เปิดเบื้องลึกความร่วมมือ 25 ปี “Tottenham Hotspur” และ “HPE” ในงาน HPE Discover More AI 2025 Southeast Asia ซีทีโอ “Rob Pickering” เผยกลยุทธ์สร้าง “ประสบการณ์แฟนบอลไร้รอยต่อ” ด้วยเทคโนโลยีที่มองไม่เห็น ชูโรงด้วยการเป็นสนามกีฬา Cashless 100% แห่งแรกของโลก ตั๋ว NFC และเตรียมอัปเกรดสู่ Wi-Fi 7 เป็นที่แรกในโลก พร้อมใช้ AI Operations (AIOps) บริหารจัดการเครือข่ายอัจฉริยะ จนสามารถลดภาระงานวิศวกรเครือข่ายหลักเหลือเพียงคนเดียว สะท้อนภาพความสำเร็จของสนามกีฬาแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI อย่างแท้จริง
TheReporterAsia – ในยุคที่ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนทุกอุตสาหกรรม ธุรกิจ “กีฬา” ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสโมสรฟุตบอลระดับโลกอย่าง “Tottenham Hotspur” ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การลงทุนด้านเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกต้อง สามารถพลิกโฉมประสบการณ์ของแฟนบอลนับหมื่นในสนาม และสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนได้อย่างไร
ภายในงาน HPE Discover More AI Southeast Asia 2025 ที่เพิ่งจัดขึ้น ได้มีการสัมภาษณ์พิเศษที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่ววงการเทคโนโลยีและธุรกิจกีฬา กับ คุณ Rob Pickering, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (Chief Technology Officer – CTO) ของสโมสรฟุตบอลท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ซึ่งได้มาบอกเล่าถึงเบื้องหลังความสำเร็จในการเนรมิตสนาม Tottenham Hotspur Stadium (เปิดใช้งานในปี 2019) ให้กลายเป็นหนึ่งในสนามกีฬาที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก โดยมี HPE (Hewlett Packard Enterprise) เป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยีคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้มาอย่างยาวนานกว่า 25 ปี
จากสนามฟุตบอลสู่ ‘สินทรัพย์ 365 วัน’ ของชุมชน
คุณ Rob Pickering เริ่มต้นด้วยการฉายภาพวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่าแค่การแข่งขันฟุตบอล เขาระบุว่าเป้าหมายหลักในการทำงานของเขามี 3 ประการ คือ 1. สร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้พนักงาน 2. สร้างเทคโนโลยีระดับโลกสำหรับสนามกีฬาชั้นนำระดับโลก และ 3. สร้างประสบการณ์แฟนบอลดิจิทัลที่เป็นผู้นำระดับโลก ซึ่งทั้งหมดนี้มีรากฐานมาจาก AI และข้อมูล
“เราไม่ใช่แค่สโมสรฟุตบอล สนามกีฬาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสินทรัพย์ที่สามารถใช้งานได้ 365 วันต่อปี” Rob Pickering กล่าว “ปีที่แล้ว เรามีอีเวนต์ฟุตบอลประมาณ 50% และอีก 50% เป็นอีเวนต์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต Beyoncé, Kendrick Lamar, การแข่งขัน NFL หรือชกมวย วิสัยทัศน์ของเราคือการสร้างสินทรัพย์นี้ขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจในเขตชุมชนโดยรอบ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายและยากจนที่สุดในลอนดอน”
