ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยไตรมาสสองทะยานแตะระดับ 48.4 หลังเมกะเทรนด์ปัญญาประดิษฐ์และเงินบาทอ่อนค่าหนุนภาคส่งออกพุ่งสวนกระแสต้นทุนพลังงาน
เมกะเทรนด์ AI แรงหนุนสำคัญดันดัชนีความเชื่อมั่นฟื้นตัว
ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของภาคธุรกิจเทคโนโลยีในประเทศไทย โดยดัชนีรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 48.4 จากระดับ 44.5 ในไตรมาสก่อนหน้า การฟื้นตัวดังกล่าวได้รับแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกระแสความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบเชิงบวกโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมดิจิทัล ทั้งในส่วนของความต้องการโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ
ปัจจัยบวกดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะการเร่งลงทุนในกลุ่ม Data Center และความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงแผ่นปริ้นต์วงจรอิเล็กทรอนิกส์หรือ PCB จากประเทศคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทในรอบปีที่ผ่านมายังกลายเป็นปัจจัยหนุนชั้นดีที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้แก่ภาคการส่งออกของไทย ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของภาครัฐที่เข้ามาช่วยพยุงกำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศไว้ได้อย่างทันท่วงที
อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการยังคงต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันจากภายนอกประเทศที่สร้างความผันผวนให้แก่การดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งและค่าระวางเรือ อีกทั้งยังมีแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และค่าชิปคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวังในระยะต่อไป
สำรวจความเชื่อมั่นรายอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการดิจิทัลนำโด่ง
เมื่อเจาะลึกในรายละเอียดของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมย่อย พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นครอบคลุมทั้ง 5 กลุ่ม โดยกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์นำโด่งด้วยระดับดัชนีที่ 51.1 ตามมาด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัลที่ระดับ 50.6 และกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่ระดับ 50.0 ซึ่งทั้งสามกลุ่มนี้มีระดับความเชื่อมั่นที่เกินกว่าเกณฑ์กลาง แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของตลาดยุคใหม่ที่พึ่งพาการเชื่อมต่อและระบบปฏิบัติการดิจิทัลเป็นหลัก ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์อยู่ที่ระดับ 46.8 และกลุ่มอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะอยู่ที่ระดับ 42.9 ตามลำดับ
ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้ฉายภาพรวมของสถานการณ์นี้ไว้ว่า
“ภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยบวกจากการขยายตัวของการลงทุนในกลุ่ม Data Center ความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และ PCB ของประเทศคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการอ่อนค่าของเงินบาทในรอบปีที่เอื้อต่อภาคการส่งออกโดยภาพรวม รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นในประเทศที่มีส่วนช่วยพยุงกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยลบจากต่างประเทศ โดยเฉพาะความผันผวนของราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือ ประกอบกับปัญหาด้านต้นทุนการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว”
คำกล่าวของผู้นำองค์กรชี้ให้เห็นว่า แม้ปัจจัยภายนอกจะมีความผันผวนสูง แต่ปัจจัยพื้นฐานจากการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลและการปรับตัวของภาคเอกชนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนที่แข็งแกร่ง การฟื้นตัวขององค์ประกอบย่อย ทั้งในด้านผลประกอบการ ปริมาณคำสั่งซื้อ การจ้างงาน และการลงทุน เพื่อประกอบการล้วนสะท้อนถึงสภาวะตลาดที่มีความกระตือรือร้นมากขึ้น ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวมในไตรมาสนี้มีทิศทางสดใสกว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน
ข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนต่อการสนับสนุนของภาครัฐ
เพื่อรักษาอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมดิจิทัลคาดหวังให้ภาครัฐยื่นมือเข้ามาสนับสนุนในหลายมิติ โดยเฉพาะการเพิ่มความต่อเนื่องของมาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการจ้างงานและการพัฒนาทักษะบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของตลาด รวมถึงการเร่งผลักดันอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูงอย่างเกมและดิจิทัลคอนเทนต์อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการสร้างโอกาสทางการค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce เพื่อช่วยขยายช่องทางจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการรายย่อย
เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของภาคธุรกิจ ดร.ศุภกร สิทธิไชย ได้เน้นย้ำถึงแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในระยะต่อไปว่า
“ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยคาดหวังให้ภาครัฐสนับสนุนความต่อเนื่องของมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการจ้างงานและการพัฒนาทักษะบุคลากร พร้อมเร่งผลักดันอุตสาหกรรมเติบโตสูงอย่างเกมและดิจิทัลคอนเทนต์อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสผ่าน E-commerce ตลอดจนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานกลาง เพื่อลดต้นทุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจเข้าสู่เทรนด์อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Economy) เพื่อสร้างโอกาสใหม่ในเวทีการค้าโลก”
ข้อเสนอดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจะเป็นหัวใจสำคัญในการลดต้นทุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวเข้าสู่เทรนด์อุตสาหกรรมสีเขียวได้อย่างรวดเร็ว การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานกลางและการปรับเปลี่ยนองค์กรให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล ไม่เพียงแต่จะช่วยลดอุปสรรคทางการค้า แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ในเวทีการค้าระดับโลกได้อย่างยั่งยืน
คาดการณ์แนวโน้มอนาคตและความเชื่อมั่นในอีก 3 เดือนข้างหน้า
สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมดิจิทัลในระยะถัดไป ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมจะฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่าดัชนีความเชื่อมั่นในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวสูงขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 51.6 ซึ่งเป็นระดับที่เกินกว่า threshold กลางอย่างชัดเจน สะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของผลประกอบการ ปริมาณงาน และคำสั่งซื้อที่จะทยอยปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสถัดไป
แรงหนุนสำคัญที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในช่วงปลายปี คือการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐในไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดโครงการลงทุนด้านไอทีและดิจิทัลใหม่ๆ ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ผลจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาลในระยะที่ผ่านมา จะเริ่มออกผลอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ส่งผลให้ระดับความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ
อนึ่ง ผู้สนใจและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสามารถติดตามรายละเอียด ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ประจำไตรมาส 2 ปี 2569 รวมถึงข้อมูลดัชนีชี้วัดดิจิทัลอื่นๆ ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ได้ทางเว็บไซต์ www.depa.or.th/th/depakm/digital-indicators หรือผ่านช่องทาง LINE OA: depaThailand และเฟซบุ๊กแฟนเพจ depa Thailand เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนธุรกิจต่อไป
#ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล #ดีป้า #อุตสาหกรรมดิจิทัล #เศรษฐกิจดิจิทัล #เทคโนโลยีAI #DataCenter #GreenEconomy #depaThailand

