สวทช. ประกาศวิสัยทัศน์วาระ 2 “สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ขานรับนโยบายรัฐมนตรี อว. เดินหน้าเต็มกำลังสู่การเป็นขุมพลังหลักด้าน วทน. ของประเทศ พร้อมโชว์ผลงานเด่นวาระแรกที่พิสูจน์แล้วว่าสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าสานต่อความสำเร็จผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก มุ่งเน้นการแก้ปัญหาใหญ่ของประเทศด้วยงานวิจัยที่จับต้องได้ ตั้งแต่การเกษตร การแพทย์ อุตสาหกรรม การศึกษา ไปจนถึงการรับมือภัยพิบัติ
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดงานแถลงข่าวประกาศทิศทางการดำเนินงานในวาระที่ 2 ของคณะผู้บริหาร นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. โดยได้เปิดวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นในการ “สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยในทุกมิติ
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) เป็นผู้มอบนโยบายสำคัญ โดยได้ให้ความเห็นชอบแผนงานและคณะผู้บริหาร สวทช. ในวาระที่ 2 อย่างเป็นทางการ
รัฐมนตรี อว. ตอกย้ำ สวทช. ขุมพลังหลักด้าน วทน. ของชาติ
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ได้กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของ สวทช. ว่า “สวทช. คือ ขุมพลังหลักของประเทศในการวิจัย พัฒนา ออกแบบ วิศวกรรม และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์ โดยมีภารกิจสำคัญในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ”
พร้อมกันนี้ ได้มอบนโยบายสำคัญให้ สวทช. นำไปขับเคลื่อนใน 2 ด้านหลัก ได้แก่:
- การพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม: มุ่งเน้นการยกระดับเกษตรกรรมสมัยใหม่, การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, การสร้างอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำที่เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) และการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- การพัฒนากำลังคน: ให้ สวทช. เป็นหน่วยงานหลักในการมุ่งพัฒนากำลังคนในทุกระดับ และเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนกรอบการพัฒนา AI แห่งชาติ
เปิดวิสัยทัศน์วาระ 2 “สร้าง-ปรับ-รักษา-ละทิ้ง” สู่งานวิจัยที่ใช้ได้จริง
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้ขานรับนโยบาย พร้อมประกาศวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินงานในวาระที่ 2 ว่า “สวทช. เป็นขุมพลังหลักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” โดยจะดำเนินงานผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ (1) ขับเคลื่อนแผน S&T Implementation for Sustainable Thailand ร่วมกับพันธมิตรเพื่อขยายผลสู่การใช้ประโยชน์จริง , (2) สร้างความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์ประเทศ , (3) สร้างการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาบุคลากรด้าน วทน. และ (4) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง
“เป้าหมายหลักเราต้องการให้งานวิจัยถึงผู้ใช้ประโยชน์จริง โดยใช้หลักการ ‘สร้าง-ปรับ-รักษา-ละทิ้ง’ โดย สร้าง เป็นธงนำของการทำงานในการสร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปรับ คือ ปรับเปลี่ยนจากสิ่งที่นักวิจัยอยากทำ เป็นการเอาปัญหาประเทศเป็นตัวตั้ง เพื่อระดมสรรพกำลังแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรม รักษา คือ การรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และ ละทิ้ง คือ ละทิ้งความเชื่อที่ว่าความสำเร็จเท่ากับการตีพิมพ์หรือจดสิทธิบัตร” ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าว
สำหรับทิศทางในอนาคต สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้วางเป้าหมายการทำงานร่วมกับพันธมิตรในกระทรวงต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ของประเทศ อาทิ:
- ด้านการศึกษา: จับมือกระทรวงศึกษาธิการใช้ AI ผ่านแพลตฟอร์ม LEAD Education และ KidBright μAI เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับการเรียนรู้
- ด้านเกษตร: ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผลักดันเกษตรอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ผ่านโรงเรือนอัจฉริยะ (Plant Factory), ชุดตรวจโรคใบด่างมันสำปะหลัง, ชีวภัณฑ์ และการพัฒนาวัคซีนสัตว์
