เจาะลึกวัสดุอุดหลุมสามเสน “CPC Extra Base layer” พลิกโฉมงานฐานราก

เจาะลึกวัสดุอุดหลุมสามเสน “CPC Extra Base layer” พลิกโฉมงานฐานราก

สังคมยังไม่ลืมภาพหลุมยุบขนาดใหญ่บริเวณ “สามเสน” ใกล้โรงพยาบาลวชิระ ที่สร้างความตื่นตระหนกและอัมพาตทางการจราจร แต่เบื้องหลังการกู้คืนพื้นที่ได้ในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ คือการใช้ “CPAC Extra base layer” นวัตกรรมวัสดุใหม่ของ SCG ที่ถูกส่งเข้าภารกิจเร่งด่วน TheReporterAsia เจาะลึกวัสดุนี้ที่ไม่ได้มีดีแค่ “อุดหลุม” แต่มันคือเทคโนโลยีที่กำลังจะ “พลิกโฉม” (Disrupt) งานฐานรากของไทยทั้งระบบ ชี้ชัดแม้ราคาทุนสูงกว่าดิน แต่ “ต้นทุนรวม” และ “เวลา” คือชัยชนะที่แท้จริง

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – จากวิกฤตการณ์หลุมยุบขนาดมหึมาบนถนนสามเสน ที่เกิดจากท่อประปาใต้ดินแตกและกัดเซาะชั้นดินจนเกิดเป็นโพรงลึกหลายสิบเมตร ได้สร้างคำถามใหญ่ให้กับสังคมถึงความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานใต้ผิวถนนที่เราใช้งานอยู่ทุกวัน แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันได้กลายเป็น “กรณีศึกษา” (Case Study) ที่สำคัญที่สุดของการใช้นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างใหม่ที่ชื่อว่า CPAC Extra base layer ในการกอบกู้วิกฤต

TheReporterAsia ได้ทำการเจาะลึกถึงเบื้องหลังภารกิจเร่งด่วนครั้งนั้น และพบว่าวัสดุที่ถูกเลือกใช้นี้ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือคำตอบของความท้าทายที่วงการก่อสร้างไทยเผชิญมาตลอดในเรื่อง “งานดินบดอัด”

ภารกิจกู้ “สามเสน”: เมื่อความเร็วและความคงทนคือโจทย์หลัก

ความท้าทายของเหตุการณ์ที่สามเสนไม่ใช่แค่ “การถมให้เต็ม” แต่คือ “การถมอย่างไรให้มั่นคงและไม่ยุบซ้ำ”

แหล่งข่าวในทีมวิศวกรรมที่เข้าดำเนินการ เปิดเผยกับ TheReporterAsia ว่า โพรงที่เกิดขึ้นมีความลึกมหาศาล การใช้ทรายหรือหินคลุกบดอัดแบบดั้งเดิมมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะน้ำใต้ดินที่ยังคงมีอยู่ อาจกัดเซาะวัสดุใหม่และทำให้เกิดโพรงซ้ำอีกในอนาคต

ทางออกคือการใช้วัสดุวิศวกรรม CPAC Extra base layer ชนิดใหม่จาก SCG ประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อ “อุดโพรง” (Filling the Void) ที่อยู่ใต้ชั้นเบส (Base Layer) ทั้งหมด

“เรามีการปรับสูตรให้มีความข้นมากขึ้น (ข้น ๆ หน่อย) เพื่อให้วัสดุสามารถไหลเข้าไปเติมเต็มทุกช่องว่างใต้ดินได้อย่างสมบูรณ์” แหล่งข่าวกล่าว

คุณสมบัติเด่นที่ทำให้วัสดุนี้ถูกเลือกใช้ คือ “ความคงตัวในน้ำ” (Water Stability) ซึ่งเป็นหัวใจของการแก้ปัญหา เมื่อวัสดุนี้เซ็ตตัว มันจะไม่ไหลตามน้ำเหมือนทราย น้ำจะแค่ซึมผ่าน ทำให้วัสดุชุ่มน้ำ แต่จะไม่ถูกกัดเซาะจนพังทลาย นี่คือการการันตีว่าโครงสร้างที่ซ่อมใหม่จะมีความคงตัวและไม่เกิดปัญหาซ้ำเดิมอีก

ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งคือ การดำเนินการที่ซับซ้อนนี้เสร็จสิ้น และสามารถคืนพื้นผิวจราจรได้ภายในเวลาเพียงประมาณ 2 อาทิตย์ ซึ่งถือว่ารวดเร็วอย่างยิ่งสำหรับความเสียหายระดับนี้

ถอดรหัส “CPAC Extra base layer”: หนึ่งเดียวแทน 3 ชั้นดินเดิม

ความสำเร็จที่สามเสนเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของศักยภาพวัสดุนี้ แท้จริงแล้ว CPAC Extra base layer ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อ “ปฏิวัติ” กระบวนการทำงานฐานรากแบบเดิมๆ