การที่จะเปลี่ยนสนามกีฬาให้เป็นสถานที่จัดงานอเนกประสงค์ (Multi-purpose) ที่สามารถเปลี่ยน “บุคลิก” จากแมตช์ฟุตบอลไปเป็นคอนเสิร์ตระดับโลกได้ภายในเวลาอันสั้นนั้น จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่ยืดหยุ่นและทรงพลังอย่างมหาศาล และนี่คือจุดที่ความสัมพันธ์กว่า 25 ปีกับ HPE ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ
หัวใจที่มองไม่เห็น: เทคโนโลยี ‘ไร้รอยต่อ’ คือเป้าหมายสูงสุด
“HPE ทั้งระบบเครือข่าย โครงสร้างพื้นฐาน เซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจ คือแกนหลักที่สนับสนุนประสบการณ์ทั้งหมดที่เรามอบให้แฟนๆ ที่สนาม” Pickering ย้ำชัด “สิ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับเทคโนโลยีในหลายๆ ด้านก็คือ มัน ‘มองไม่เห็น’ และนั่นคือเป้าหมายของเรา”
ปรัชญาของ Rob Pickering และทีมท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ไม่ใช่การสร้างเทคโนโลยีเพื่ออวดอ้าง แต่เพื่อสร้าง “ประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ” (Frictionless Experience) อย่างแท้จริง
“เมื่อคุณไปดูฟุตบอล หรือคอนเสิร์ต Beyoncé สิ่งสุดท้ายที่คุณอยากนึกถึงคือเทคโนโลยี งานของผมในฐานะ CTO คือการมอบประสบการณ์ที่ดูเหมือน ‘มหัศจรรย์’ แต่มันต้องกลืนหายไปกับฉากหลัง คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อใช้เทคโนโลยี คุณมาเพื่อรับประสบการณ์สด”
และการที่จะทำให้เทคโนโลยี “ล่องหน” ได้นั้น มันกลับต้องทำงานหนักและเสถียรที่สุดในเบื้องหลัง ซึ่งสโมสรได้ริเริ่มนวัตกรรมสำคัญหลายอย่างที่เป็น “ครั้งแรกของโลก”
หนึ่งในนั้นคือการเป็น สนามกีฬาที่ไร้เงินสด (Cashless 100%) แห่งแรกของโลก การตัดสินใจครั้งใหญ่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อความทันสมัย แต่เพื่อแก้ปัญหาที่ตรงจุด (Pain Point) ที่สุดในสนามกีฬา นั่นคือ “ช่วงพักครึ่ง” แฟนบอล 60,000 คน มีเวลาเพียง 10-15 นาทีในการไปเข้าห้องน้ำและซื้ออาหารเครื่องดื่ม การใช้เงินสดคือคอขวดที่ใหญ่ที่สุด การเปลี่ยนเป็นระบบ Cashless ทั้งหมดช่วยลดเวลาต่อคิวได้อย่างมหาศาล
นอกจากนี้ ยังมีการใช้ระบบ ตั๋วดิจิทัลแบบ NFC (ตั๋วในโทรศัพท์มือถือ) ที่แฟนๆ สามารถ “แตะแล้วเข้า” (Tap and move on) ได้ทันที ซึ่งเร็วกว่าการสแกนตั๋วกระดาษหรือ QR Code แบบเดิมๆ

ทลายกำแพง ‘Faraday Cage’ สู่ที่ 1 ด้านการเชื่อมต่อ 5 ปีซ้อน
ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในสนามกีฬาสมัยใหม่คือ “การเชื่อมต่อ” (Connectivity) สนามกีฬาขนาด 62,000 ที่นั่ง ที่เต็มไปด้วยคอนกรีตและเหล็กกล้า เปรียบเสมือน “กรงฟาราเดย์” (Faraday Cage) ขนาดยักษ์ที่คอยปิดกั้นสัญญาณมือถือและ Wi-Fi
“แฟนบอลยุคนี้ต้องการสองจอ” Pickering อธิบาย “แฟนบอลรุ่นเก่าอย่างผมอาจจะแค่มาดูเกม แต่แฟนบอลรุ่นใหม่ต้องการดูเกมบนจอหนึ่ง และอีกจอหนึ่งในมือถือ พวกเขาต้องการดูสถิติ สร้างคอนเทนต์ อัปโหลด TikTok หรือ Instagram ทันที ถ้าเราไม่สามารถมอบการเชื่อมต่อที่ยอดเยี่ยมได้ เราก็ล้มเหลว”
ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และ HPE ได้แก้ปัญหานี้ด้วยการติดตั้ง Access Point (AP) กว่า 800 ตัว ไว้ใต้ที่นั่งของแฟนบอล (ซึ่งปลอดภัยและไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ) เพื่อยิงสัญญาณให้ครอบคลุมที่สุด ผลลัพธ์คือ สนามแห่งนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็น อันดับ 1 ด้านการเชื่อมต่อในพรีเมียร์ลีก ติดต่อกัน 5 ปีซ้อน แฟนๆ สามารถสตรีมวิดีโอหรือใช้งานโซเชียลมีเดียได้ราวกับอยู่ที่บ้าน แม้จะอยู่ท่ามกลางฝูงชน 60,000 คนก็ตาม