- ด้านการแพทย์: ทำงานกับกระทรวงสาธารณสุขมุ่งสู่ “การแพทย์แม่นยำ” โดยสร้าง Medical AI Data Platform ที่มีภาพทางการแพทย์แล้วกว่า 2.2 ล้านภาพ และขับเคลื่อนโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย (Genomics Thailand)
- ด้านอุตสาหกรรม: ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ Industry 4.0 เข้าสู่โรงงานผ่านแพลตฟอร์มและศูนย์นวัตกรรมเพื่อการผลิตที่ยั่งยืน (SMC) เพื่อยกระดับสู่โรงงานอัจฉริยะ
- ด้านมหาดไทยและสาธารณภัย: ขยายผลแพลตฟอร์ม Traffy Fondue สู่จังหวัดต่างๆ และส่งมอบแอปพลิเคชัน ‘ทันพิบัติ’ (TanPibut) ให้หน่วยงานเตือนภัยใช้ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์

โชว์ผลงานวาระแรก พิสูจน์ศักยภาพนวัตกรรมจับต้องได้
ก่อนการประกาศวิสัยทัศน์วาระใหม่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้นำเสนอผลงานเด่นในวาระที่ 1 ซึ่งสะท้อนความสำเร็จในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้แก้ปัญหาให้ประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
ปฏิรูปบริการรัฐ ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยดิจิทัล:
- Traffy Fondue (ทราฟฟี่ ฟองดูว์): ไม่ใช่แค่แอปแจ้งปัญหา แต่เป็นระบบนิเวศบริหารจัดการเมืองที่ถูกนำไปใช้แล้วใน 29 จังหวัดทั่วประเทศ มีหน่วยงานร่วมใช้งานกว่า 19,228 แห่ง ครอบคลุมประชากรกว่า 30-37 ล้านคน และยังเป็นเครื่องมือสำคัญในภาวะวิกฤต เช่น การแจ้งเหตุแผ่นดินไหว อุทกภัย และ PM2.5
- Digital Healthcare Platform: แพลตฟอร์มบริการการแพทย์ดิจิทัล ที่มีผู้ได้รับประโยชน์แล้วกว่า 7.8 ล้านคน โดยมีแพลตฟอร์มบริการการแพทย์ปฐมภูมิเป็นหัวใจหลัก ช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลและสนับสนุนนโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ รวมถึงแพลตฟอร์ม ‘นิรันดร์’ ที่ช่วยดูแลผู้สูงอายุในชุมชน
สร้างความมั่นคงด้านอาหาร ทรัพยากร และเศรษฐกิจที่ยั่งยืน:
- พันธุ์ข้าวแห่งอนาคต: พัฒนาข้าวเจ้าพันธุ์ไบโอเทค 1 (A1) ที่ให้ผลผลิตสูง 800-1,000 กก./ไร่ และต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล , ข้าวเจ้าพันธุ์หอมชลสิทธิ์ 2 (S16) ทนน้ำท่วมฉับพลัน และข้าวหอมสยาม ที่มีกลิ่นหอมและต้านทานโรค
- คลินิกคุณภาพน้ำ: แก้ปัญหาน้ำประปาหมู่บ้านที่ผ่านมาตรฐานเพียง 10% ด้วยการพัฒนาเซนเซอร์และเทคโนโลยีระบบผลิตน้ำประปา ช่วยให้ 24,000 ครัวเรือนใน 7 จังหวัดนำร่องได้เข้าถึงน้ำสะอาด
- ขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ: พัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดเพื่อ Net Zero และเศรษฐกิจหมุนเวียน ให้แก่ภาครัฐและเอกชนกว่า 180 หน่วยงาน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรปที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2569
ยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทย:
- Food SERP Platform: แพลตฟอร์มส่วนผสมฟังก์ชันสำหรับอาหารและเวชสำอาง สามารถสร้างผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ 47 รายการ, สร้างการลงทุน 318 ล้านบาท และก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจถึง 4,853 ล้านบาท
- Industry 4.0 Platform: สนับสนุนผู้ประกอบการยกระดับสู่ Industry 4.0 ครบวงจร โดยมีโรงงานใช้ Thailand i4.0 Check up 917 ราย และถ่ายทอดเทคโนโลยี Smart Factory สู่สถานประกอบการ 117 แห่ง
“ทั้งหมดนี้ คือตัวอย่างการสร้างระบบนิเวศวิจัยที่ยั่งยืนและใช้ประโยชน์ได้จริง โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มุ่งมั่นในการส่งมอบ ‘พิมพ์เขียว’ ระบบนิเวศวิจัยแบบใหม่ของประเทศ เพื่อสร้างชาติ พัฒนาประเทศ ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรวิจัยและทุกภาคส่วน” ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าวสรุป
การประกาศวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในการตอกย้ำบทบาทของการเป็นองค์กรวิจัยแห่งชาติ ที่พร้อมนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเป็นเครื่องมือหลักในการแก้โจทย์ใหญ่ของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
#สวทช #สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #นวัตกรรม #เศรษฐกิจไทย #วิจัยและพัฒนา #กระทรวงอว #TraffyFondue #การแพทย์แม่นยำ #เกษตรอัจฉริยะ #Industry40 #NetZero #BCG

