แม่ทัพหญิง สหฟาร์ม ประกาศกร้าวในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 เดินหน้าปฏิวัติอุตสาหกรรมไก่ไทยด้วยคุณภาพเหนือราคา พร้อมส่งสัญญาณบุกตลาดประมงเต็มตัว มุ่งปั้น ‘ปลานิล’ เป็นดาวรุ่งดวงใหม่ เจาะน่านน้ำเอเชียและตะวันออกกลาง หวังทุบสถิติรายได้สูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง
สหฟาร์มประกาศศักดาเวที THAIFEX 2026 โชว์ฟอร์มผู้นำส่งออกสัตว์ปีกไทย
บริษัท สหฟาร์ม จำกัด หนึ่งในยักษ์ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งอุตสาหกรรมอาหารและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อไก่รายใหญ่ของประเทศไทย เข้าร่วมแสดงศักยภาพอย่างยิ่งใหญ่ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 การปรากฏตัวในงานแสดงสินค้าอาหารระดับโลกครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 บูธเลขที่ 1-UU29 โดยทัพสินค้าที่นำมาจัดแสดงครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ไก่สด ไก่แปรรูป ไก่ปรุงสุก ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารจากกลุ่มธุรกิจประมง เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นครัวของโลก
การเดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจัดแสดงสินค้าทั่วไป แต่เป็นการส่งสัญญาณเชิงรุกอย่างทรงพลังของสหฟาร์มท่ามกลางสภาวะการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารโลกที่ทวีความรุนแรงและเข้มข้นมากขึ้นในทุกขณะ สินค้าในกลุ่มไก่ปรุงสุกและไก่แช่แข็งของบริษัทกลายเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดความสนใจจากคู่ค้าต่างประเทศอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคู่ค้าในภูมิภาคหลักอย่างเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง ซึ่งความต้องการที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาลนี้ ส่งผลให้ในหลายช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัทมีคำสั่งซื้อจากต่างแดนพุ่งสูงจนเกินขีดความสามารถในการผลิตปัจจุบันเลยทีเดียว
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคในระดับสากลทั่วยังคงให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจในแบรนด์ไทยอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะการที่ผู้บริโภคยุคใหม่หันมาให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร คุณภาพการผลิตที่ไร้รอยต่อ และระบบการตรวจสอบย้อนกลับที่มีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สหฟาร์มใช้เป็นอาวุธหลักในการเจาะตลาดโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่างแท้จริง และพร้อมที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในภาพรวมให้เติบโตไปพร้อมกัน
เปิดยุทธศาสตร์โต 100% ภายใน 3 ปี เบื้องหลังความสำเร็จทุบสถิติตลอดกาล
หากมองย้อนกลับไปที่รากฐานความสำเร็จและกลยุทธ์การเติบโตอันก้าวกระโดดของสหฟาร์ม จะพบว่าตัวเลขผลการดำเนินงานมีการไต่ระดับอย่างน่าอัศจรรย์ใจ โดยนับตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา บริษัทมียอดการส่งออกสินค้าอยู่ที่ระดับ 110,000 ตัน แต่ด้วยแผนการตลาดที่เฉียบคมและการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตัวเลขการส่งออกทะยานขึ้นมาอยู่ที่ 220,000 ตัน ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น ซึ่งคิดเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 100% ตัวเลขนี้ไม่เพียงแต่เป็นมาตรวัดความสำเร็จขององค์กร แต่ยังเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยในเวทีการค้าโลก

ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ได้รับการตอกย้ำผ่านผลประกอบการตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นปีทองฝังเพชรของสหฟาร์มอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทสามารถสร้างยอดขาย รายได้รวม และผลกำไรสุทธิในระดับที่สูงที่สุดทุบสถิตินับตั้งแต่มีการก่อตั้งบริษัทขึ้นมา ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนให้เกิดความสำเร็จในระดับประวัติศาสตร์นี้ มาจากความเชื่อมั่นอย่างสูงสุดของตลาดโลกที่มีต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ มาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด และที่สำคัญที่สุดคือแนวทางการบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถปรับตัวเข้ากับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้อย่างทันท่วงที
สำหรับการเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรในอนาคต สหฟาร์ม ได้วางโครงสร้างนโยบายไว้อย่างรัดกุมภายใต้การนำของ ดร.มนูญศรี โชติเทวัญ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร โดยมุ่งเน้นการกำหนดกรอบทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทในเครืออย่างใกล้ชิด ยุทธศาสตร์หลักจะให้ความสำคัญสูงสุดกับการเติบโตอย่างมั่นคง โปร่งใส และมีความยั่งยืนในระยะยาว ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการด้านการเงินที่มีเสถียรภาพ การกำกับดูแลกิจการที่ดีภายในองค์กร และการยกระดับขีดความสามารถของทีมผู้บริหารรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายตัว
“วันนี้การแข่งขันในตลาดโลกไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านราคา แต่เรื่องคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความปลอดภัยทางอาหาร ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก สหฟาร์มจึงเดินหน้าพัฒนาระบบการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับสินค้าอาหารไทยสู่มาตรฐานระดับสากล” — ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี และการเงิน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด
แตกไลน์ธุรกิจประมง ส่ง ‘ปลานิล-ปลาดุก’ ชิงเค้กตลาดโปรตีนแห่งอนาคต
นอกเหนือจากความแข็งแกร่งในธุรกิจสัตว์ปีกแล้ว ไฮไลต์สำคัญที่สร้างความฮือฮาในงาน THAIFEX 2026 คือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์จากกลุ่มธุรกิจประมงอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งขบวนทัพธุรกิจอาหารที่อยู่ระหว่างการต่อยอดและพัฒนาอย่างเข้มข้น ธุรกิจนี้เกิดขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ ดร.ปัญญา โชติเทวัญ เจ้าของสหฟาร์ม และได้รับการส่งไม้ต่อพร้อมสานต่อเจตนารมณ์โดย ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการขยายโอกาสทางธุรกิจไปสู่ตลาดโปรตีนคุณภาพสูงและอาหารแห่งอนาคต (Food for the Future) ในระดับสากล
ในบรรดาสินค้ากลุ่มประมงทั้งหมด สหฟาร์มได้วางตำแหน่งให้ “ปลานิล” เป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าศักยภาพใหม่ที่จะเป็นหัวหอกสำคัญในการบุกตลาด หลังจากที่ทีมบริหารได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มและทิศทางความต้องการบริโภคโปรตีนคุณภาพดีในตลาดต่างประเทศที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศแถบเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ในขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอย่างปลาดุกก็ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยตลาดยังคงให้การตอบรับที่ดีและมีคำสั่งซื้อเข้ามาจากกลุ่มลูกค้าเดิมอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
เพื่อเป็นการรองรับการเติบโตในตลาดพรีเมียมในอนาคต กลุ่มธุรกิจประมงของสหฟาร์มจึงมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่กระบวนการเพาะเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน การคัดเลือกสายพันธุ์ปลาที่แข็งแรง การควบคุมคุณภาพน้ำ อาหารสัตว์ และการจัดการระบบตรวจสอบย้อนกลับที่เข้มงวด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ปลานิลที่ได้จะมีเนื้อปลาที่แน่น คุณภาพดี รสชาติถูกปาก และผ่านมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารในระดับสากล โดยพร้อมตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบปลาสด แช่แข็ง และสินค้าแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า
“สหฟาร์มยังคงมุ่งพัฒนาสินค้าอาหารคุณภาพสูง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยทางอาหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหมอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันศักยภาพอาหารไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน” — ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี และการเงิน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด
กางแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 ปักหมุดนวัตกรรมอาหารระดับพรีเมียม
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจและก้าวต่อไปที่สำคัญในปี 2569 สหฟาร์มยังคงปักหมุดหมายในการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่องในทุกมิติ โดยแผนงานหลักจะมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานตลาดต่างประเทศเชิงรุกไปยังน่านน้ำใหม่ๆ ที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าแปรรูปเดิมผ่านการใส่นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ (New Product Development) เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ทั่วโลกได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น
การเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การมาออกบูธแสดงสินค้าตามวาระปกติ หากแต่เป็นสะพานเชื่อมและเป็นก้าวสำคัญในการตอกย้ำศักยภาพอันแข็งแกร่งของสหฟาร์มในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารคุณภาพรายใหญ่ระดับโลก ความสำเร็จจากการออกงานในครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจที่ไม่หยุดนิ่ง ในการพร้อมที่จะต่อยอดจากธุรกิจสัตว์ปีกไปสู่ธุรกิจอาหารและโปรตีนคุณภาพทางเลือกอื่นๆ เพื่อเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีการค้าโลก
ในท้ายที่สุด แนวทางการบริหารจัดการที่ยึดมั่นในความมั่นคง ความโปร่งใสตรวจสอบได้ และการสร้างการเติบโตในระยะยาว จะยังคงเป็นดีเอ็นเอหลักที่ สหฟาร์ม ใช้ในการดำเนินงาน บริษัทพร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์กรในทุกภาคส่วนควบคู่ไปกับการสร้างความสัมพันธ์และความเชื่อมั่นอันดีให้กับคู่ค้าพันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อย รวมถึงผู้บริโภคปลายทางทั่วโลกอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกแบรนด์ภายใต้ร่มเงาของสหฟาร์มจะเติบโตเคียงคู่สังคมไทยและตลาดโลกอย่างสง่างามและยั่งยืนสืบไป
#สหฟาร์ม #THAIFEX2026 #ส่งออกไก่ไทย #ธุรกิจประมง #ปลานิลสหฟาร์ม #โปรตีนแห่งอนาคต #SahaFarms #อาหารไทยสู่ตลาดโลก #ข่าวเศรษฐกิจ #TheReporterAsia