ก้าวสู่อนาคต: Wi-Fi 7 ที่แรกในโลก และ HPE GreenLake
ในงาน HPE Discover More AI 2025 ครั้งนี้ Rob Pickering ยังได้ประกาศแผนการอัปเกรดครั้งสำคัญที่จะตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของสโมสร
ประการแรก คือการย้ายโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดไปสู่ HPE GreenLake ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแบบ As-a-Service ที่จะช่วยให้สโมสรมีความยืดหยุ่นในการขยายหรือลดทรัพยากรระบบได้ตามความต้องการจริง ไม่ว่าจะเป็นวันที่มีแมตช์ใหญ่ หรือวันที่สนามว่างเปล่า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมหาศาล
และประการที่สอง ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญ คือการที่สโมสรจะเป็น สนามกีฬาแห่งแรกของโลก ที่ติดตั้งและเปิดใช้งาน Wi-Fi 7 สำหรับสาธารณะ ทั่วทั้งสเตเดียม โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายนปีหน้า (2026) การอัปเกรดสู่ Wi-Fi 7 จะปลดล็อกความเร็วที่สูงขึ้น, ลดค่าความหน่วง (Latency) และรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมหาศาลได้ดีกว่าเดิม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอนาคตที่เทคโนโลยี AR/VR หรือการสตรีมมิงความละเอียดสูงจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในสนาม
ปาฏิหาริย์แห่งประสิทธิภาพ: AI Ops กับวิศวกรเครือข่ายหลัก ‘1 คน’
หนึ่งในข้อมูลที่น่าทึ่งที่สุดที่ Rob Pickering เปิดเผย คือประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบที่ซับซ้อนนี้ เขากล่าวว่า ในวันที่ไม่มีการแข่งขัน สนามกีฬาแห่งนี้มีอุปกรณ์เครือข่ายที่ต้องดูแลกว่า 3,000 ชิ้น และในวันแข่งขัน ตัวเลขนั้นจะพุ่งสูงขึ้นมหาศาลเมื่อรวมกับอุปกรณ์ของแฟนๆ อีก 60,000 คน
“ผมมีทีมเทคโนโลยีทั้งหมดประมาณ 35 คน ที่ดูแลทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ” แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ Pickering ยืนยันว่า พวกเขามี วิศวกรเครือข่ายหลัก (Primary Network Engineer) เพียง 1 คนเท่านั้น สำหรับดูแลระบบเครือข่ายที่ซับซ้อนทั้งหมดนี้
ความลับเบื้องหลังประสิทธิภาพอันน่าทึ่งนี้ คือการลงทุนในแพลตฟอร์ม AI Operations (AIOps) โดยเฉพาะโซลูชันอย่าง OpsRamp (ที่ HPE เพิ่งเข้าซื้อ) และ Morpheus ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม HPE GreenLake
“เรากำลังลงทุนอย่างหนักใน AIOps” Pickering กล่าว “เป้าหมายคือการสร้างระบบที่สามารถวินิจฉัยปัญหา, คาดการณ์ปัญหา และแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเองโดยอัตโนมัติ (Self-healing) ก่อนที่มันจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน”
AI เหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระงานของทีมวิศวกร แต่ยังมีบทบาทสำคัญในด้าน ความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของสโมสรในการเป็น “สโมสรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดในพรีเมียร์ลีก” (Premier League’s greenest club)
