษียังไม่ครอบคลุมถึงเอสเอ็มอีหรือการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปโดยตรง แต่นโยบายหลักกำหนดให้ต้องเป็นการนำเข้าวัตถุดิบและสร้างมูลค่าเพิ่มภายในเกาะไหหลำให้ได้ 30% (Value Added 30%) ขึ้นไป จึงจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อส่งต่อไปจำหน่ายยังจีนแผ่นดินใหญ่

โมเดลดังกล่าวเอื้อให้ผู้ประกอบการไทยใช้ไหหลำเป็นฐานการผลิตและการแปรรูปขั้นสุดท้าย เช่น การนำเข้าสารสกัดสมุนไพรจากไทยมาผสมและบรรจุภัณฑ์ที่ไหหลำ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ไทยมักเสียเปรียบจีน อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนการผลิตเพื่อส่งต่อไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ หรือใช้ไหหลำเป็นฐานกระจายสินค้าต่อไปยังญี่ปุ่น ไต้หวัน และภูมิภาคอาเซียน

นอกจากนี้ ไหหลำยังมีระบบบัญชีการเงินพิเศษ (บัญชี FT) ที่เปิดทางให้การโอนเงินเข้าออกเพื่อการลงทุนและการดำเนินธุรกิจมีความสะดวกคล่องตัวสูง พร้อมทั้งเปิดรับการลงทุนจากสถาบันการเงินต่างชาติ ซึ่งเปิดโอกาสให้ภาคธนาคารพาณิชย์ของไทยและสิงคโปร์เข้าไปขอรับใบอนุญาตดำเนินกิจการได้

สินค้าไทยได้เปรียบความน่าเชื่อถือ ปลุก Soft Power นวดไทย-เวลเนส

ด้านสินค้าและบริการที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน คุณวิโรจน์ ระบุว่า สินค้าไทยที่มีแต้มต่ออย่างเด่นชัดคือกลุ่ม สมุนไพรไทย ยานวด น้ำมันนวด แผ่นแปะแก้ปวดเมื่อย รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ยาสีฟันและยาสระผม ขณะที่สินค้าผลไม้อบแห้งเริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวและจำเป็นต้องปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ สำหรับสินค้าชุมชน สินค้าโอทอป และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) นับเป็นผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ที่ผู้บริโภคจีนให้ความไว้วางใจในคุณภาพสูงและไม่สามารถลอกเลียนแบบได้

สำหรับธุรกิจบริการ Soft Power ของไทยอย่างการนวดแผนไทยและสปาถือเป็นแม่เหล็กสำคัญที่มีความต้องการสูงมาก โดยปัจจุบันร้านนวดที่เปิดให้บริการในไหหลำมีอัตราค่าบริการเฉลี่ยประมาณ 200 กว่าหยวนต่อ 70 นาที (ราว 1,000 กว่าบาท) ทางสมาคมฯ มีเป้าหมายร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในไทย เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทยและยกระดับมาตรฐานแรงงานบริการ รวมทั้งยังมีโอกาสขยายความร่วมมือทางการแพทย์ระหว่างโรงพยาบาลชั้นนำของไทย เช่น การประสานงานร่วมกับโรงพยาบาลวิชัยเวช เพื่อส่งต่อและแลกเปลี่ยนคนไข้กับเขตการแพทย์นานาชาติเล่อเฉิง (Boao Lecheng)

สมาคมไหหนำฯ ดันไหหลำสปริงบอร์ด SME ไทยเจาะจีน
สมาคมไหหนำฯ ดันไหหลำสปริงบอร์ด SME ไทยเจาะจีน

ถอดบทเรียนความท้าทาย เร่งจดสิทธิบัตร-ทลายกำแพงภาษา

ด้าน คุณปภพ สิทธิผล รองเลขาธิการสมาคมไหหนำแห่งประเทศไทย ให้ทัศนะเพิ่มเติมถึงความท้าทายของผู้ประกอบการไทยว่า ประเด็นกระแสข่าวด้านลบไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการค้าของภาคธุรกิจที่มีการคัดกรองคู่ค้าอย่างถูกต้อง แต่อุปสรรคหลักที่แท้จริงคือเรื่อง การสื่อสารและภาษา รวมถึงความกังวลด้าน ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP)

จุดแข็งของไทยคือมาตรฐานและคุณภาพงานบริการ (Hospitality) ในขณะที่ฝ่ายจีนมีความพร้อมด้านเงินทุน แพลตฟอร์มบริหารจัดการแบบ OEM และขนาดตลาด ผู้ประกอบการไทยจึงควรสร้างความพร้อมเรื่องการตรวจสอบเอกสารสัญญาทางกฎหมาย การจดทะเบียนปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ให้เสร็จสิ้นก่อนเริ่มทำตลาด และการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายสมาคมชาวไทยเชื้อสายจีนเพื่อเปิดประตูการเจรจาธุรกิจได้อย่างราบรื่น

ทางสมาคมฯ ยังได้ส่งสัญญาณเตือนถึงภาคเกษตรกรรมไทย โดยเฉพาะผลไม้เศรษฐกิจอย่างทุเรียนและมะพร้าว เนื่องจากปัจจุบันไหหลำมีการจัดตั้งสถาบันวิจัยด้านทุเรียนและพืชผลเขตร้อนเพื่อพัฒนาการเพาะปลูกอย่างเป็นระบบ ขณะที่ในไทยยังเผชิญปัญหาพ่อค้าคนกลางและล้งเข้าควบคุมราคา ภาครัฐและผู้ส่งออกไทยจึงจำเป็นต้องเร่งวางยุทธศาสตร์ด้านคุณภาพ ตรวจสอบย้อนกลับ ทำแบรนดิ้งระดับพรีเมียม และใช้ประโยชน์จากการขนส่งทางอากาศ (Air Freight) ที่มีต้นทุนเฉลี่ยต่ำเพียงประมาณ 8 หยวนต่อกิโลกรัม เพื่อเร่งระบายผลผลิตคุณภาพสู่มือผู้บริโภคจีนโดยตรง

#TheReporterAsia #SMEไทย #ไหหลำ #ไห่หนาน #HainanFTP #การค้าไทยจีน #สมาคมไหหนำแห่งประเทศไทย #สมาคมการค้าไทยไหหลำ

Related Posts