ทริสเรทติ้ง ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “A-” ด้วยแนวโน้ม “Stable” สะท้อนงบดุลที่แข็งแกร่ง ภาระหนี้ต่ำ และสถานะบริษัทย่อยเชิงกลยุทธ์ของ SCCC
สถานะบริษัทย่อยเชิงกลยุทธ์หนุนเสถียรภาพเครดิต
บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) หรือ LANNA ที่ระดับ “A-” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) พร้อมประเมินอันดับเครดิตเฉพาะองค์กร (Stand-alone Credit Profile — SACP) ไว้ที่ระดับ “a-” ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซียมาอย่างยาวนาน มีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพด้านต้นทุน และมีสถานะทางการเงินที่ภาระหนี้อยู่ในระดับต่ำมาก
นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังพิจารณาให้ LANNA มีสถานะเป็น “บริษัทย่อยเชิงกลยุทธ์” (Strategic Subsidiary) ของ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC โดยทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาถ่านหินรายสำคัญ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20%-25% ของความต้องการใช้ถ่านหินทั้งหมดของ SCCC เพื่อสนับสนุนการผลิตปูนซีเมนต์ แม้ SCCC จะเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกตามกลยุทธ์ลดคาร์บอน แต่ถ่านหินยังเป็นแหล่งพลังงานที่จำเป็นจากประสิทธิภาพด้านความร้อนและเสถียรภาพของเชื้อเพลิง
รับมือความท้าทายด้านกฎระเบียบและปริมาณสำรองในอินโดนีเซีย
แม้ว่าอันดับเครดิตจะมีข้อจำกัดจากปริมาณสำรองถ่านหินที่พิสูจน์แล้ว ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งเหลืออยู่ราว 54.6 ล้านตัน หรือผลิตได้อีกประมาณ 7 ปี แต่ LANNA มีแผนแสวงหาปริมาณสำรองทดแทนผ่านการเข้าซื้อกิจการหรือลงทุนในเหมืองใหม่ ซึ่งทริสเรทติ้งมองว่าเป็นความเสี่ยงระยะยาวที่สามารถบริหารจัดการได้
ขณะเดียวกัน สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบในอินโดนีเซียมีความเข้มงวดมากขึ้น โดยในปี 2569 รัฐบาลอินโดนีเซียได้ปรับลดเป้าหมายการผลิตถ่านหินระดับประเทศลงเหลือ 600 ล้านตัน ส่งผลให้โควตาการผลิตของบริษัทในปี 2569 ต่ำกว่าปีก่อนราว 40%-50% รวมถึงอาจมีการปรับเพิ่มสัดส่วนการจัดจำหน่ายภายในประเทศ (DMO) เป็น 30% จากเดิม 25% อย่างไรก็ตาม สถานะต้นทุนการทำเหมืองแบบเปิดและระบบขนส่งที่เอื้ออำนวย ซึ่งรักษาต้นทุนเงินสดไว้ที่ 24-26 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน จะช่วยเป็นกันชนรองรับความผันผวนได้เป็นอย่างดี
งบดุลแข็งแกร่งพร้อมสภาพคล่องสูงรองรับแนวโน้มราคาถ่านหินชะลอตัว
ทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่าปริมาณการจำหน่ายถ่านหินรวมของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 7.35 ล้านตันในปี 2569 และประมาณ 6.7 ล้านตันต่อปีในช่วงปี 2570-2571 ขณะที่ดัชนีราคาถ่านหิน Newcastle มีแนวโน้มปรับเข้าสู่ระดับปกติที่ 125 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตันในปี 2569 , 110 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตันในปี 2570 และ 90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตันในปี 2571 ส่งผลให้รายได้คาดว่าจะอยู่ที่ 1.45 หมื่นล้านบาทในปี 2569 และ EBITDA อยู่ที่ประมาณ 3.0 พันล้านบาท
ฐานะทางการเงินของ LANNA ยังคงแข็งแกร่งอย่างมาก โดย ณ เดือนมีนาคม 2569 บริษัทมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นราว 3.39 พันล้านบาท พร้อมเงินทุนจากการดำเนินงานคาดการณ์ที่ 2.9 พันล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อภาระการชำระหนี้ระยะสั้น 1.03 พันล้านบาท การลงทุนบำรุงรักษา 300 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผล 263 ล้านบาท โดยสัดส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ยังคงต่ำกว่า 1.5 เท่า
#ข่าวธุรกิจ #LANNA #ทริสเรทติ้ง #อันดับเครดิต #เหมืองถ่านหิน #หุ้นไทย

