รัฐบาล ผนึกแพลตฟอร์ม ปั้น 5 มาตรการเด็ด สกัดเฟคนิวส์-IO

รัฐบาล ผนึกแพลตฟอร์ม ปั้น 5 มาตรการเด็ด สกัดเฟคนิวส์-IO

รัฐบาลจับมือแพลตฟอร์มออนไลน์ยักษ์ใหญ่ คลอด 5 มาตรการเร่งด่วน ปราบปราม “ข่าวปลอม” และ “ปฏิบัติการข่าวสาร (IO)” ชี้เป็นภัยคุกคามร้ายแรง กระทบความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงของชาติ และชีวิตประชาชน เตรียมใช้ AI ตรวจจับ-ปิดกั้น พร้อมยกระดับยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา สร้างเกราะป้องกันเศรษฐกิจดิจิทัล

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกมาเปิดเผยถึงทิศทางใหม่ในการต่อสู้กับสงครามข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์ หลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและวิเคราะห์ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อป้องกัน ข่าวปลอม ครั้งที่ 1/2568 โดยมีหน่วยงานด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความเร่งด่วนของปัญหาที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในมิติสังคม แต่ยังลุกลามเป็นมะเร็งร้ายที่กัดกินความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

นายประเสริฐกล่าวว่า รัฐบาลเล็งเห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงของข่าวปลอม ซึ่งถูกสร้างและส่งต่ออย่างรวดเร็วผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเนื้อหาที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง ไม่เพียงสร้างความสับสน แต่ยังปลุกระดม ยั่วยุ และสร้างความรุนแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนเศรษฐกิจ สังคม และสถาบันหลักของชาติ

“ข้อมูลข่าวสารที่ถูกบิดเบือนเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ” นายประเสริฐกล่าว

“เฟคนิวส์” ภัยเงียบเศรษฐกิจ ทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุน

ในมิติทางเศรษฐกิจ ปัญหาข่าวปลอมและปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ไม่ใช่แค่เรื่องกวนใจ แต่เป็น “ภัยคุกคาม” ที่สามารถสร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาล ข้อมูลที่บิดเบือนเพียงชิ้นเดียวสามารถทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้ในชั่วข้ามคืน

  • ตลาดทุนปั่นป่วน: ข่าวลือเกี่ยวกับนโยบายการเงินที่ไม่เป็นความจริง หรือข่าวโจมตีบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ สามารถทำให้มูลค่าตลาดหลักทรัพย์ผันผวนอย่างรุนแรง สร้างความเสียหายต่อนักลงทุนรายย่อยและสั่นคลอนเสถียรภาพของตลาดทุนโดยรวม
  • การท่องเที่ยวหยุดชะงัก: ประเทศไทยพึ่งพิงรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ข่าวปลอมเกี่ยวกับสถานการณ์โรคระบาด ความไม่ปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยว หรือความขัดแย้งทางการเมือง สามารถนำไปสู่การยกเลิกการเดินทางของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการจ้างงานในภาคบริการ
  • ความน่าเชื่อถือทางการค้าลดลง: ปฏิบัติการ IO ที่มุ่งเป้าทำลายชื่อเสียงสินค้าไทยในตลาดโลก เช่น การปล่อยข่าวว่าสินค้าเกษตรปนเปื้อน หรือใช้แรงงานผิดกฎหมายในกระบวนการผลิต อาจนำไปสู่การกีดกันทางการค้า และสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์และมูลค่าการส่งออกของประเทศ
  • เศรษฐกิจฐานรากสั่นคลอน: ข่าวปลอมที่พุ่งเป้าไปยังนโยบายของรัฐ เช่น โครงการช่วยเหลือเกษตรกร หรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ สามารถสร้างความเข้าใจผิดและขัดขวางการดำเนินนโยบายที่สำคัญ ทำให้การช่วยเหลือไม่ถึงมือประชาชนอย่างที่ควรจะเป็น

ด้วยเหตุนี้ การจัดการกับข่าวปลอมจึงไม่ใช่แค่การปกป้องประชาชนจากการถูกหลอกลวง แต่คือการปกป้องรากฐานทางเศรษฐกิจของประเทศให้มีความมั่นคงและน่าเชื่อถือในสายตานานาชาติ

เปิด 5 มาตรการเข้ม “ดีอี” ผนึกกำลังแพลตฟอร์ม

เพื่อรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว ที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ในการกำหนด 5 มาตรการสำคัญ เพื่ออุดช่องโหว่และเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามข่าวปลอมและบัญชีผู้ใช้งานต้องสงสัย (Account IO) ดังนี้

