วงการโทรคมนาคมไทยจับตามองการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อีกครั้ง ในการประชุมนัดล่าสุดที่มีวาระร้อนแรง ทั้งการพิจารณาเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนับหมื่นล้านบาทและบทสรุปของข้อขัดแย้งทางกฎหมายที่ยืดเยื้อมานาน สะท้อนทิศทางใหม่ของการจัดสรรงบประมาณที่เน้น “ความคุ้มค่า” มากกว่า “ปริมาณโครงการ”
กรุงเทพฯ – สำนักงาน กสทช. เปิดเผยผลการประชุมบอร์ด กสทช. ครั้งที่ 37/2568 ซึ่งต่อเนื่องจากวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยวาระที่ถูกจับตามองที่สุดหนีไม่พ้นการพิจารณาโครงการภายใต้แผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (Universal Service Obligation หรือ USO) ฉบับที่ 4 ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2566 – 2568) ซึ่งมีกรอบวงเงินรวมมหาศาลถึง 24,000 ล้านบาท
ผ่าตัดงบ USO: อนุมัติแค่หนึ่ง ตีตกเพียบ
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ในวันนี้ที่ประชุมได้พิจารณาวาระสำคัญ 2 เรื่องหลัก ได้แก่ โครงการ USO และ ผลการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยไฮไลต์อยู่ที่การพิจารณาโครงการย่อยภายใต้แผน USO ฉบับที่ 4 จำนวน 6 โครงการ จากทั้งหมด 16 โครงการที่สำนักงานฯ นำเสนอ
ผลการพิจารณาสะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังในการใช้จ่ายงบประมาณกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) อย่างชัดเจน โดยมีมติ ดังนี้:
1. ไฟเขียวงบ 426 ล้านบาท ขยายบริการสู่พื้นที่ขาดแคลน โครงการเดียวที่รอดพ้นการตรวจสอบและได้รับความเห็นชอบในวันนี้ คือ “โครงการจัดให้มีการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคม ในพื้นที่ขาดแคลน หรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง” โดยมีกรอบวงเงินอนุมัติอยู่ที่ 426 ล้านบาท การอนุมัตินี้ชี้ให้เห็นว่า กสทช. ยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับภารกิจหลัก (Core Mission) ในการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกฎหมาย USO
2. สั่งตีตก 3 บิ๊กโปรเจกต์ มูลค่ารวมกว่า 5 พันล้าน ประเด็นที่น่าสนใจและสั่นสะเทือนวงการที่สุด คือการที่บอร์ด กสทช. มีมติ “ไม่เห็นชอบ” โครงการขนาดใหญ่ถึง 3 โครงการ ซึ่งมีมูลค่ารวมกันกว่า 5,200 ล้านบาท ประกอบด้วย:
-
(ก) โครงการโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติคสำหรับโรงเรียนคุณภาพ: จำนวน 1,808 โรงเรียน มูลค่า 1,245 ล้านบาท ถูกปัดตก สะท้อนให้เห็นว่า กสทช. อาจมองเห็นความซ้ำซ้อนของการลงทุน หรือต้องการรูปแบบการสนับสนุนการศึกษาที่ตรงจุดกว่าการลากสายไฟเบอร์เพียงอย่างเดียว
-
(ข) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายวิจัยขั้นสูง: มูลค่าสูงถึง 3,404.653 ล้านบาท ไม่ผ่านการอนุมัติ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าโครงการด้านวิจัยที่ใช้งบประมาณสูงต้องมีการพิสูจน์ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคมที่ชัดเจนกว่านี้
-
(ค) โครงการ Thailand Future Skills: โครงการยกระดับทักษะดิจิทัลแห่งอนาคต วงเงิน 600 ล้านบาท ก็ไม่ได้รับความเห็นชอบเช่นกัน
3. แตะเบรก 2 โครงการ สั่งหาข้อมูลเพิ่ม นอกจากโครงการที่ถูกตีตก ยังมีอีก 2 โครงการที่บอร์ด “ชะลอ” เพื่อขอข้อมูลประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม ได้แก่ โครงการพัฒนาศูนย์การเรียนการสอนอัจฉริยะ (Smart Classroom) วงเงิน 140 ล้านบาท และโครงการบริการโทรคมนาคมในพื้นที่ชนบท วงเงิน 2,400 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบในการตรวจสอบรายละเอียดก่อนการอนุมัติเม็ดเงินก้อนโต
ปลดล็อกปมขัดแย้ง: ผู้ตรวจการแผ่นดินชี้ “กสทช. ไม่ผิด”
นอกจากเรื่องงบประมาณ อีกหนึ่งวาระที่ถือเป็นการปลดล็อกปัญหาค้างคาภายในองค์กร คือการรับทราบผลการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน เกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนกรณีการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ของ กสทช. และรักษาการเลขาธิการฯ ที่ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดแจ้งผลวินิจฉัยว่า:
-
ไม่พบการกระทำผิด: ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า กสทช. และรองเลขาธิการฯ ปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
-
ไม่สร้างความเดือดร้อน: การกระทำดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน
-
ยุติเรื่องร้องเรียน: ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงวินิจฉัยให้ยุติเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ตามมาตรา 37 วรรคสอง แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2568
ผลวินิจฉัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงบริหารจัดการ เพราะเปรียบเสมือนการการันตีความโปร่งใสในการทำงานของฝ่ายบริหารสำนักงาน กสทช. ในช่วงรอยต่อที่ผ่านมา และลดแรงกดดันจากประเด็นทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณและการดำเนินงานในปีถัดไป
บทสรุปและทิศทางเศรษฐกิจดิจิทัล
มติการประชุมในครั้งนี้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า “ยุคของการของบประมาณแบบเหมาเข่งได้จบลงแล้ว” การที่ กสทช. กล้าที่จะตีตกโครงการมูลค่านับพันล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษา แสดงให้เห็นถึงการยกระดับธรรมาภิบาลในการกลั่นกรองโครงการที่เข้มข้นขึ้น
สำหรับโครงการที่เหลืออีก 10 โครงการภายใต้แผน USO ฉบับที่ 4 สำนักงาน กสทช. จะต้องเร่งนำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งจากบรรทัดฐานในวันนี้ เชื่อได้ว่าทุกโครงการจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดถึงความจำเป็นและความคุ้มค่า
การอนุมัติงบ 426 ล้านบาทเพื่อพื้นที่ขาดแคลน ยังคงยืนยันว่า กสทช. ไม่ได้ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่เลือกที่จะใช้งบประมาณอย่างแม่นยำ (Targeted Spending) มากขึ้น ซึ่งในระยะยาวจะเป็นผลดีต่อเสถียรภาพของกองทุน กทปส. และเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศโดยรวม
#กสทช #USO #งบประมาณ #โทรคมนาคม #เศรษฐกิจดิจิทัล #ข่าวเศรษฐกิจ #TheReporterAsia

