AIS เสริมโครงข่ายอัจฉริยะ รับดาต้าสูง ช่วง เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

AIS เสริมโครงข่ายอัจฉริยะ รับดาต้าสูง ช่วง เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

เอไอเอส (AIS) เดินหน้าเสริมศักยภาพโครงข่ายสื่อสารทั่วกรุงเทพมหานครและบริเวณหน่วยเลือกตั้ง เพื่อรองรับการใช้งานดาต้าที่คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นในช่วง เลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร วันที่ 28 มิถุนายน 2569 โดยชูเทคโนโลยี AI และ Autonomous Network Monitoring เข้ามาบริหารจัดการเครือข่ายแบบเรียลไทม์

การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารที่มีคุณภาพถือเป็นรากฐานที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการมีส่วนร่วมของประชาชนในสังคมประชาธิปไตย ด้วยเหตุนี้ ทางบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ในฐานะผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะของประเทศไทย จึงได้เดินหน้าเตรียมความพร้อมของโครงข่ายสื่อสารอย่างเต็มศักยภาพ เป้าหมายหลักคือการรองรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกกำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569

เพื่อให้การติดตามข่าวสารเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด AIS ได้เสริมศักยภาพเครือข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วกรุงเทพมหานคร การเตรียมความพร้อมนี้ครอบคลุมลึกไปถึงบริเวณพื้นที่หน่วยเลือกตั้งต่างๆ ในวันเลือกตั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และสื่อมวลชนที่ลงพื้นที่ การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถเชื่อมต่อ สื่อสาร และติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์สำคัญได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีสะดุด

ในด้านการยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึก AIS ได้ทำการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายแบบครบวงจร ทั้งระบบ 4G, 5G และเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง 5G-ADVANCED นอกจากนี้ บริษัทยังมีความโดดเด่นในการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงระบบ Autonomous Network Monitoring มาประยุกต์ใช้อย่างเต็มรูปแบบ ระบบอัจฉริยะเหล่านี้จะทำหน้าที่ช่วยวิเคราะห์ ดูแล และบริหารจัดการประสิทธิภาพการใช้งานเครือข่ายแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้โครงข่ายมีความเสถียรและตอบสนองการใช้งานหนาแน่นได้อย่างทันท่วงที

ข้อมูลสถิติที่น่าสนใจด้านการใช้งานดาต้า

ข้อมูลสถิติจากการเลือกตั้งในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด จากการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานเครือข่ายของ AIS พบว่าประชาชนมีความต้องการในการใช้งานดาต้าหรืออินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาดังกล่าว ตัวเลขสถิติระบุชัดเจนว่ามีการใช้งานดาต้าเพิ่มสูงขึ้นถึง 70% ซึ่งถือเป็นการเติบโตในระดับสูงภายในช่วงเวลาสั้นๆ

ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้การใช้งานดาต้าพุ่งสูงขึ้นในระดับดังกล่าว มาจากพฤติกรรมการรับชมการถ่ายทอดสดและการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ประชาชนในยุคปัจจุบันนิยมติดตามข่าวสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของสำนักข่าวต่างๆ มากขึ้น รวมถึงมีการแบ่งปันข้อมูลและแสดงความคิดเห็นบนพื้นที่โซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าช่องทางดิจิทัลได้กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามเหตุการณ์สาธารณะ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประชาชนพร้อมใจกันให้ความสนใจในวงกว้าง

นอกจากสถิติการใช้งานดาต้าในช่วงเวลาสำคัญแล้ว ความมั่นคงของโครงข่าย AIS ยังสะท้อนผ่านตัวเลขผลประกอบการและฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง ปัจจุบัน AIS เป็นผู้ให้บริการที่มีฐานลูกค้ารวมสูงถึง 52.2 ล้านราย (ข้อมูล ณ มีนาคม 2569) โดยให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ด้วยคลื่นความถี่มากที่สุดรวม 1460 MHz ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 46.9 ล้านเลขหมาย และยังมีธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงภายใต้แบรนด์ AIS 3BB FIBRE3 ที่มีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 5.3 ล้านราย

ผลกระทบและการวิเคราะห์ทิศทางอนาคต

การลงทุนเสริมความแข็งแกร่งของโครงข่ายในช่วงการ เลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้ ไม่ได้ส่งผลดีเพียงแค่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานในช่วงเวลาดังกล่าวเท่านั้น แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นในภาพรวมของเศรษฐกิจดิจิทัล การที่ระบบสื่อสารของประเทศมีความเสถียรและครอบคลุม จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เปิดกว้างและโปร่งใส อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทยว่ามีความพร้อมและสามารถรองรับสถานการณ์สำคัญระดับประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ

ทิศทางก้าวต่อไปของ AIS คือการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะอย่างยั่งยืน เพื่อสนับสนุนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย บริษัทตั้งเป้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงทุกความเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจ การเตรียมเครือข่ายอย่างรัดกุมนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าภาคเอกชนพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองสนับสนุนกลไกของรัฐและประชาชน

#AIS, #AIS5G, #เลือกตั้งผู้ว่ากทม, #เครือข่ายอัจฉริยะ, #เศรษฐกิจดิจิทัล, ข่าวเศรษฐกิจ, เทคโนโลยีสื่อสาร, TheReporterAsia

Related Posts