  1. จัดลำดับความสำคัญสูงสุดข่าวความมั่นคงชายแดน: กำหนดให้ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดนเป็น “Priority” สูงสุดในการจัดการ เนื่องจากเป็นประเด็นอ่อนไหวที่อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค การสกัดกั้นข้อมูลเท็จในเรื่องนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
  2. ใช้ AI ปราบ AI: นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในการตรวจจับและรวบรวมข่าวปลอมที่ได้รับการยืนยันแล้ว ก่อนจะดำเนินการปิดกั้น (Take Down) ในทุกช่องทางของแพลตฟอร์ม เป็นการยกระดับการต่อสู้ให้ทันต่อเทคโนโลยีที่ฝ่ายผู้ไม่หวังดีใช้ในการสร้างและกระจายข่าวปลอม
  3. เพิ่มกำลังคน-พัฒนา AI ตรวจจับบัญชีปลอม: จะมีการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่เพื่อสนับสนุนการดำเนินการจัดการข่าวปลอม ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์จะร่วมพัฒนา AI สำหรับตรวจจับบัญชีผู้ใช้งานปลอม โดยเฉพาะบัญชีที่แอบอ้างเป็นบุคคลสาธารณะ (Fake Account) ซึ่งมักถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือในการปล่อยข่าวลวงที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง
  4. กำหนดขั้นตอนจัดการ “ปฏิบัติการข่าวสาร (IO)”: สร้างกระบวนการที่ชัดเจนในการรับมือกับการโจมตีแบบ IO ซึ่งเป็นการบริหารจัดการข่าวในเชิงจิตวิทยา หากตรวจพบการดำเนินการลักษณะนี้ จะส่งเรื่องต่อไปยังสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการแจ้งไปยังแพลตฟอร์มให้ระงับการเผยแพร่โดยเร็วที่สุด
  5. ยกระดับการยืนยันตัวตน (Account Verification): มาตรการนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความโปร่งใสทางเศรษฐกิจดิจิทัล โดยจะยกระดับการยืนยันตัวตนของผู้ที่ต้องการลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม กำหนดให้ผู้ลงโฆษณาต้องเป็นบริษัทที่มีการยืนยันตัวตนชัดเจน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วและจะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นการใช้เงินเพื่อโปรโมทข่าวปลอมและขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์

บูรณาการการทำงาน ตั้งเป้าตรวจสอบ-ชี้แจงใน 3 ชั่วโมง

นอกเหนือจาก 5 มาตรการหลัก ที่ประชุมยังได้วางกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐให้มีความรวดเร็วและเป็นเอกภาพมากขึ้น โดยกำหนดให้ กระทรวงดีอี เป็น “ศูนย์กลาง” ในการรับเรื่องข่าวปลอมจากทุกหน่วยงานและจากประชาชน จากนั้นจะส่งต่อให้ กรมประชาสัมพันธ์ ประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวนั้นๆ ภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง

ภายหลังการตรวจสอบ กรมประชาสัมพันธ์จะเป็นหน่วยงานหลักในการชี้แจงข้อเท็จจริงและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องไปยังสื่อมวลชนและสาธารณชน ขณะที่กระทรวงดีอีจะนำผลการตรวจสอบแจ้งไปยังแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อดำเนินการปิดกั้นเนื้อหาที่เป็นเท็จต่อไป

“คณะกรรมการฯ มุ่งเน้นการบูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามข่าวปลอมบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ตามสถานการณ์ปัญหาความมั่นคงของประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารที่มีการตรวจสอบยืนยันจากหน่วยงานภาครัฐได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว และเป็นการแก้ไขปัญหาข่าวปลอมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ” นายประเสริฐ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้าย

เดินหน้าเอาผิดกฎหมาย-คุมเข้มผู้ให้บริการ

ในด้านการบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด ไปร่วมกันหารือเพื่อกำหนดแนวทางการร้องทุกข์กล่าวโทษให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การดำเนินคดีกับผู้ผลิตและผู้เผยแพร่ข่าวปลอมเกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างบรรทัดฐานให้สังคม

ขณะเดียวกัน ยังได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่อาจมีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำ IO และให้ดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสมต่อไป

สำหรับประชาชนที่พบเห็นลิงก์หรือข้อมูลที่น่าสงสัย สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับข่าวปลอมได้โดยการแจ้งเบาะแสโดยตรงที่เว็บไซต์ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย

การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่นี้นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทยในยุคดิจิทัล เพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปบนรากฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส

#ข่าวเศรษฐกิจ #เฟคนิวส์ #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #กระทรวงดีอี #เศรษฐกิจดิจิทัล #IO #ความมั่นคงไซเบอร์ #ประเสริฐจันทรรวงทอง #ปราบข่าวปลอม #เศรษฐกิจไทย

Related Posts