โนโวเทล (Novotel) แบรนด์ผู้บุกเบิกในเครือแอคคอร์ (Accor) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก ด้วยการประกาศเปิดตัวกลยุทธ์ “Longevity Everyday” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ใหม่ที่มุ่งยกระดับบทบาทของโรงแรมจากการเป็นเพียงที่พักแรม สู่การเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนสุขภาวะที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของผู้เข้าพัก การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นการตอบรับกระแสเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy) ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วยอัตราการเติบโตแบบเลขสองหลักต่อปี โดยคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่ามหาศาลถึง 4.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในภาคส่วนการท่องเที่ยวและบริการภายในสิ้นทศวรรษนี้
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ข้อมูลจากแอคคอร์ชี้ให้เห็นว่า นักเดินทาง 1 ใน 3 คนเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและใจในทุก ๆ วัน ซึ่งแนวคิดเรื่องการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพได้กลายเป็นแกนหลักที่กำหนดทิศทางของทุกสิ่ง ตั้งแต่การเลือกรับประทานอาหาร รูปแบบการนอนหลับ กิจกรรมทางกาย ไปจนถึงการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม อย่างไรก็ตาม โปรแกรมหรือปรัชญาด้านการชะลอวัยส่วนใหญ่มักถูกจำกัดอยู่ในวงแคบหรือเข้าถึงได้ยากสำหรับคนทั่วไป โนโวเทลจึงตั้งเป้าหมายที่จะเข้ามาทลายกำแพงดังกล่าวด้วยการทำให้แนวคิด Longevity เป็นเรื่องที่จับต้องได้ ใช้งานง่าย และบรรลุผลได้จริงสำหรับทุกคนในทุก ๆ วัน
ด้วยเครือข่ายโรงแรมกว่า 600 แห่งใน 67 ประเทศ โนโวเทลได้นำประสบการณ์นวัตกรรมเกือบ 60 ปีมาใช้เป็นรากฐานในการขับเคลื่อนกลยุทธ์นี้ ภายใต้การนำของ ฌอง-อีฟ มิเนต์ (Jean-Yves Minet) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแบรนด์โนโวเทลระดับโลก ที่มองว่า Longevity คือเมกะเทรนด์ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมโลกและอุตสาหกรรมในวงกว้าง การเปิดตัว “Longevity Everyday” จึงไม่ใช่เพียงการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ แต่คือการหยั่งรากลึกในจิตวิญญาณของแบรนด์ที่ชื่อว่า “Novo-Tel” หรือโรงแรมใหม่ ซึ่งพร้อมจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกอย่างยั่งยืน
ถอดรหัสเศรษฐกิจอายุยืน: จากความหรูหราสู่สิทธิขั้นพื้นฐานสำหรับนักเดินทาง
ในอดีตที่ผ่านมา แนวคิดเรื่องการมีอายุยืนยาวมักถูกตีกรอบให้เป็นเรื่องของความหรูหราและการปรนนิบัติสุขภาพแบบสุดโต่ง ซึ่งเข้าถึงได้เฉพาะกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงเท่านั้น แต่โนโวเทลกำลังเปลี่ยนกระบวนทัศน์นี้ใหม่ โดยเชื่อว่าการมีอายุยืนยาวที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการลงมือทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างต่อเนื่องและสะสมให้เกิดผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่เมื่อเวลาผ่านไป นี่คือหัวใจสำคัญของการ “เปลี่ยนผ่านสู่ความเสมอภาค” (Democratization) ในการมีสุขภาพที่ดี ซึ่งโนโวเทลต้องการส่งมอบให้กับแขกผู้เข้าพักทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจที่เร่งรีบ หรือครอบครัวที่มาพักผ่อน
ฌอง-อีฟ มิเนต์ ได้ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการตัดสินใจในชีวิตประจำวันว่า การมีชีวิตที่ดีขึ้นและยาวนานขึ้นสามารถเริ่มต้นได้จากทางเลือกง่าย ๆ ที่ส่งเสริมสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ โนโวเทลจึงวางตำแหน่งตัวเองเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้ทางเลือกเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริงในระหว่างการเดินทาง ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักเดินทางทุกกลุ่ม โนโวเทลจึงมีโอกาสที่ไม่เหมือนใครในการทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ทุกวัน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ที่ต้องการมีชีวิตที่ยืนยาว สมบูรณ์ และมีความสุขมากขึ้น
แผนงานนี้ยังตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ โดยเฉพาะกระแสการทำงานทางไกล (Remote Work) ที่คาดว่าจะขยายตัวสูงถึง 92 ล้านคนภายในปี 2030 รวมถึงความตื่นตัวด้านสุขภาพกายและจิตใจที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังผ่านพ้นวิกฤตการณ์โลก ข้อมูลจากการศึกษาของแอคคอร์พบว่า 68% ของวัยทำงานทั่วโลกปรารถนาจะมีสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตที่ดีกว่าเดิม การที่โนโวเทลบูรณาการหลักการ Longevity เข้าสู่ประสบการณ์การเข้าพัก จึงเป็นการตอบสนองต่อจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผู้คนไม่ได้แสวงหาเพียงที่พัก แต่แสวงหาวิถีทางที่จะทำให้พวกเขาก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
