ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนโลก รายงานล่าสุดจากอีริคสัน (Ericsson Mobility Report) ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่สั่นสะเทือนวงการโทรคมนาคมโลก ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของโมเดลธุรกิจจาก “การเชื่อมต่อพื้นฐาน” สู่ “การเชื่อมต่อที่แตกต่างและหลากหลาย” (Differentiated Connectivity) โดยมีเทคโนโลยี 5G Standalone (5G SA) เป็นกุญแจสำคัญ พร้อมคาดการณ์ตัวเลขผู้ใช้งานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในสิ้นปี 2574
กรุงเทพฯ – อีริคสัน เผยรายงาน Ericsson Mobility Report (EMR) ฉบับล่าสุด เผยให้เห็นเทรนด์ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้ คือการที่บริการ Differentiated Connectivity กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคือการที่ผู้ให้บริการการสื่อสาร (CSPs) ชั้นนำระดับโลกจำนวน 33 ราย ได้เปิดให้บริการการเชื่อมต่อในรูปแบบใหม่นี้ โดยอาศัยเทคโนโลยี Network Slicing ซึ่งมีบริการรวมทั้งสิ้นกว่า 65 รายการ
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องความเร็วของอินเทอร์เน็ตอีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันกันที่ “คุณภาพ” และ “ความเหมาะสม” ต่อการใช้งานเฉพาะด้าน การที่ผู้ให้บริการถึง 33 รายกระโดดลงมาเล่นในสมรภูมินี้ด้วยบริการ 65 รูปแบบ แสดงให้เห็นว่าตลาดมีความต้องการโซลูชันที่เฉพาะเจาะจง ไม่ว่าจะเป็นสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความหน่วงต่ำ (Low Latency) หรือภาคธุรกิจที่ต้องการความเสถียรสูงสุดสำหรับการควบคุมเครื่องจักรระยะไกล
5G Standalone (SA): กระดูกสันหลังใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล
แรงขับเคลื่อนเบื้องหลังนวัตกรรมบริการเหล่านี้คือการติดตั้งเครือข่าย 5G Standalone (5G SA) ซึ่งเป็นการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ รายงานระบุว่า การติดตั้ง 5G SA ได้กระตุ้นให้เกิดการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ โดยปัจจุบันมีผู้ให้บริการการสื่อสารมากกว่า 90 รายทั่วโลกที่ได้เปิดตัวและทดลองเปิดใช้เครือข่าย 5G SA แล้ว ซึ่งตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นถึง 30 รายเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้นอีก 20 รายเมื่อเทียบกับรายงานฉบับเดือนมิถุนายน 2568
การเติบโตของ 5G SA มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจโลก เพราะเทคโนโลยีนี้เอื้อให้เกิด Network Slicing หรือการ “หั่น” เครือข่ายออกเป็นเลเยอร์ย่อยๆ เพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างกันได้ ซึ่งเป็นรากฐานของการให้บริการเชิงพาณิชย์แบบ Differentiated Connectivity ที่ผู้ให้บริการสามารถรับประกันคุณภาพ (SLA) ให้กับลูกค้าองค์กรและผู้บริโภคได้จริง
เจาะลึกยูสเคส: จากห้องทดลองสู่ตลาดจริง
สิ่งที่น่าสนใจจากรายงานฉบับนี้คือ “ความเร็ว” ในการนำนวัตกรรมออกสู่ตลาด นักวิจัยของ EMR ระบุว่ามียูสเคสการใช้งาน Network Slicing เพื่อให้บริการ Differentiated Connectivity มากถึง 118 ยูสเคส จากผู้ให้บริการ 56 ราย
แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือ จาก 118 ยูสเคสนั้น มีถึง 65 ยูสเคส จากผู้ให้บริการ 33 ราย ที่สามารถพัฒนาจากการเป็นเพียงแนวคิด (Proof of Concept) ไปสู่การเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ โดยบริการเหล่านี้ครอบคลุมทั้งแบบแพ็คเกจสมาชิกและบริการเสริม (Add-on) สำหรับทั้งลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กร และที่น่าจับตามองคือ มีบริการเชิงพาณิชย์ถึง 21 รายการ หรือเกือบหนึ่งในสามของทั้งหมด ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2568 นี้เพียงปีเดียว
สถิตินี้บ่งชี้ว่าปี 2568 คือ “ปีทอง” ของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี 5G ไปสู่การสร้างรายได้ที่จับต้องได้จริง (Monetization) ไม่ใช่แค่เรื่องของการขยายเสาสัญญาณอีกต่อไป
อนาคตปี 2574: ยุคแห่งการครอบครองของ 5G
การมองไปข้างหน้าคือหัวใจสำคัญของการวางแผนธุรกิจ รายงาน EMR ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 นี้ครอบคลุมกรอบเวลาการคาดการณ์ใหม่ตั้งแต่ปี 2568 จนถึงสิ้นปี 2574 โดยมีการคาดการณ์ตัวเลขที่น่าตื่นตะลึงดังนี้:
-
ผู้ใช้งาน 5G ทะลุ 6 พันล้าน: ภายในสิ้นปี 2574 คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการ 5G ทั่วโลกสูงแตะ 6.4 พันล้านราย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมหาศาลถึง 2 ใน 3 ของผู้ใช้บริการมือถือทั้งหมด
-
การเติบโตในปีนี้: เพียงแค่ภายในสิ้นปี 2568 นี้ คาดว่าจำนวนผู้ใช้บริการ 5G จะสูงแตะ 2.9 พันล้านราย หรือประมาณหนึ่งในสามของผู้ใช้งานมือถือทั้งหมด โดยเพิ่มขึ้นถึง 600 ล้านรายเมื่อเทียบรายปี
-
ความครอบคลุมของโครงข่าย: ภายในสิ้นปี 2568 นี้ คาดว่า 50% ของประชากรโลก (ไม่รวมจีนแผ่นดินใหญ่) จะสามารถเข้าถึงบริการ 5G ได้
-
ปริมาณข้อมูลพุ่งสูง: ปริมาณการใช้ดาต้าเน็ตบนเครือข่ายมือถือเติบโตถึง 20% ในช่วงไตรมาสสามของปี 2567 ถึงปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากจีนและอินเดีย และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 16% ต่อปีจนถึงปี 2574
ประเทศไทยกับโอกาสในยุค 5G SA: วิสัยทัศน์ผู้บริหาร
ในบริบทของประเทศไทย มร.แอนเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย ได้ให้ความเห็นที่สะท้อนถึงโอกาสทางเศรษฐกิจไว้อย่างน่าสนใจ โดยระบุว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และเครือข่าย 5G Standalone จะทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่ง” (Catalyst) ที่สำคัญ
“เครือข่าย 5G SA จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถนำเสนอบริการใหม่ๆ ที่แตกต่างและโดดเด่นสำหรับองค์กรและผู้บริโภคในประเทศไทย การนำเครือข่าย 5G SA มาใช้งานยังเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับการพัฒนานวัตกรรมของทั้งภาคเอกชนและบริการดิจิทัลของภาครัฐฯ ช่วยให้ประเทศสามารถได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G เต็มรูปแบบ พร้อมบรรลุวิสัยทัศน์ไทยแลนด์ 4.0” มร.แอนเดอร์ส กล่าว
คำกล่าวนี้ตอกย้ำว่า สำหรับประเทศไทย 5G ไม่ใช่แค่เรื่องของการดูหนังฟังเพลงได้เร็วขึ้น แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งในแง่อุตสาหกรรม (Industrial IoT) และบริการสาธารณะ (Smart City & E-Government)
FWA: คู่แข่งที่น่ากลัวของอินเทอร์เน็ตบ้าน
