“หงส์ไทย” เจ้าของแบรนด์ยาดมสมุนไพรชื่อดัง ประกาศน้อมรับผลตรวจสอบจาก อย. หลังตรวจพบการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ พร้อมแสดงความรับผิดชอบเต็มที่ ประกาศจับมือ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) นำเทคโนโลยี “ฉายรังสีฆ่าเชื้อ” ซึ่งเป็น “Gold Standard” ระดับโลก มาใช้ยกระดับสินค้าทุกรายการ มุ่งสร้างความปลอดภัย 100% สู่มาตรฐานสากล
บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด กำลังเผชิญบททดสอบครั้งสำคัญ หลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจพบการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ “ยาดมผสมสมุนไพร ตราหงส์ไทย สูตร 2” (รุ่นการผลิต 000332)
นายธีระพงส์ ระบือธรรม เจ้าของบริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ได้ออกมาแถลงการณ์ยืนยัน พร้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด “บริษัทฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อลูกค้า และคู่ค้าที่ได้รับผลกระทบ” นายธีระพงส์กล่าว พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจและน้อมรับคำตำหนิ
แต่วิกฤตครั้งนี้ กำลังจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ นายธีระพงส์ ยืนยันว่า บริษัทฯ มีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหา และขอโอกาสในการพัฒนา “วิกฤติของเราในครั้งนี้กลายเป็นโอกาสที่จะช่วยให้เรายกระดับการพัฒนามาตรฐานของสินค้า ให้มีคุณภาพดีกว่าเดิมแบบปลอดภัยต่อผู้บริโภค 100%”
โดยบริษัทฯ ได้ประกาศแผนยกระดับมาตรฐานโรงงานและสำนักงานทั้งระบบอย่างเร่งด่วน และยืนยันว่าการแก้ปัญหาทั้งหมดภายใต้ความร่วมมือกับ สทน. จะแล้วเสร็จภายใน 7 วัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว
สทน. ชู “เทคโนโลยีฉายรังสี” ทางออกที่ปลอดภัย 100%
กุญแจสำคัญในการยกระดับครั้งนี้ คือการจับมือกับ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน.
นายกมล อุ่นชู ผู้จัดการศูนย์ฉายรังสี สทน. เปิดเผยว่า สทน. มีพันธกิจในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย และหลังจากทราบข่าว สทน. ก็ได้เร่งประสานงานไปยังหงส์ไทยเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาทันที
ทางออกที่ สทน. เสนอ คือ “เทคโนโลยีการฉายรังสี” (Radiation Technology) ซึ่งถือเป็น “Gold Standard” ในระดับสากล
นายกมล อธิบายว่า นี่คือ “เทคโนโลยีสะอาด” (Clean Technology) ที่ใช้พลังงานรังสีฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ โดยมีจุดเด่นที่สำคัญดังนี้:
- ไม่ใช้สารเคมี: กระบวนการนี้ไม่ใช้สารเคมีใดๆ จึงไม่ก่อให้เกิดสารพิษหรือสารเคมีตกค้างในผลิตภัณฑ์
- ปลอดภัย 100%: ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม 100%
- ฆ่าเชื้อในบรรจุภัณฑ์สุดท้าย: สทน. จะใช้เทคโนโลยี Electron Beam (E-Beam) และ โคบอลต์-60 ในการฆ่าเชื้อในแพ็กเกจสุดท้าย ซึ่งช่วยป้องกันการปนเปื้อนซ้ำ (Re-contamination) ได้อย่างสมบูรณ์
- รักษากลิ่นและสรรพคุณ: นี่คือการ “ฆ่าเชื้อแบบเย็น” (Cold Sterilization) ที่ไม่ใช้ความร้อน จึงช่วยรักษาสารระเหยที่ให้กลิ่นหอมและคุณสมบัติทางยาของสมุนไพรไว้ได้อย่างครบถ้วน ทำให้ยาดมยังคงมีกลิ่นหอมและสรรพคุณตามต้นตำรับ
- ประสิทธิภาพสูงสุด: เทคโนโลยีนี้ปลอดเชื้อ 100% สามารถลดปริมาณจุลินทรีย์ให้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และครอบคลุมเชื้อดื้อยาและสปอร์

สยบความกังวล “ไม่มีรังสีตกค้าง 100%”
ประเด็นสำคัญที่ผู้บริโภคอาจกังวล คือความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์หลังผ่านการฉายรังสี
นายกมล อุ่นชู จาก สทน. ได้ยืนยันอย่างชัดเจนในประเด็นนี้ว่า “ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการฉายรังสี จะ ไม่มีรังสีตกค้างเลยแม้แต่น้อย และ ไม่กลายเป็นสารกัมมันตรังสีอย่างแน่นอน 100%“
เทคโนโลยีนี้ได้รับการพิสูจน์และรับรองจากองค์กรสากลระดับโลกมากมาย เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอเมริกา และทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
กระบวนการทั้งหมดจะดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ในโรงงานฉายรังสีระบบปิดของ สทน. ภายใต้การควบคุมที่เข้มงวดและมาตรฐานสากล โดยใช้เวลาเพียง 1-2 วัน ก็สามารถส่งมอบสินค้าคืนพร้อมใบการันตีความปลอดภัยได้
ก้าวต่อไป: สร้างมาตรฐานใหม่ให้สมุนไพรไทย
นายธีระพงส์ แห่งหงส์ไทย ย้ำว่า “สินค้าทุกตัวต่อจากนี้จะผ่านการยกระดับความปลอดภัย และการตรวจที่ สทน.” เขามองว่าความไม่รู้ในอดีต จะผลักดันให้บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิม และ “หงส์ไทยจะไม่หยุดพัฒนา”
ด้าน สทน. มองว่า เหตุการณ์นี้คือโอกาสในการสร้างความแข็งแกร่งที่ยั่งยืนให้หงส์ไทย นายกมล เน้นย้ำว่า สทน. มุ่งหวังให้ปัญหานี้ นำไปสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสินค้าสมุนไพรไทยทั้งหมด และกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาศักยภาพของสินค้าสมุนไพรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
#หงส์ไทย #ยาดมหงส์ไทย #สทน #เทคโนโลยีนิวเคลียร์ #ฉายรังสี #ยาดมสมุนไพร #อย #มาตรฐานสมุนไพรไทย #พลิกวิกฤตเป็นโอกาส #ข่าวเศรษฐกิจ #TheReporterAsia