Pickering อธิบายว่า “AI จะช่วยบริหารจัดการการใช้พลังงานแบบไดนามิก (Dynamic power allocation) เช่น ในช่วงก่อนเริ่มเกมที่แฟนบอลยังเข้าไม่เต็ม ระบบจะลดกำลังส่งสัญญาณ Wi-Fi ในพื้นที่ว่าง และจะเพิ่มกำลังส่งในจุดที่หนาแน่นโดยอัตโนมัติ เมื่อคนเริ่มเต็มอัฒจันทร์ การจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาดนี้ช่วยให้เราประหยัดพลังงานได้อย่างมหาศาล”
นอกจากนี้ การใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ IoT ทั่วสนามยังช่วยให้ทีมปฏิบัติการสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์ “เราใช้ข้อมูลเพื่อดูว่า มีกลุ่มคนยืนอออยู่ตรงไหนที่ดูเหมือนกำลังหลงทาง เราก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยพวกเขาได้ทันที นี่คือการใช้ข้อมูลเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุด”
วัดผลความสำเร็จด้วย ‘Dwell Time’ และแรงบันดาลใจจาก ‘สายการบิน’
เมื่อถูกถามถึงผลตอบแทนการลงทุน (ROI) Pickering ชี้แจงว่าเป็นการยากที่จะวัดผลเป็นตัวเลขทางการเงินโดยตรง เพราะเทคโนโลยีใหม่ถูกนำมาใช้พร้อมกับการเปิดสนามกีฬาแห่งใหม่พอดี
“ตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริงของเราคือ ความพึงพอใจของแฟนบอล ซึ่งอยู่ที่ 95% และการครอง อันดับ 1 ด้านการเชื่อมต่อ มาโดยตลอด” เขากล่าว
“อีกหนึ่ง KPI ที่เราให้ความสำคัญคือ ‘Dwell Time’ หรือ เวลาที่แฟนๆ อยากใช้ในสนาม เราต้องการให้แฟนๆ มาถึงเร็วขึ้นและอยู่ต่อหลังเกมจบ โซนพรีเมียมของเราจะเปิดก่อนเกม 2 ชั่วโมง และหลังเกม 2 ชั่วโมง การที่พวกเขายังคงอยู่ต่อ, ใช้จ่าย, และเพลิดเพลินกับบรรยากาศ นั่นคือความสำเร็จของเรา”
และในเร็วๆ นี้ สโมสรกำลังจะเปิดตัว “แอปพลิเคชันคู่ใจ” (Companion App) ใหม่ ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่การแจ้งเตือนสภาพการจราจรก่อนออกจากบ้าน, การนำทาง (Wayfinding) ไปยังที่นั่ง (Pickering ยอมรับว่าแม้แต่ตัวเขาก็ยังหลงทางในสนาม), โปรโมชันอาหารและเครื่องดื่ม, ไปจนถึงการดูไฮไลต์หลังจบเกม
น่าสนใจว่า แรงบันดาลใจในการสร้างประสบการณ์เหล่านี้ไม่ได้มาจากสนามฟุตบอลคู่แข่ง “ผมไม่ได้มองหาสนามกีฬาอื่นเป็นแรงบันดาลใจ” เขาทิ้งท้าย “ผมมองหา ประสบการณ์ลูกค้าระดับโลกจากธุรกิจอื่น เช่น โรงแรมหรู, สายการบินชั้นนำ หรือร้านค้าปลีก เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในสนามของเรา”
แม้จะได้คะแนนความพึงพอใจ 95% แต่เป้าหมายของ Rob Pickering และท็อตแนม ฮอตสเปอร์ คือ 100% เสมอ และการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ HPE ก็คือการร่วมกันนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาเติมเต็มช่องว่าง 5% ที่เหลือนั่นเอง
“คำชมที่ดีที่สุดสำหรับผมในฐานะ CTO คือการที่แฟนบอลเดินออกจากสนามแล้วบอกว่าพวกเขา ‘ไม่ได้นึกถึงเทคโนโลยีเลย’ นั่นหมายความว่าเราได้ทำงานของเราสำเร็จแล้ว เทคโนโลยีได้กลืนหายไปเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา” Rob Pickering กล่าวสรุป
#HPE #HPEDiscoverMoreAI #TottenhamHotspur #Spurs #HPEGreenLake #WiFi7 #AIOps #SmartStadium #RobPickering #DigitalTransformation #FanExperience #CashlessSociety #OpsRamp #ข่าวเศรษฐกิจ #เทคโนโลยี #ท็อตแนมฮอตสเปอร์ #สนามสเปอร์ส