สี่เสาหลักแห่งความยั่งยืน: นวัตกรรมเพื่อการพักผ่อน อาหาร การเคลื่อนไหว และความสัมพันธ์
แกนหลักของกลยุทธ์ “Longevity Everyday” ถูกแบ่งออกเป็น 4 เสาหลักที่จับต้องได้ ได้แก่ การรับประทาน (Eat), การนอน (Sleep), การเคลื่อนไหว (Move) และการพบปะสร้างสัมพันธ์ (Meet) ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนผ่านโปรแกรม ผลิตภัณฑ์ และความร่วมมือใหม่ ๆ ที่จะเริ่มทยอยเปิดตัวตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป เริ่มต้นที่ “การนอน” โนโวเทลเตรียมยกระดับมาตรฐานการพักผ่อนด้วยการเปิดตัวเตียงพรีเมียมรุ่นใหม่ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการพักฟื้นและซ่อมแซมร่างกายอย่างเหมาะสมที่สุด ตอบโจทย์ความต้องการของนักธุรกิจที่ระบุว่าความสบายของเตียงคือปัจจัยหลักในการเลือกที่พัก
ในด้าน “อาหาร” โนโวเทลกำลังปฏิวัติวงการครัวโรงแรมด้วยการเน้นรสชาติที่ควบคู่ไปกับความยั่งยืน โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเมนูอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก (Plant-forward) อย่างน้อย 25% ในทุกโรงแรมภายในสิ้นปี 2026 พร้อมทั้งร่วมมือกับสถาบันการปรุงอาหารชั้นนำอย่าง Culinary Institute of America เพื่อฝึกฝนบุคลากรให้สร้างสรรค์เมนูสุขภาพที่น่ารับประทาน นอกจากนี้ยังได้เชิญ อัลฟี สไตเนอร์ (Alfie Steiner) ครีเอเตอร์ด้านอาหารชื่อดังมาร่วมรังสรรค์สูตรอาหารที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้แขกสามารถนำกลับไปทำเองได้ที่บ้าน เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีแม้จะสิ้นสุดการเข้าพักไปแล้ว
สำหรับการ “เคลื่อนไหว” และ “ความสัมพันธ์” โนโวเทลได้ยกระดับพื้นที่ออกกำลังกายที่มีอยู่เดิมในโรงแรมส่วนใหญ่ให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น ผ่านความร่วมมือกับนักกีฬาระดับโลกอย่าง โกลี วาสต์ (Kauli Vaast) และสโมสรฟุตบอลปารีส แซงต์-แชร์กแมง (PSG) เพื่อมอบเคล็ดลับและเครื่องมือในการจัดการพลังงานให้กับผู้เข้าพัก ในขณะเดียวกันก็ได้ปรับโฉมการจัดประชุมและกิจกรรมให้รองรับ “นักกีฬาองค์กร” (Corporate Athletes) ที่เน้นการบริหารจัดการพลังงานมากกว่าแค่เวลา โดยการนำเสนอช่วงเวลาพักที่กระตุ้นการเคลื่อนไหวเบา ๆ อาหารที่ช่วยเพิ่มสมาธิ และเครื่องดื่มที่สร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมทั้งความคิดสร้างสรรค์และการพักผ่อนที่สงบ
พลังแห่งเลข 37 และความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูมหาสมุทร: รากฐานของสุขภาพที่แท้จริง
สิ่งที่เป็นหัวใจขับเคลื่อนวิสัยทัศน์นี้คือกลุ่ม “Novotel 37 Collective” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของผู้นำทางความคิดและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาวะระดับโลก ตัวเลข 37 นี้มีที่มาจากหลักการทางคณิตศาสตร์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือหากเราพัฒนาตัวเองเพียงวันละ 1% อย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะไม่ได้แค่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แต่จะเติบโตขึ้นถึง 37 เท่าภายในหนึ่งปี เมื่อเทียบกับการหยุดนิ่งอยู่กับที่ แนวคิดนี้สะท้อนความเชื่อของโนโวเทลที่ว่าก้าวเล็ก ๆ ที่ทำทุกวันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืนในที่สุด
สมาชิกผู้ก่อตั้งกลุ่ม Collective นี้ล้วนเป็นบุคคลที่มีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับแบรนด์ อาทิ โกลี วาสต์ แชมป์โต้คลื่นโอลิมปิกที่ฝึกฝนตัวเองด้วยความมีระเบียบวินัยและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ อัลฟี สไตเนอร์ ปฏิวัติวงการอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักเพื่อสุขภาพส่วนบุคคลและโลก และ ฮาเวียร์ ปาสตอเร (Javier Pastore) อดีตนักเตะระดับตำนานที่นำเสนอความชัดเจนทางความคิดและนิสัยประจำวันในการรักษาความเป็นเลิศ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนและนักอนุรักษ์มหาสมุทร เพื่อส่งมอบความรู้และแรงบันดาลใจให้กับผู้คนผ่านช่องทางต่าง ๆ
เหนือสิ่งอื่นใด โนโวเทลยังตระหนักว่าสุขภาพของมนุษย์ไม่สามารถแยกออกจากสุขภาพของดาวเคราะห์ได้ จึงได้ให้พันธสัญญาในการอนุรักษ์มหาสมุทรผ่านความร่วมมือระยะยาวกับ WWF ตั้งแต่การกำหนดหลักการอาหารทะเลที่ยั่งยืน การตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ไปจนถึงกิจกรรมเพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก ๆ เพื่อสร้างจิตสำนึก “ทูตแห่งมหาสมุทร” รุ่นต่อไป กลยุทธ์ “Longevity Everyday” จึงไม่ใช่เพียงแค่การมีสุขภาพดีเพื่อตนเอง แต่คือการก้าวไปข้างหน้าเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับชุมชนและโลกใบนี้อย่างแท้จริง
#Novotel #LongevityEveryday #Accor #WellnessTourism #SustainableTravel #LongevityEconomy #HealthyLifestyle #OceanPreservation #BusinessTravel #CorporateWellness #PlantForward #SustainableLiving