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเติบโตของบริการ Fixed Wireless Access (FWA) หรืออินเทอร์เน็ตบ้านไร้สาย ซึ่งกำลังกลายเป็น “Use Case” หลักที่ประสบความสำเร็จที่สุดของ 5G ในขณะนี้
-
การคาดการณ์: ในปี 2574 คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการ FWA อยู่ประมาณ 1.4 พันล้านราย โดย 90% จะใช้บริการผ่านเครือข่าย 5G
-
ผู้เล่นในตลาด: นักวิจัยระบุว่ามีผู้ให้บริการ 159 รายที่เปิดให้บริการ FWA ผ่าน 5G แล้วในปัจจุบัน ซึ่งคิดเป็น 65% ของผู้ให้บริการ FWA ทั้งหมด
-
โมเดลการทำเงินใหม่: ที่น่าสนใจคือ รูปแบบการคิดค่าบริการกำลังเปลี่ยนไป มีผู้ให้บริการที่เสนออัตราค่าบริการ “ตามความเร็ว” (Speed-based tariffs) เพิ่มขึ้นจาก 43% เป็น 54% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่ใช้ในธุรกิจบรอดแบนด์ไฟเบอร์ออปติก สะท้อนให้เห็นว่า FWA กำลังก้าวขึ้นมาเป็นสินค้าทดแทนอินเทอร์เน็ตแบบมีสายได้อย่างสมบูรณ์
ปฐมบทแห่ง 6G: เริ่มต้นนับถอยหลังสู่ปี 2574
แม้ 5G จะยังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่รายงาน EMR ฉบับนี้ได้เริ่มมองไปถึงยุคถัดไปแล้ว โดยมีการระบุถึงการติดตั้งเครือข่าย 6G เชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2574
-
ผู้บุกเบิก: การเปิดตัว 6G ครั้งแรกคาดว่าจะเกิดขึ้นจากผู้ให้บริการชั้นนำในตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, จีน, อินเดีย และบางประเทศในกลุ่ม GCC
-
ยุโรปอาจตามหลัง: คาดการณ์ว่า 6G เชิงพาณิชย์ในยุโรปจะเปิดตัวช้ากว่าประเทศอื่นประมาณ 1 ปี เนื่องจากความล่าช้าในการติดตั้ง 5G SA ในปัจจุบัน
-
ยอดผู้ใช้เริ่มต้น: ภายในสิ้นปี 2574 คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการ 6G ทั่วโลกแตะ 180 ล้านราย ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่นับรวมอุปกรณ์ IoT ที่ใช้ AI ซึ่งอาจทำให้ยอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดหากเทคโนโลยีเปิดตัวเร็วกว่ากำหนด
นัยสำคัญทางเศรษฐกิจและการลงทุน
รายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 ไม่ได้เป็นเพียงการรวบรวมสถิติทางเทคนิค แต่เป็น “เข็มทิศ” ทางเศรษฐกิจที่ชี้ให้เห็นทิศทางของเม็ดเงินลงทุนในทศวรรษหน้า การเติบโตของบริการ Differentiated Connectivity ยืนยันว่ายุคของการแข่งขันด้านราคา (Price War) ในตลาดโทรคมนาคมกำลังจะจบลง และถูกแทนที่ด้วยการแข่งขันด้านนวัตกรรมและคุณภาพบริการ (Quality & Innovation War)
สำหรับภาคธุรกิจ นี่คือสัญญาณเตือนให้เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่จะมีความยืดหยุ่นและทรงพลังมากขึ้น ส่วนนักลงทุน นี่คือโอกาสในการมองหาบริษัทที่มีความพร้อมในโครงข่าย 5G SA และมีกลยุทธ์ FWA ที่แข็งแกร่ง เพราะนี่คือขุมทรัพย์ใหม่ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
รายงานฉบับเต็มความยาว 36 หน้า ยังประกอบด้วยกรณีศึกษาที่น่าสนใจจาก Singtel, Softbank และ SailGP ที่แสดงให้เห็นการใช้งานจริงในภาคธุรกิจและกีฬา สำหรับผู้ที่สนใจเจาะลึกข้อมูลเชิงลึก สามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่เว็บไซต์ของอีริคสัน
#EricssonMobilityReport #5GSA #EricssonThailand #DigitalEconomy #NetworkSlicing #6G #TechTrends #TheReporterAsia


