InnovestX ชี้หุ้นไทยยังเปราะบาง แนะจับตา 4 ธีมลงทุนรับ Earnings Season

InnovestX

InnovestX Research มองตลาดหุ้นไทยยังคงมีความเปราะบางจากความเสี่ยงทางการเมืองในประเทศที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนไทยจะเติบโตขึ้น และปัจจัยต่างประเทศในสัปดาห์นี้จะเป็นไปในทิศทางบวกก็ตาม

กลยุทธ์ลงทุน Selective Buy ใน 4 ธีม

InnovestX Research แนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบ Selective Buy โดยเน้นไปที่ 4 ธีมหลัก ดังนี้

  1. หุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 2 จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ และ Valuation ยังไม่แพง โดยเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวได้ดีกว่าตลาด YTD ได้แก่ กลุ่ม ICT (ADVANC), กลุ่ม TOURISM (MINT), และกลุ่ม FOOD (TU BTG OSP)

  2. หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการผลิต (โดยเฉพาะจีน) และผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วขณะที่ราคาหุ้นยังไม่ได้สะท้อนปัจจัยบวกดังกล่าว ได้แก่ KCE SCGP PTTGC

  3. หุ้น Small Cap ที่คาดว่ากำไรไตรมาส 2 จะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ QoQ และ Valuation ไม่แพง อีกทั้งยังมีศักยภาพจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ได้แก่ AMATA AU KLINIQ TPAC TNP

  4. หุ้นน้ำมัน สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มเบาบางลง ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลงมาอยู่ในกรอบล่างของช่วง 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล InnovestX Research จึงมองว่ายังสามารถมีหุ้นน้ำมันสำหรับป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ได้ เช่น PTTEP

แนวโน้มตลาดระยะสั้น

InnovestX Research มองว่า SET Index ระยะสั้นยังคงมีความเปราะบางและแกว่งตัวในกรอบ โดยยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ในประเทศ และมีปัจจัยการเมืองกดดันบรรยากาศการลงทุน ทำให้ SET Index ยังคง Underperform ตลาดหุ้นในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ยังคงคาดหวังแรงหนุนจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยที่จะเติบโตดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 และปัจจัยต่างประเทศในสัปดาห์นี้ที่คาดว่าจะเป็นไปในทิศทางบวก เช่น ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนพฤษภาคมของจีนและสหรัฐฯ คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น หลังมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และการประชุมนโยบายการเงินของ ECB ในวันที่ 6 มิถุนายน ที่คาดว่าจะเริ่มมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรก

ประเด็นสำคัญที่น่าจับตา

  • ISM รายงานดัชนี PMI ภาคบริการของสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมปรับตัวขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ ADP รายงานการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาสที่ Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น

  • EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ สัปดาห์ที่แล้วเพิ่มขึ้น สวนทางกับที่คาดว่าจะลดลง ซึ่งบ่งชี้ว่าอุปสงค์เชื้อเพลิงอ่อนแอในช่วงวันหยุด Memorial Day ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นฤดูการขับขี่รถยนต์ในฤดูร้อนของสหรัฐฯ

  • BoC ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 4.75% เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังอัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลง พร้อมส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไป หากอัตราเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวลง

  • กกร. ประเมิน GDP ไทยปีนี้เติบโต 2.2-2.7% จากหลายปัจจัยเสี่ยงที่กระทบเศรษฐกิจ ทำให้การฟื้นตัวมีจำกัด และเห็นด้วยกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ส่วนเรื่องค่าแรงให้ปรับขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจ แต่กังวลว่าการส่งออกจะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ขณะที่นายกรัฐมนตรีคาดว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี 2567 จะดีขึ้นมาก และเตรียมออกมาตรการกระตุ้น รวมถึงหารือกับกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร เพื่อขยายช่องทางจัดเก็บภาษีเพิ่ม

  • ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดพิจารณาต่อไปในคดีที่ กกต. ขอให้วินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกลในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ หลังจากพรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงข้อกล่าวหามาแล้วเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา

คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

#InnovestX #หุ้นไทย #การลงทุน #SelectiveBuy #ธีมลงทุน #EarningsSeason #ตลาดหุ้น #ข่าวเศรษฐกิจ#TheReporterAsia

banner Sample

Related Posts