ในงานก่อสร้างถนนคอนกรีตมาตรฐาน ผู้รับเหมาต้องทำงานถึง 3 ชั้น ได้แก่:

  1. ชั้นรองพื้นทาง (Subbase)
  2. ชั้นพื้นทาง (Base)
  3. ชั้นทรายบดอัด (Sand Compaction)

CPC Extra Base layer

กระบวนการ 3 ชั้นนี้ คือ “ฝันร้าย” ของการควบคุมต้นทุนและเวลา เพราะต้องใช้เครื่องจักรหนักหลายชนิด (รถเกรด, รถตัก, รถบด) ทำงานซ้ำๆ กันหลายรอบ และที่สำคัญคือ “การควบคุมคุณภาพ” (QC) ทำได้ยากมาก

“การบดอัดดินหรือหินคลุกให้แน่นสม่ำเสมอทั่วทั้งพื้นที่เป็นเรื่องท้าทาย” วิศวกรโยธาผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็น “แค่ฝนตกหนักหนึ่งครั้ง ความแน่นที่ทำมาทั้งวันก็อาจจะไม่เท่ากันแล้ว ทำให้ต้องเสียเวลาแก้ไข และโครงการล่าช้า”

CPAC Extra base layer ถูกออกแบบมาเพื่อ “ฆ่า” ปัญหาเหล่านี้ โดยเสนอแนวคิด “หนึ่งชั้นแทนสามชั้น” (One Layer Replaces Three)

ผู้รับเหมาเพียงแค่เทวัสดุนี้ลงไปในชั้นเดียว เพื่อทำหน้าที่แทนวัสดุดินบดอัดทั้ง 3 ชั้นเดิมทันที นี่คือการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน (Process Transformation) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐศาสตร์ของโครงการ

เจาะลึกคุณสมบัติ: “ซีเมนต์โพงโลคาร์บอน” ที่ “ขุดออกได้”

อะไรที่ทำให้วัสดุนี้ทำหน้าที่แทนดินบดอัดที่หนาหลายสิบเซนติเมตรได้?

  1. ส่วนประกอบซีเมนต์โลคาร์บอน (Low-Carbon Cement): หัวใจหลักคือซีเมนต์ ซึ่งให้ความแข็งแรงที่เหนือกว่าดินบดอัดทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด แต่จุดที่น่าสนใจคือการเลือกใช้ “ปูนโลคาร์บอน” ซึ่งสอดรับกับเมกะเทรนด์ ESG (Environmental, Social, and Governance) ที่ภาคอุตสาหกรรมหนักทั่วโลกกำลังมุ่งหน้าลดการปล่อย CO2
  2. โครงสร้าง “ซีเมนต์โพง” (Porous Cement): ไม่ใช่คอนกรีตทึบตัน แต่โครงสร้างภายในมีลักษณะเป็นโพรง หรือมีรูพรุนย่อยๆ กระจายตัว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ออกแบบมาเพื่อการซึมผ่านของน้ำและการรับแรง
  3. แข็งแกร่งแต่ “ขุดออกได้” (Excavatable / Re-engineerable): นี่คือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดสำหรับงานสาธารณูปโภคในเมือง แม้จะแข็งตัว (เซ็ตตัวใน 24 ชั่วโมง) แต่หากในอนาคตจำเป็นต้องมีการซ่อมท่อหรือรื้อถอนระบบใต้ดิน วิศวกรสามารถ “ขุดออกได้” ซึ่งง่ายกว่าการสกัดคอนกรีตมหาศาล นี่คือความยืดหยุ่นที่งานดินบดอัดแบบเดิมให้ไม่ได้

พลิกสมการต้นทุน: เมื่อ “Total Cost” ชนะ “Material Cost”

ในโลกธุรกิจ คำถามแรกที่ผู้ประกอบการถามคือ “แพงกว่าเดิมหรือไม่?”

คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ “ใช่ แต่ไม่ใช่”

หากเปรียบเทียบราคา “วัสดุต่อวัสดุ” (Material vs. Material) แน่นอนว่า CPAC Extra base layer ซึ่งเป็นวัสดุวิศวกรรม ย่อมมีราคาสูงกว่าดินหรือหินคลุกที่หาได้ทั่วไป

แต่นี่คือ “กับดัก” ทางความคิดที่ทำให้โครงการก่อสร้างในไทยจำนวนมากมีต้นทุนแฝงมหาศาล การวิเคราะห์ที่ถูกต้องในยุคนี้ต้องมองที่ “ต้นทุนรวมโครงการ” (Total Cost of Project) และ “ค่ากระบวนการทำงาน” (Work Process Cost)

