ลอรีอัล กรุ๊ป ในประเทศไทย สานต่อโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 มอบทุนวิจัยทุนละ 250,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ รวมมูลค่า 1,000,000 บาท แก่นักวิจัยสตรีไทย 4 ท่าน ครอบคลุมสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและวิทยาศาสตร์กายภาพ พร้อมปรับเกณฑ์อายุผู้สมัครเป็นไม่เกิน 45 ปีเป็นปีแรก เพื่อเปิดกว้างสนับสนุนงานวิจัยเชิงลึกด้านการแพทย์ขั้นสูงและสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์ความท้าทายของสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
โครงการในปีนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยมีผลงานวิจัยส่งเข้าร่วมการพิจารณาจำนวน 89 ผลงาน ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของประเด็นงานวิจัยที่เชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตและเทคโนโลยีแห่งอนาคต การตัดสินดำเนินการโดยคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ 12 ท่าน นำโดย ศ.ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ และ ศ. ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ รองประธานคณะกรรมการฯ

ปรับเกณฑ์อายุขยายโอกาส หนุนงานวิจัยตอบโจทย์ความท้าทายจริง
นายแพทริค จีโร กรรมการผู้จัดการ ลอรีอัล ประเทศไทย พม่า ลาว และกัมพูชา ระบุว่า ลอรีอัล ประเทศไทย มุ่งมั่นสร้างโอกาสให้นักวิจัยสตรีได้พัฒนาศักยภาพ สร้างองค์ความรู้ใหม่ และผลักดันผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความท้าทายของสังคมอย่างเป็นรูปธรรม การปรับขยายเกณฑ์อายุผู้สมัครจากเดิมไม่เกิน 40 ปี เป็นไม่เกิน 45 ปี ในปีนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้นักวิจัยสตรีที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเส้นทางอาชีพ ได้นำเสนองานวิจัยเชิงลึกที่มีความพร้อมในการพัฒนาสู่การใช้งานจริง
สำหรับ 4 ผลงานที่ได้รับทุนประจำปี 2569 ไม่เพียงมีความโดดเด่นทางวิชาการ แต่ยังมีศักยภาพในการนำไปแก้ไขปัญหาของประเทศ ตั้งแต่การยกระดับการรักษาโรคมะเร็ง เทคโนโลยีสุขภาพ ไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างระบบนิเวศทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มแข็ง และสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าวิทยาศาสตร์คือพื้นที่ที่มีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของทุกคน
ยกระดับการรักษาโรคมะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดและเซลล์พร้อมใช้
ในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ทุนวิจัยมอบให้แก่ รศ. ดร. อุษรา ปัญญา จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับงานวิจัย “การประเมินประสิทธิภาพของโปรตีน Tri-specific Killer Engager (TriKE) ที่มุ่งเป้า CD47 เพื่อกระตุ้นเซลล์เพชฌฆาตธรรมชาติจากผู้ป่วยในการกำจัดเซลล์มะเร็งมัลติเพิลไมอีโลมาในระดับ ex vivo” ซึ่งพัฒนาโปรตีน TriKE-CD47 เข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ NK และปิดกั้นสัญญาณที่เซลล์มะเร็งใช้หลบหลีกภูมิคุ้มกัน ผลการทดลองในสัตว์ทดลองพบว่าสามารถชะลอการเติบโตและลดขนาดก้อนมะเร็งได้โดยไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง ซึ่งเตรียมต่อยอดสู่การตรวจประเมินระดับเซลล์ผู้ป่วยเพื่อวางแนวทางการรักษาแบบแม่นยำจำเพาะบุคคล
ขณะที่ รศ. ดร. เมธิจิต วัฒนพานิช จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับทุนจากงานวิจัย “การพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์เซลล์ภูมิคุ้มกันพร้อมใช้จากเซลล์ต้นกำเนิดอินดิวซ์พลูริโพเทนท์ เพื่อการรักษาโรคมะเร็งแบบภูมิคุ้มกันบำบัด” มุ่งแก้ข้อจำกัดของกระบวนการรักษาแบบ CAR T cells ดั้งเดิมที่ต้องผลิตเฉพาะรายบุคคล มีขั้นตอนซับซ้อน และค่าใช้จ่ายสูง โดยใช้สเต็มเซลล์ iPSCs ผสานเทคโนโลยี CRISPR/Cas9 พัฒนาเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันพร้อมใช้ในปริมาณมาก ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
บูรณาการคณิตศาสตร์และเคมีไฟฟ้า ขับเคลื่อนสุขภาพและเศรษฐกิจหมุนเวียน
ด้านสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ รศ. ดร. ดวงกมล เบ้าวัน จากภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับทุนจากผลงาน “การพัฒนาแบบจำลองคณิตศาสตร์และอัลกอริทึมฮิวริสติกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับยาต้านมะเร็งบนวัสดุนาโนคาร์บอน: การบูรณาการองค์ความรู้เชิงทฤษฎีและการทดลองเชิงประจักษ์” นำคณิตศาสตร์ขั้นสูงมาสร้างแบบจำลองจำลองการจับตัวของยากับตัวพานาโนคาร์บอน ช่วยตัดขั้นตอนการลองผิดลองถูกในห้องปฏิบัติการ ลดต้นทุน เวลา และของเสียจากการทดลอง เพื่อเร่งพัฒนาระบบนำส่งยาต้านมะเร็งที่มีความแม่นยำสูง
ส่วน รศ. ดร. กมลวัช งามเชื้อ จากสาขาวิชาเคมี สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้รับทุนจากงานวิจัย “เคมีไฟฟ้าเพื่อสุขภาวะและอนาคตที่ยั่งยืน” โดยนำชีวมวลเหลือใช้ทางการเกษตรของไทย เช่น แป้งมันสำปะหลัง ลิกนิน และเซลลูโลส มาแปรรูปผ่านกระบวนการเคมีไฟฟ้าเพื่อสร้างขั้วไฟฟ้าและเซนเซอร์พกพา สำหรับตรวจวัดสารบ่งชี้ทางชีวภาพจากเหงื่อ เลือด ปัสสาวะ และน้ำลาย ควบคู่กับการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) แปลผลสัญญาณ รองรับการตรวจสุขภาพ ณ จุดดูแลผู้ป่วย (Point-of-Care) ตอบโจทย์สังคมสูงวัยและส่งเสริมแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
โครงการทุนวิจัย ลอรีอัล “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2541 โดยความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิลอรีอัล (Fondation L’Oréal) และ ยูเนสโก (UNESCO) มอบทุนสนับสนุนนักวิจัยสตรีแล้วในกว่า 110 ประเทศทั่วโลก โดยมีนักวิจัยสตรีที่เคยได้รับทุนในโครงการนี้ก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลโนเบลแล้วจำนวน 7 ท่าน สำหรับในประเทศไทย โครงการยังคงเดินหน้าสนับสนุนทุนวิจัยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 เพื่อผลักดันงานวิจัยของสตรีไทยสู่เวทีระดับสากล
#ลอรีอัล #เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ #ForWomenInScience #นวัตกรรม #การแพทย์ #ความยั่งยืน

