สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ BDE เปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital GDP) ของประเทศไทยในปี 2569 โดยคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 5.6 และมีมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลแบบกว้างถึง 5.7 ล้านล้านบาท อัตราการเติบโตดังกล่าวถือว่าขยายตัวเร็วกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP โดยรวมถึง 2.2 เท่า ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากวัฏจักรขาขึ้นของการส่งออกสินค้าดิจิทัลและความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก
การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลท่ามกลางความท้าทายระดับโลก
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ระบุว่า “เศรษฐกิจดิจิทัลในปี 2569 (ราคาที่แท้จริง หรือ CVM) ขยายตัวร้อยละ 5.6 และคิดเป็นอัตราการขยายตัวประมาณ 2.2 เท่า ของ GDP โดยรวม แม้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนพลังงาน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของการค้าโลก” ทั้งนี้ การคาดการณ์ดังกล่าวประเมินภายใต้เงื่อนไขที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ขยายขอบเขตและไม่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น
จากการประเมินของ BDE พบว่ามูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลในปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 5.6 เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ขยายตัวร้อยละ 5.0 และพบว่าเศรษฐกิจดิจิทัลขยายตัวสูงกว่าเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในเกือบทุกองค์ประกอบ สำหรับปี 2570 มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 6.3 ตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.4 และองค์การการค้าโลก (WTO) คาดว่าการค้าโลกจะขยายตัวร้อยละ 2.6
ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI หนุนไทยผงาดเวทีโลก
ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล มาจากการส่งออกสินค้าดิจิทัลที่อยู่ในช่วงวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคธุรกิจทั่วโลก ส่งผลให้ความต้องการสินค้าดิจิทัลสูงขึ้น รวมถึงมีการเร่งส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา ทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าดิจิทัลในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 45
สอดคล้องกับรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ยกให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI Hardware) รายใหญ่ของโลกร่วมกับไต้หวัน เกาหลี และมาเลเซีย ประกอบกับประเทศไทยยังมีแนวโน้มการเติบโตและการลงทุนที่สูงในอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center) บริการคลาวด์ (Cloud Service) ชิ้นส่วนแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และเซมิคอนดักเตอร์
ตัวเลขการลงทุนและการค้าต่างประเทศ
การลงทุนด้านดิจิทัลโดยรวมในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวเร่งขึ้นเป็นร้อยละ 8.9 โดยการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 9.2 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ AI และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ขณะที่การลงทุนภาครัฐด้านดิจิทัลพลิกกลับมาขยายตัวที่ร้อยละ 3.3 สะท้อนจากนโยบายของรัฐที่เร่งพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ทางด้านการบริโภคภาคเอกชนในอุตสาหกรรมดิจิทัลคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 4.2 เนื่องจากการทยอยเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างแพร่หลายของประชาชน
ในมิติของการค้าต่างประเทศ มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการอุตสาหกรรมดิจิทัลในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 22.2 ซึ่งอัตราที่สูงกว่าการส่งออกสินค้าโดยรวมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันของสินค้าดิจิทัลไทยในตลาดโลก ในขณะเดียวกัน การนำเข้าสินค้าและบริการดิจิทัลกลับมาขยายตัวร้อยละ 24.0 เพื่อตอบสนองความต้องการอุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
ภาพรวมรายอุตสาหกรรมดิจิทัลและข้อจำกัดที่ต้องระวัง
เมื่อพิจารณาการขยายตัวจำแนกตามรายอุตสาหกรรมในปี 2569 พบว่าอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์คาดว่าจะขยายตัวสูงสุดที่ร้อยละ 9.4 รองลงมาคืออุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ขยายตัวร้อยละ 8.6 และอุตสาหกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Devices) ขยายตัวร้อยละ 8.1 ส่วนอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 7.7 ตามวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก
ทั้งนี้ BDE ยังได้ประเมินถึงปัจจัยเสี่ยงและข้อจำกัดที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจดิจิทัล ได้แก่ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงจากการตั้งกำแพงภาษีตามมาตรา 301 ของสหรัฐอเมริกา การแข่งขันในการดึงดูดการลงทุนด้านดิจิทัลในภูมิภาค การแข่งขันจากสินค้าดิจิทัลนำเข้า และความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทานโลก โดยตัวเลขทั้งหมดนี้ประมวลผลโดยใช้วิธีปริมาณลูกโซ่ (CVM) ร่วมกับสมการเศรษฐศาสตร์ที่พัฒนาโดย Huawei และ Oxford เพื่อวัดผลกระทบในอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างครอบคลุม
#DigitalGDP #เศรษฐกิจดิจิทัล #BDE #AIHardware #การลงทุนดิจิทัล #เศรษฐกิจไทย2569