CPAC Extra base layer สร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจนใน 3 มิติ:

  1. ความเร็วคือเงิน: วัสดุนี้ใช้เวลาเซ็ตตัวและแข็งจนสามารถเริ่มทำงานในชั้นถัดไปได้ภายใน 6-8 ชั่วโมง เท่านั้น เทียบกับวิธีเดิมที่ต้องเสียเวลา “ตบและเกรด” วัสดุ 3 รอบ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายวันหรือเป็นสัปดาห์
  2. ลดขั้นตอนมหาศาล: การยุบงาน 3 ชั้น เหลือ 1 ชั้น คือการลดชั่วโมงการทำงานของคนและเครื่องจักรลงอย่างมหาศาล
  3. ลดเครื่องจักรหนัก (ลด CO2): จากเดิมที่ต้องใช้ขบวนรถบด รถเกรด สลับกันทำงาน นวัตกรรมนี้อาจต้องการเพียง “รถบดคันเดียว” (หรือที่หน้างานเรียกว่า “รถม่วก”) ในการจบงาน ซึ่งหมายถึงการประหยัดค่าน้ำมัน ค่าเช่าเครื่องจักร และค่าแรงงานมหาศาล และยังเป็นการลดการปล่อย CO2 หน้างานโดยตรง

เมื่อนำ “ค่ากระบวนการทำงานที่ถูกกว่ามาก” มาหักลบกับ “ราคาวัสดุที่สูงกว่า” ผลลัพธ์ที่ได้คือ ต้นทุนรวมแทบไม่แตกต่างกัน

แต่สิ่งที่โครงการได้กลับมาคือ “เวลา” ที่เร็วขึ้นหลายเท่าตัว, “คุณภาพ” ที่แน่นอน (ไม่ต้องลุ้นกับฝน), และ “ความยั่งยืน” (ESG) ที่เป็นรูปธรรม

ตลาดที่กว้างกว่า “การอุดหลุม”

แม้กรณีศึกษา “สามเสน” จะเป็นการแจ้งเกิดในฐานะ “ผู้กู้วิกฤต” แต่ตลาดที่แท้จริงของ CPAC Extra base layer นั้นใหญ่กว่ามาก

  • งานถนนและป้องกันหลุมยุบ: การใช้วัสดุนี้เป็นฐานรากถนนมาตรฐาน จะช่วยตัดวงจรการเกิดโพรงใต้น้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของหลุมยุบ (Sinkhole) ที่เราเห็นตามข่าวบ่อยๆ
  • งานวางท่อ (Pipe Laying): นี่คือตลาดที่ชัดเจนมาก โดยเฉพาะในเขตเมือง
    • พื้นที่จำกัด: ในซอยแคบ หรือชุมชน ที่การนำเครื่องจักรบดอัดหนักเข้าไปทำงานกับทรายบดอัดเป็นเรื่องยากมาก วัสดุนี้สามารถใช้รถขนาดเล็กเทลงไปและจบงานได้เลย
    • ความทนทาน: ช่วยป้องกันการขยับตัวของท่อเมื่อดินทรุด และในงานท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ วัสดุนี้จะช่วยประคองท่อ (Pipe Bedding) ไว้ได้อย่างมั่นคง

บทสรุป: สัญญาณเปลี่ยนเกมอุตสาหกรรมก่อสร้าง

การมาถึงของ CPAC Extra base layer ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาและมีแผนจะเปิดตัว (Launch) อย่างเป็นทางการสู่ตลาดในวงกว้างช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม ปลายปี 25XX นี้ ไม่ใช่แค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

แต่มันคือการส่งสัญญาณ “เปลี่ยนเกม” (Game Changer) ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ที่จะบังคับให้ผู้รับเหมา, ผู้ออกแบบ, และเจ้าของโครงการ ต้องหันมาคำนวณ “ต้นทุนรวม” (Total Cost) และ “คุณค่าของเวลา” (Value of Time) มากกว่าการยึดติดกับราคาวัตถุดิบแบบเดิมๆ

จากวีรกรรมกู้หลุมยักษ์สามเสนใน 2 สัปดาห์ สู่การปฏิวัติงานฐานรากทั้งระบบ นี่คือนวัตกรรมที่พิสูจน์แล้วว่า การลงทุนในเทคโนโลยีที่ถูกต้อง สามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่คุ้มค่ากว่าที่คิด

#TheReporterAsia #ข่าวเศรษฐกิจ #เจาะลึก #CPAC #CPACExtrabaseLayer #หลุมยุบ #สามเสน #วชิรพยาบาล #นวัตกรรมก่อสร้าง #วัสดุก่อสร้าง #ลดต้นทุน #ก่อสร้างไทย #ESG #GreenConstruction #LowCarbonCement #งานฐานราก #TotalCost

Related Posts